ข้อมูลเบื้องต้น
-เมื่อเสือขาวตัวร้ายเกิดมีรัก-
ผู้แต่ง: เยว่ฉี
ภาพปก: Inthinan
เมื่อปีศาจร้ายบนภูเขาออกอาละวาด พวกชาวบ้านต่างหวาดกลัวจนแม่หมอของหมู่บ้านเสนอให้ส่งคนขึ้นไปเพื่อเซ่นสังเวยให้แก่ปีศาจร้ายตนนั้น และคนที่ถูกเลือกก็คือ 'เซี่ยวอิง'
เมื่อไม่กี่วันก่อนนางเพิ่งสูญเสียมารดาผู้ซึ่งเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวไปแต่กลับไม่มีใครเห็นใจนาง ทุกคนต่างเห็นชอบที่จะส่งนางขึ้นไปเป็นเครื่องเซ่นสังเวย จนในที่สุดนางก็ถูกทอดทิ้งไว้บนภูเขา
ความหวาดกลัวเกาะกินจิตใจของเซี่ยวอิง แต่ในขณะที่กำลังหวาดกลัวอยู่นั้นกลับมีอุ้งเท้าน้อยๆ เข้ามาแนบแก้มของนาง สัตว์ตัวน้อยที่นางคิดว่าเป็นเพียงลูกแมวนำทางไปยังบ้านบนภูเขา ถึงจะมีคำถามเต็มไปหมดแต่เซี่ยวอิงก็ตั้งใจจะเลี้ยงดูเจ้าแมวน้อยตัวนี้จนกว่าเจ้าของจะกลับมา
แต่ใครจะไปคิดว่าเจ้าแมวน้อยหน้าตาน่ารักจะกลับกลายเป็นเสือขาวตัวโตที่จ้องจะกลืนกินนาง
"ข้าจะขุนเจ้าให้อ้วนแล้วกลืนกินลงท้องไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูกเลย" เขาเคยกล่าวเช่นนั้นแต่พอรู้ตัวอีกทีก็เป็นฝ่ายตามดูแลนางเสียแล้ว ทุกอย่างพลิกผันไปหมด
**********
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนและแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
บางตอนอาจมีเนื้อหาไม่เหมาะสมโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
หากมีตรงไหนผิดพลาดหรือมีข้อเสนอแนะอะไรบอกกันได้เลยค่ะ
ปล. เรื่องนี้ไม่อิงประวัติศาสตร์ไม่อิงสถานที่ใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างที่แต่งขึ้นเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ห้ามคัดลอกหรือนำไปดัดแปลงโดยเด็ดขาดและไม่อนุญาตให้นำภาพปกไปใช้นะคะ
ฝากติดตามด้วยน้าาาาา
บทนำ
บทนำ
“มีคนถูกทำร้ายอีกแล้วงั้นหรือ นี่เป็นรายที่ห้าแล้วนะ”
“ต้องมีใครไปทำให้เทพเจ้าที่คุ้มครองภูเขาลูกนั้นพิโรธเป็นแน่”
“จะทำเช่นไรดี หากเป็นเช่นนี้ต่อไปต้องเกิดเรื่องร้ายกับหมู่บ้านขึ้นแน่ เมื่อไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งมีคนในหมู่บ้านตายโดยไม่รู้สาเหตุอีก”
“แม่หมออาจมีวิธีช่วย พวกเรารีบไปหานางกันเถอะ”
เซี่ยวอิงยืนฟังบทสนทนานั้นอยู่เงียบๆ คนตายที่พวกเขาพูดถึงคือมารดาของนางนั่นเอง เซี่ยวอิงสูญเสียมารดาซึ่งเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวไปแล้วตอนนี้นางจึงต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไร้คนคอยพึ่งพิงอีกต่อไป
สาเหตุการตายของมารดาไม่ได้เป็นเพราะเรื่องเหนือธรรมชาติแต่เป็นเพราะว่านางทำงานหนักจนร่างกายทรุดโทรมต่างหาก แต่คนในหมู่บ้านกลับนำไปพูดปากต่อปากว่าเป็นผลมาจากการไปลบหลู่เจ้าป่าเจ้าเขา ซึ่งนั่นไม่เป็นความจริงเลย
