ไลฟ์สไตล์

ถุงน้ำในรังไข่ อาจสร้างโรคอันตรายให้ผู้หญิง

Motherhood.co.th
เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2562 เวลา 03.00 น. • Motherhood.co.th Blog

ถุงน้ำในรังไข่ อาจสร้างโรคอันตรายให้ผู้หญิง

สำหรับผู้หญิงที่กำลังประสบปัญหาภาวะมีบุตรยาก อาจจะกำลังสงสัยว่ามีความผิดปกติประเภทไหนเกิดขึ้นกับตัวเอง เรื่องของ "ถุงน้ำในรังไข่" อาจจะเป็นสาเหตุของปัญหาที่คุณมีก็ได้ค่ะ วันนี้ Motherhood จะพาผู้อ่านไปสำรวจว่ามีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นในรังไข่ และทำไมการมีถุงน้ำเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากถึงกลายมาเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ

กลุ่มอาการถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ หรือ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) เกิดจากความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ ทำให้มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน แอนโดรเจน และอินซูลินอยู่ในภาวะที่ไม่สมดุล จึงเกิดถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนหลายใบอยู่ในรังไข่ ซึ่งอาจเกิดกับรังไข่เพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ รังไข่จึงมีขนาดโตขึ้น และอาจส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ สิวขึ้น ขนดก หรือมีบุตรยาก โดยมักพบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์เป็นหลัก ผู้หญิงถึง 1 ใน 5 คนทั่วโลกมีอาการดังกล่าว และราว 3 ใน 4 ของผู้หญิงกลุ่มนี้ประสบปัญหามีบุตรยาก

เมื่อฮอร์โมนไม่สมดุล จึงเกิดถุงน้ำเพิ่มขึ้นในรังไข่
โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

อาการของภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ

ผู้หญิงที่ป่วยเป็น PCOS มักมีอาการหรือรู้สึกถึงความผิดปกติภายหลังจากมีประจำเดือนครั้งแรก ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยส่วนใหญ่จะมีอาการหลัก ๆ ดังนี้

  • การตกไข่ผิดปกติ ส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติและมีบุตรยาก
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ  เช่น ประจำเดือนไม่มาติดต่อกันนานหลายเดือน ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนมานานและอาจมามากหรือน้อยผิดปกติ
  • มีบุตรยาก เนื่องจากการตั้งครรภ์ต้องอาศัยการตกไข่ ซึ่งผู้ป่วย PCOS บางราย อาจมีไม่ตกไข่ในบางเดือน หรือบางรายอาจไม่ตกไข่เลย จึงส่งผลให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ยาก
  • ระดับฮอร์โมนเพศชายสูงขึ้น ฮอร์โมนแอนโดรเจนที่สูงขึ้น ส่งผลต่อลักษณะทางกายภาพ เช่น มีขนขึ้นตามหน้าและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มีสิวขึ้นมากผิดปกติ เสียงเปลี่ยน หรือเป็นโรคศีรษะล้านทางพันธุกรรม (Male-Pattern Baldness) ซึ่งทำให้ผมร่วงและผมบาง
  • อาการอื่น ๆ ผู้ป่วย PCOS อาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือเกิดความรู้สึกหดหู่ จากอาการผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้

สาเหตุของกลุ่มอาการ

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์ใดที่สามารถสรุปถึงสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิด PCOS ได้ อย่างไรก็ตาม พบว่ามีปัจจัยบางอย่างที่อาจส่งผลให้เกิด PCOS

1. ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล

แพทย์ยังไม่สามารถยืนยันถึงสาเหตุที่ส่งผลให้ฮอร์โมนอยู่ในภาวะไม่สมดุล แต่มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากความผิดปกติของรังไข่เอง ต่อมผลิตฮอร์โมนชนิดต่าง ๆ ในร่างกาย หรือสมองซึ่งมีหน้าที่ควบคุมฮอร์โมน รวมถึงภาวะดื้ออินซูลินที่ทำให้ฮอร์โมนมีปริมาณเปลี่ยนไป ความผิดปกติของฮอร์โมนที่มักพบในผู้ป่วย PCOS คือ

  • ฮอร์โมนเทสโทสเตอรโรนมีปริมาณสูงกว่าปกติ เทสโทสเทอโรนคือฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่ง ปกติมันจะถูกผลิตขึ้นในร่างกายของเพศหญิงแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ระดับเทสโทสเทอโรนที่สูงมากกว่าระดับทั่วไปส่งผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติได้
  • ฮอร์โมนลูทิไนซิง (LH) มีปริมาณสูงกว่าปกติ ลูทิไนซิงคือฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นการตกไข่ ซึ่งหากมีปริมาณมากเกินไป อาจส่งผลให้รังไข่ทำงานไม่ปกติ
  • Sex Hormone Binding Globulin (SHGB) มีปริมาณต่ำกว่าปกติ SHBG คือโปรตีนในเลือดชนิดหนึ่ง มีหน้าที่ช่วยควบคุมปฏิกิริยาของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนที่มีต่อร่างกาย ปริมาณ SHBG ที่ต่ำลงจึงส่งผลให้ร่างกายผิดปกติจากฮอร์โมนเพศชายที่สูงขึ้น
  • ฮอร์โมนโพรแลคตินมีปริมาณสูงกว่าปกติ โพรแลกตินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นให้ต่อมน้ำนมหลั่งน้ำนมในหญิงตั้งครรภ์ หากมีปริมาณมากเกินไป อาจส่งผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติ และพบในเฉพาะผู้หญิงบางคนเท่านั้น

