ทั่วไป

วันความสุขสากล 'ฟินแลนด์' ยังแชมป์สุขสุดในโลก 6 ปีซ้อน

อีจัน
อัพเดต 20 มี.ค. 2566 เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2566 เวลา 11.25 น. • อีจัน

วันความสุขสากล หรือ International Day of Happiness มีที่มาจากมติที่ประชุมสหประชาชาติในวันที่ 12 ก.ค.55 ที่กำหนดให้วันที่ 20 มี.ค. ของทุกปีเป็นวันความสุขสากล

เป็นวันที่คนทั่วโลกจะร่วมเฉลิมฉลอง ตระหนักถึงความสุขซึ่งเป็นพื้นฐานของมนุษย์ และเพื่อเรียกร้องให้แต่ละประเทศผลักดันและเข้าถึงนโยบายสาธารณะที่จะเพิ่มความสุขให้แก่ประชาชนทุกคน

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ทั้งนี้ ตามรายงานความสุขโลกประจำปี 2566 ที่เผยแพร่ในวันนี้ (20 มี.ค.66 ) ระบุว่า ฟินแลนด์ยังคงอยู่ในอันดับ 1 ในรายชื่อของประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ตามด้วย เดนมาร์ก, ไอซ์แลนด์, อิสราเอล, เนเธอร์แลนด์, สวีเดน, นอร์เวย์, สวิตเซอร์แลนด์, ลักเซมเบิร์ก และนิวซีแลนด์

โดย 'ฟินแลนด์' ยังคงอันดับ 1 เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ส่วนเดนมาร์กและไอซ์แลนด์อยู่ในอันดับเดียวกับปี 2565 และลิทัวเนียอยู่ในอันดับที่ 20 เป็นครั้งแรก พุ่งขึ้นกว่า 30 อันดับจากเมื่อปี 2560 และมีเพียงไม่กี่ประเทศที่มีอันดับลดลง เช่น ฝรั่งเศสหลุดจาก 20 อันดับแรกลงไปอยู่ที่อันดับ 21

รายงานความสุขโลกจัดทำโดย Sustainable Development Solutions Network และเผยแพร่เป็นปีแรกในปี 2555 ซึ่งเป็นการจัดอันดับความสุขในกว่า 150 ประเทศ โดยอาศัยข้อมูลผลสำรวจของแกลลัป เวิลด์ โพลล์ โดยให้ประชนประเมินความรู้สึกเกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง และวัดด้วยปัจจัยสำคัญ 6 ข้อ ได้แก่ การสนับสนุนทางสังคม, รายได้, สุขภาพ, เสรีภาพ, ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการปราศจากคอร์รัปชัน

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ส่วนประเทศที่มีความสุขน้อยที่สุดในโลก 10 อันดับแรก ประกอบด้วย อัฟกานิสถาน ตามด้วยเลบานอน, เซียร์ราลีโอน, ซิมบับเว, คองโก, บอสตวานา, มาลาวี, โคโมโรส, แทนซาเนีย และแซมเบีย

สำหรับ อัฟกานิสถานและเลบานอน ซึ่งเป็นประเทศที่บอบช้ำจากสงครามกลางเมือง อยู่ในอันดับที่ 137 และ 136 รั้งท้ายสุดในอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก

รายงานระบุว่า ประชากรส่วนมากที่สุดทั่วโลกสามารถปรับตัวได้อย่างดี แม้ต้องเผชิญวิกฤตรุมเร้า ทั้งการระบาดของโควิด-19, วิกฤตพลังงานทั่วโลก, อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง และสงครามในยูเครน และพบว่า ประชาชนมีความสุขมากขึ้น อาศัยอยู่ในประเทศที่ช่องว่างความสุขลดน้อยลง

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง
ดูข่าวต้นฉบับ