ที่มารดาของนางต้องทำงานหนักเช่นนี้เป็นเพราะหนี้สินที่ท่านพ่อทิ้งไว้ให้ก่อนตาย บิดาของเซี่ยวอิงติดการพนันแอบไปกูหนี้ยืมสินไปทั่ว หลังจากตายไปแล้วก็ทิ้งภาระให้พวกนางสองคนแม่ลูกไว้มากเลยทีเดียว แม้ตอนนี้ท่านแม่ของนางจะตายแล้วแต่หนี้สินยังคงอยู่และนางต้องเป็นผู้ชดใช้หนี้เหล่านั้นแทนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“โชคร้ายยิ่งนักที่เจ้าต้องมาชดใช้หนี้แทนพ่อแม่เสียแล้ว” เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลังของเซี่ยวอิง นางไม่ได้หันกลับไปมองเพราะจำเสียงได้ดีว่าเขาคือใคร
“ข้าช่วยเจ้าได้แต่เจ้าต้องมาเป็นอนุของข้า ดีหรือไม่” คนผู้นั้นเข้ามาขวางหน้าของนางเอาไว้ก่อนจะพ่นคำพูดที่หน้าสะอิดสะเอียนออกมา
เซี่ยวอิงเพียงปรายตามองเล็กน้อยเท่านั้นก่อนจะรีบก้าวเดินกลับไปยังบ้านของตัวเอง แต่ร่างสูงกลับไม่ยอมแพ้ยังคงเดินตามนางมาติดๆ
คนผู้นี้มีนามว่าเมิ่งหยวนเป็นบุตรชายของนายอำเภอในหมู่บ้านที่นางอาศัยอยู่ ถึงผู้เป็นพ่อจะถูกนับหน้าถือตาจากชาวบ้านเพียงใดแต่บุตรชายกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย เมิ่งหยวนมีรูปร่างหน้าตาดีทำให้เขามีอนุมากมายแต่การกระทำที่ต่ำช้าชอบทำร้ายร่างกายอนุภรรยาของตนเองจนทุกปีต้องมีอนุเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งคน อีกทั้งนิสัยที่ชอบข่มเหงผู้อื่นไปทั่วทำให้ชาวบ้านต่างเกรงกลัวไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย เซี่ยวอิงก็เป็นหนึ่งในคนที่ไม่ชอบหน้าเมิ่งหยวนเช่นกัน
ถึงแม้เซี่ยวอิงจะเป็นหญิงสาวชาวบ้านแต่ใบหน้าที่งดงามราวกับเทพเซียนลงมาจุติก็ทำให้เมิ่งหยวนคิดอยากจะครอบครองนาง เซี่ยวอิงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนผู้นี้แต่ช่างน่าเศร้าที่บิดาของนางติดหนี้ครอบครัวของเขาเป็นเงินจำนวนมาก ซึ่งไม่อาจรู้ได้ว่าชาตินี้จะชดใช้หนี้เหล่านั้นหมดหรือไม่
“หากอยากมีชีวิตที่สุขสบายก็มาเป็นอนุของข้าเสียดีๆ เถิด” ไม่เพียงแค่พูดแต่เมิ่งหยวนยังเข้ามาจับแขนของเซี่ยวอิงไว้แน่น
“ปล่อยข้า!” นางรีบสะบัดแขนของเขาออกก่อนจะรีบถอยห่างออกมา
“ทำเป็นเล่นตัวไปได้ แต่เอาเถิด อย่างไรสักวันเจ้าก็ต้องตกเป็นเมียของข้าอยู่ดี” รอยยิ้มที่น่าสะอิดสะเอียนทำให้เซี่ยวอิงต้องรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
หลังจากกลับมาถึงบ้านร่างบางก็ทรุดตัวลงกับพื้นทันที ความรู้สึกมากมายทำให้นางปล่อยน้ำตาออกมา นางทั้งคิดถึงท่านแม่ทั้งไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีวิตนี้จะเป็นอิสระหลุดพ้นจากหนี้สินที่ตนเองไม่ได้ก่อหรือไม่