2. ภาวะดื้ออินซูลิน

อินซูลินคือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นภายในตับอ่อน นอกจากมีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อินซูลินยังทำหน้าที่กระตุ้นให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่าเทสโทสเทอโรน ผู้หญิงที่มีภาวะดื้ออินซูลินหรือภาวะที่เซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนองกับปริมาณอินซูลินตามปกติ ทำให้ตับอ่อนต้องผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมากขึ้นตามไปด้วย โดยปริมาณอินซูลินและเทสโทสเทอโรนที่มากผิดปกติจะกระทบต่อการสร้างถุงน้ำในรังไข่ การตกไข่ ลักษณะทางกายภาพ และน้ำหนักตัวของผู้ป่วย ดังนั้น ภาวะดื้ออินซูลินอาจเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดภาวะ PCOS

3. พันธุกรรม

บุคคลที่มีคนใกล้ชิดทางสายเลือดเป็น PCOS จะมีความเสี่ยงต่อการเป็น PCOS มากกว่าบุคคลอื่น ในปัจจุบัน นักวิจัยกำลังศึกษาถึงยีนส์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของ PCOS แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปออกมาเป็นที่ชัดเจน

บางคนมีฮอร์โมนเพศชายมากขึ้น อาจะมีขนดกหรือผมร่วง

การรักษาภาวะ PCOS

การรักษามักแตกต่างกันไปตามอาการที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยแต่ละคน เช่น โรคอ้วน ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือภาวะมีบุตรยาก ซึ่งวิธีหลัก ๆ ที่ใช้รักษา มีดังนี้

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) แล้วผลลัพธ์มีค่ามากกว่า 24.9 ซึ่งหมายความว่ามีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ควรหันมาออกกำลังกายและควบคุมอาหาร เน้นหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกไขมันและแป้ง หากลดน้ำหนักลงได้แม้เพียงเล็กน้อย จะช่วยบรรเทาอาการป่วยและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้
  • รับประทานยา นิดของยาที่ต้องรับประทานจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอาการที่ปรากฎในผู้ป่วยแต่ละราย
  • ประจำเดือนไม่ปกติ แพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมหรือยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนตัวเดียว ตัวยาจะช่วยทำให้ประจำเดือนกลับมาเป็นปกติ และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
  • การตกไข่ผิดปกติ การตกไข่ที่ผิดปกติ เช่น ตกไข่ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ตกไข่ ส่งผลให้มีบุตรยาก แพทย์จะแนะนำให้รับประทานโคลมีฟีน ซึ่งเป็นตัวยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งฮอร์โมนเอสโตรเจน และช่วยให้การตกไข่เป็นไปตามปกติ
  • อาการผมร่วง แพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ยาสไปโรโนแลคโตน (Spironolactone) ยาฟลูตามิไดน์ (Flutamidine) และยาฟิแนสเทอไรน์ (Finasteride) ที่มีฤทธิ์ช่วยควบคุมการทำงานของฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจน เพื่อบรรเทาอาการผมร่วง แต่ยาเหล่านี้ไม่เหมาะกับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนมีบุตร ดังนั้น ต้องแจ้งแพทย์ก่อนรับการรรักษา
  • อาการขนดก สำหรับผู้ป่วยที่มีขนดก แพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาอีฟลอร์นิทีนที่มีลักษณะเป็นเนื้อครีม ใช้สำหรับทาผิวหนังเพื่อชะลอการเกิดขนบนใบหน้า
  • การผ่าตัด แพทย์จะใช้การผ่าตัดจี้รังไข่ (Ovarian Drilling) ซึ่งเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง โดยใช้ความร้อนหรือเลเซอร์ทำลายเนื้อเยื่อรังไข่ส่วนที่ใช้ผลิตฮอร์โมนเพศชาย เพื่อลดระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน และช่วยให้การตกไข่กลับมาเป็นปกติ
  • เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ได้แก่ เด็กหลอดแก้ว (Invitro Fertilization with Single Ovum Transfer: IVF) แพทย์อาจพิจารณาถึงวิธีนี้ในกรณีที่ใช้วิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือมีความผิดปกติของฝ่ายชายร่วมด้วย
  • วิธีการอื่น ๆ เช่น การใช้ห่วงอนามัยช่วยป้องกันภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติ
หากประสบปัญหามีบุตรยาก ต้องอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

การป้องกันภาวะ PCOS

ยังไม่มีวิธีที่แน่นอนในการป้องกัน PCOS เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันถึงสาเหตุที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วย PCOS ควรปรับพฤติกรรมและเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ออกกำลังเป็นประจำ และงดสูบบุหรี่

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