มือบางโอบกอดตัวเองเอาไว้แน่น หากเป็นเมื่อก่อนคงเป็นท่านแม่ที่คอยปลอบโยนนางแต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว บ้านหลังเล็กๆ ดูกว้างไปด้วยซ้ำเมื่ออยู่คนเดียว
*****
ไม่รู้ว่าเมื่อคืนเซี่ยวอิงเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้เสียงจากด้านนอกกำลังปลุกให้นางตื่นขึ้น
“ท่านพ่อแน่ใจแล้วหรือว่าจะส่งนางไปจริงๆ” เมิ่งหยวนเอ่ยถามผู้เป็นบิดาที่พาชาวบ้านมาล้อมบ้านของเซี่ยวอิงเอาไว้
“แม่หมอเป็นคนบอกมาเอง หรือเจ้าจะรอให้สัตว์ร้ายลงมาทำลายหมู่บ้านจนไม่เหลือแม้แต่ซาก” นายอำเภอของหมู่บ้านกล่าวกับบุตรชาย
เหตุผลที่ชาวบ้านมาล้อมบ้านของเซี่ยวอิงเอาไว้เกิดจากแม่หมอในหมู่บ้านที่มีญาณทิพย์บอกว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากสัตว์ร้ายบนภูเขาออกอาละวาด วิธีที่จะทำให้สัตว์ตัวนั้นสงบลงได้จำเป็นต้องส่งคนขึ้นไปเซ่นสังเวยเพื่อเป็นอาหารให้แก่สัตว์ตัวนั้น ซึ่งคนที่ได้รับเลือกก็คือเซี่ยวอิงนั่นเอง แต่เจ้าตัวกับไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย
“นี่มันอะไรกัน” เซี่ยวอิงเดินออกมาอย่างงุน
“มาแล้วงั้นหรือ พวกข้าหารือกับแม่หมอมาแล้วหากต้องการให้เรื่องร้ายๆ หมดไปต้องเซ่นสังเวยหญิงสาวบริสุทธิ์หนึ่งคน”
“ว่าอย่างไรนะ”
“เจ้าไม่มีครอบครัวให้ต้องกังวล ดังนั้นเจ้าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว” ร่างบางตัวชาวาบไปทันทีเมื่อรู้เหตุผลที่คนมากมายมาล้อมบ้านตนเองเอาไว้
“พวกท่านตัดสินใจโดยไม่ถามความสมัครใจของข้าเลยงั้นหรือ”
นางเพิ่งจะสูญเสียมารดาไปได้ไม่กี่วัน ความเศร้าโศกของนางยังไม่ได้รับการเยียวยาด้วยซ้ำแต่กลับต้องมารับรู้เรื่องที่ตนเองกำลังจะกลายเป็นเครื่องสังเวยเพื่อช่วยคนในหมู่บ้านให้พ้นจากภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น
“ยังต้องตัดสินใจอะไรอีก เสียสละเพื่อคนส่วนมากไม่ได้งั้นหรือ แม่เจ้าก็ตายไปแล้วยังมีอะไรให้กังวลอีก อีกอย่างเจ้าก็ติดหนี้ข้าอยู่หากยอมเป็นเครื่องสังเวยข้าจะยอมยกหนี้ทั้งหมดให้ก็แล้วกัน” นายอำเภอที่คนในหมู่บ้านต่างนับถือเอ่ยออกมาอย่างเห็นแก่ตัว ซึ่งชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา
“ชีวิตของข้า ข้าไม่อาจเลือกได้เลยงั้นหรือ” มือบางกำเข้าหากันแน่น แม้จะมีหนี้สินที่ติดค้างกันอยู่แต่กลับให้ใช้ชีวิตเข้าแลกเลยงั้นหรือ อีกทั้งหนี้พวกนั้นนางก็ไม่ได้เป็นคนก่อด้วยซ้ำ
“เจ้าก็บอกไปสิว่ายอมแต่งเป็นอนุของข้าแล้ว จะได้ไม่ต้องถูกส่งไปเป็นเครื่องเซ่นสังเวยอย่างไรเล่า” เมิ่งหยวนรีบเอ่ยบอกแก่คนตรงหน้า
ตอนที่รับรู้ว่าเซี่ยวอิงถูกเลือกให้เป็นเครื่องสังเวยเขารีบเอ่ยค้านเป็นคนแรก แต่นั่นไม่ใช่เพราะคุณธรรมที่ค้ำคอแต่กลับเป็นความเสียดายเมื่อหญิงสาวที่เขาหมายตาเอาไว้กำลังจะกลายเป็นเครื่องเซ่นสังเวยให้แก่สัตว์ร้ายโดยที่เขาไม่เคยได้เชยชมนางต่างหาก
“หุบปากของเจ้าไปได้แล้ว หรือจะให้ข้าส่งเจ้าไปแทนนาง” นายอำเภอซึ่งเป็นบิดาของเขาตะหวาดลั่นออกมาจนเมิ่งหยวนต้องปิดปากเงียบ
“พวกเจ้าเอาตัวนางไป!” คำสั่งเด็ดขาดทำให้ชายฉกรรจ์ที่ติดตามมาด้วยเข้ามาจับตัวเซี่ยวอิงทันที
“ปล่อยข้า!” เสียงกรีดร้องของนางดังขึ้น เซี่ยวอิงพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิตแต่ก็ไม่สามารถหนีออกมาได้เลย ชาวบ้านต่างมามุงดูแต่ก็ไม่มีใครสักคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยนาง
เซี่ยวอิงถูกพาตัวมาไว้บนภูเขาได้สำเร็จ นางถูกมัดมือมัดเท้ารวมถึงถูกปิดปากจนไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือหรือดิ้นหนีได้เลย พิธีทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้รอแล้ว เมื่อมาถึงแม่หมอของหมู่บ้านจึงเริ่มพิธีทันที
“ปล่อยนางไว้เช่นนี้นั่นแหละ ฟ้ามืดเมื่อไหร่สัตว์ร้ายจะมาเอาตัวนางไปเอง” แม่หมอกล่าวขึ้นก่อนที่จะเดินนำทุกคนออกไปจากที่แห่งนี้ทิ้งไว้เพียงเซี่ยวอิงให้อยู่คนเดียวเพื่อรอเวลาที่สัตว์ร้ายตัวนั้นจะออกมา
ดวงตากลมกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดกลัว อีกไม่นานที่แห่งนี้จะมืดสนิทและสัตว์ป่าจะออกมาหากินซึ่งนั่นอาจรวมถึงสัตว์ร้ายที่คนในหมู่บ้านพูดถึงด้วย
นางคงไม่มีชีวิตออกไปอีกแล้ว…
*****
สวัสดีนักอ่านที่น่ารักทุกคนนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้หวังว่านิยายเรื่องนี้จะมอบความสนุกและรอยยิ้มให้แก่ทุกคนนะคะ ฝากกดหัวใจและอย่าลืมเพิ่มเข้าชั้นเพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่ออัพตอนใหม่ด้วยน้าาา
บทที่ ๑ ลูกแมวขาวตัวน้อย
บทที่ ๑ ลูกแมวขาวตัวน้อย
เซี่ยวอิงพยายามจะแก้มัดข้อมือของตนเองจนเกิดเป็นรอยแดง แต่นางก็ยังไม่ลดละความพยายามจนในที่สุดเชือกที่มือของนางก็หลุดออกพร้อมกับเลือดที่ไหลซึมออกมาจากข้อมือบาง
เมื่อหลุดจากพันธนาการทั้งหมดแล้วเซี่ยวอิงจึงรีบหาทางลงจากภูเขาลูกนี้ทันที แต่ดูเหมือนว่าจะสายเกินไปเสียแล้วเพราะตอนนี้รอบตัวของนางมีแต่ความมืดไม่อาจมองเห็นถึงแสงสว่างได้เลย อีกทั้งเสียงของแมลงและเสียงของสัตว์ป่ายังดังขึ้นอยู่เรื่อยๆ จนนางนึกกลัว
แม้จะหลุดจากพันธนาการแต่ก็ไม่อาจหนีออกไปจากที่นี่ได้อยู่ดี
เซี่ยวอิงทรุดตัวนั่งลงที่เดิมพร้อมกับกอดตัวเองไว้แน่น นางทั้งหวาดกลัวและรู้สึกหนาวเหน็บยิ่งนัก ยิ่งมืดมากเท่าไหร่อากาศบนภูเขาก็ยิ่งหนาวเย็นหากยังอยู่ที่นี่นานกว่านี้นางอาจจะหนาวตายก่อนที่จะโดนสัตว์ร้ายจับกินก็เป็นได้
วูบ~
แต่อยู่ๆ เซี่ยวอิงก็เหมือนจะรับรู้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองมา ถึงแม้จะมองไม่เห็นแต่นางสัมผัสถึงบรรยากาศเย็นยะเยือกและกลิ่นอายความชั่วร้ายได้ ความกลัวยิ่งแผ่ลึกลงไปจนทั่วทั้งร่างสั่นสะท้านอย่างคุมไม่อยู่
ความรู้สึกราวกับมีใครกำลังจ้องมอง นางไม่ได้คิดไปเองเพราะหากเงยหน้าขึ้นไปบนต้นไม้สูงจะพบเข้ากลับบุรุษผู้หนึ่งซึ่งมีดวงตาสีทองทอประกายไปกับหมู่ดาวกำลังจ้องมองมาที่ร่างบางอย่างไม่วางตา กลิ่นเลือดของนางทำให้เขาตามมาจนถึงที่นี่
“มนุษย์น่าโง่พวกนั้นส่งสตรีตัวเล็กขนาดนี้มาให้ข้าเนี่ยนะ เนื้อหนังหุ้มกระดูกเช่นนั้นจะกินอิ่มได้อย่างไร” เฉินเซียวแค่นหัวเราะออกมาเมื่อเห็นสตรีที่ถูกส่งมาเป็นเครื่องสังเวยให้กับตนเอง หากปล่อยไว้เช่นนี้ร่างของนางคงจะหนาวตายก่อนที่จะโดนเขาจับกินเป็นแน่
ทางด้านของเซี่ยวอิงนางไม่รู้เลยว่าจะเอาชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้อย่างไรตอนนี้นางทำได้เพียงก้มหน้าร้องไห้อยู่อย่างนั้น ในใจภาวนาให้สัตว์ร้ายมากินไปเสียที แต่อีกใจหนึ่งของนางก็ยังอยากมีชีวิตรอดต่อไป
ในป่าที่น่ากลัวแห่งนี้มีเพียงแสงจันทร์ที่ฉายลงมาเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนนาง ตอนนี้นางหวาดกลัวจนแทบเสียสติไม่แม้แต่จะลืมตามองรอบๆ ด้วยซ้ำ แต่แล้วเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจนเซี่ยวอิงแทบหยุดหายใจ
เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงเดินย่ำบนใบไม้ ซึ่งในป่าที่น่ากลัวเช่นนี้จะมีใครอีกนอกจากสัตว์ร้าย เซี่ยวอิงพยายามทำตัวให้เงียบที่สุดแต่ถึงเงียบไปก็เท่านั้นเพราะถึงอย่างไรนางก็ไม่อาจหลบซ่อนจากสายตาของสัตว์ร้ายได้เลย
ไม่ได้มีเพียงแค่เสียงเท้าเท่านั้นแต่เสียงคำรามของเสือก็ยังดังขึ้นอีกด้วย นั่นยิ่งทำให้เซี่ยวอิงแทบหยุดหายใจ นางรีบกอดตัวเองไว้แน่น อีกไม่นานนางต้องถูกจับกินเป็นแน่
ในที่สุดเสียงเท้าก็มาหยุดยังเบื้องหน้าของเซี่ยวอิง เงาดำของสัตว์ร้ายทอดคลุมทั่วร่างบาง ในใจของนางนึกหวาดกลัวยิ่งนัก แต่เนิ่นนานก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเป็นเช่นนั้นเซี่ยวอิงจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง
“เจ้าแมว…” สิ่งแรกที่นางเห็นไม่ใช่สัตว์ร้ายอย่างที่คิดแต่กลับเป็นเจ้าลูกแมวตัวสีขาวกำลังเอียงคอมองมาที่นาง
“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ รีบหนีไปเถิดที่นี่มีแต่อันตราย” นางเอ่ยเสียงสั่น แต่เจ้าแมวที่อยู่ตรงหน้ากลับขมวดคิ้วมุ่นมองมาอย่างไม่สบอารมณ์
'สตรีโง่เง่า ข้าเป็นเสือไม่ใช่แมว!' ภายใต้ร่างของลูกเสือขาวซุกซ่อนความร้ายกาจเอาไว้โดยที่เซี่ยวอิงไม่อาจรับรู้ได้เลย
'ตัวก็เล็กแค่นี้คงต้องขุนให้มีเนื้อมีหนังเสียหน่อยถึงจะกินได้' เฉินเซียวในร่างของลูกเสือขาวเดินเข้ามาใกล้ร่างบางพร้อมกับนำอุ้งเท้ามาแปะที่ข้างแก้มของนาง
ถึงภายนอกจะดูเหมือนกับว่าเจ้าลูกแมวน้อยกำลังปลอบโยนนางแต่ใครจะไปคิดว่าภายใต้ความน่ารักนั่นกำลังจ้องจะกินเจ้าของร่างบางอยู่ หากนางล่วงรู้ถึงความคิดนั้นคงจะสั่นกลัวไม่น้อยเลยทีเดียว
“รีบไปเถิด ที่นี่มีแต่สัตว์ร้ายหากไม่หนีไปอาจถูกจับกินก็เป็นได้” มืออันสั่นเทาเอื้อมลูบหัวของเจ้าแมวน้อยจนมันเคลิบเคลิ้มไป
เฉินเซียวได้แต่คิดในใจว่าจะมีสัตว์ตัวไหนกล้าย่างกลายเข้ามาในอาณาเขตของเขาได้
“ข้าบอกให้หนีไปไงเจ้าแมว”
“ข้าไม่ใช่แมวเสียหน่อย!” เขาก่นร้องออกมาแต่เสียงที่เปล่งออกมานั้นช่างน่ารักน่าชังจนทำให้ความกลัวในใจของเซี่ยวอิงหายไปจนหมดสิ้น
“หากข้าหนีได้ก็อยากหนีเช่นกัน” รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางแต่มันเป็นรอยยิ้มที่ขมขื่นยิ่งนัก
“แต่ความคิดหนึ่งของข้ากลับคิดว่าหากโดนสัตว์ร้ายจับกินไปก็คงสิ้นเรื่อง ตอนนี้ชีวิตของข้าไม่เหลือใครอีกแล้ว จะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรกัน” น้ำตาของเซี่ยวอิงไหลออกมาอีกครั้ง
“อยากถูกจับกินแต่นั่งตัวสั่นขนาดนี้น่ะหรือ เป็นสตรีที่ประหลาดยิ่งนัก” เฉินเซียวมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน หากเขาจะกินนางเสียตอนนี้ก็ย่อมได้ยิ่งกลิ่นเลือดที่เย้ายวนเช่นนี้แทบทำให้เขาอดใจไม่ไหว แต่ดูจากรูปร่างของนางแล้วหากกินเข้าไปคงไม่ได้เสี้ยวในกระเพาะด้วยซ้ำ ดังนั้นจะไว้ชีวิตอีกสักหน่อยก็แล้วกัน
“เจ้าแมวรีบกลับไปหาครอบครัวของเจ้าเถิด”
'ยังคิดว่าข้าเป็นแมวอยู่อีกหรือ รูปร่างของข้าออกจะน่าเกรงขามถึงเพียงนี้ เป็นสตรีที่สายตาไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย'
“ข้าก็อยากกลับไปหาครอบครัวเช่นกัน แต่ตอนนี้ข้าไม่เหลือใครให้กลับไปหาอีกแล้ว” แววตาเศร้าสร้อยของนางทำให้เฉินเซียวพ่นลมหายใจออกมา
'น่ารำคาญเสียจริง'
“เมี๊ยว~” เสียงร้องอันน่าเกรงขามดังออกจากปากของเจ้าเสือขาวพร้อมกับมือป้อมๆ ที่ตะปบอยู่ข้างแก้มของร่างบาง
'หยุดร้องได้แล้วมันน่ารำคาญ'
เขาทำถึงขนาดนี้เพื่อให้คนตรงหน้าหยุดร้องไห้ก็เท่านั้น การกระทำเช่นนี้ไม่อาจลบล้างความน่าเกรงขามของเขาได้เลยแม้แต่น้อย
นั่นเป็นความคิดของเฉินเซียวแต่ในสายตาของเซี่ยวอิงกลับมองว่าเจ้าแมวน้อยตัวนี้ดูน่ารักยิ่งรัก น้ำตาที่ไหลออกมานองหน้าก็เริ่มเหือดแห้งไปแล้ว
'เอาล่ะ ตามข้ามาได้แล้ว หากนั่งอยู่ตรงนี้คงได้หนาวตายก่อนที่จะถูกข้าจับกินเสียอีก' ปากน้อยๆ งับเข้าที่แขนเสื้อของเซี่ยวอิงเพื่อดึงให้นางตามเขามา
“จะให้ข้าไปด้วยงั้นหรือ คงกลัวสินะ ก็ได้ถึงข้าจะกลัวไม่ต่างกันแต่จะพาเจ้าไปส่งก็แล้วกัน” ร่างบางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินตามเจ้าแมวน้อยไป ถึงแม้ว่าจะยังหวาดกลัวไม่น้อยแต่พอมีเจ้าแมวขาวตัวนี้อยู่ด้วยนางก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นในระดับหนึ่ง
เซี่ยวอิงเดินผ่านความมืดมาเรื่อยๆ รอบข้างของนางมีแต่ต้นไม้ซึ่งเมื่อกระทบกับแสงจันทร์ยิ่งขับให้กิ่งก้านของพวกมันดูราวกับสัตว์ประหลาดยิ่งนัก เดินมาได้ประมาณหนึ่งในที่สุดเจ้าแมวขาวก็หยุดนิ่งหันมาทางนาง
“เจ้าแมว เจ้าอยู่ที่นี่งั้นหรือ” เบื้องหน้าของนางในตอนนี้ไม่ใช่ต้นไม้แต่กลับเป็นบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางป่าเขา เซี่ยวอิงงุนงงยิ่งนักกลางป่ากลางเขาเช่นนี้ทำไมถึงมีบ้านคนมาสร้างอยู่ที่นี่ได้ ปกติแล้วจะเป็นกระท่อมเล็กๆ ให้ชาวบ้านที่ขึ้นมาหาของป่าได้หยุดพักแต่นี่กลับเป็นบ้านหลังใหญ่กว่านั้นมากเลยทีเดียว ดูแล้วอาจจะใหญ่กว่าบ้านของนายอำเภอด้วยซ้ำ
“เมี๊ยว~” เฉินเซียวในร่างของเสือขาวเดินนำเซี่ยวอิงเข้ามายังด้านใน นางเดินตามเข้ามาก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย
ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านหลังนี้ยังใหม่อยู่เลย อีกทั้งเทียนในห้องต่างๆ ยังถูกจุดไว้ราวกับว่ามีคนอาศัยอยู่
“มีคนเลี้ยงดูเจ้าสินะ เช่นนั้นข้าคงต้องไปแล้ว” เมื่อคิดได้เช่นนั้นเซี่ยวอิงจึงเดินถอยออกมา เฉินเซียวเห็นเช่นนั้นก็เข้ามาขวางเอาไว้
'โง่ยิ่งนัก ข้าอุตส่าห์ใช้พลังเนรมิตของพวกนี้ขึ้นมาแล้วยังจะไปไหนอีก อยากตายกลางป่าหรืออย่างไร'
“ข้าไม่อาจอยู่ที่นี่ได้ ข้าถูกส่งมาเพื่อเป็นเครื่องสังเวยแก่สัตว์ร้าย หากสัตว์ร้ายตัวนั้นตามมาถึงที่นี่เจ้าอาจเป็นอันตรายก็ได้”
'ข้านี่แหละสัตว์ร้ายตัวนั้น ไม่สิข้าเป็นปีศาจต่างหาก สตรีโง่เง่านี่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย!'
'หากเป็นอย่างนี้คงช่วยไม่ได้สินะ' เฉินเซียวครุ่นคิดไปเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจทำบางอย่างเพื่อให้นางเชื่อฟังคำสั่งของเขา
“เมี๊ยว~”
“อย่าอ้อนกันเช่นนี้สิ” เซี่ยวอิงย่อตัวลงก่อนจะเอื้อมมือเข้าไปลูบหัวเจ้าแมวน้อย
'ข้าไม่ได้อ้อนแต่กำลังข่มขู่เจ้าอยู่!'
“อย่าบอกนะว่าเจ้าก็ถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียวเช่นกัน”
“เมี๊ยว~”
'จะยอมอยู่ที่นี่หรือจะให้ข้าจับเจ้ากินเสียเดี๋ยวนี้'
“ก็ได้ ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าแต่หากเจ้าของของเจ้ากลับมาเมื่อไหร่ข้าจะออกไปทันที” บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ต้องมีคนอยู่เป็นแน่ ไม่แน่สักวันคนผู้นั้นก็คงกลับมา เมื่อถึงเวลานั้นนางจะไปจากที่นี่ทันที
บทที่ ๒ อันตรายเพียงเอื้อม
บทที่ ๒ อันตรายเพียงเอื้อม
ด้วยความอ่อนเพลียทำให้เซี่ยวอิงเผลอหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอน โดยในอ้อมกอดของนางมีเจ้าแมวน้อยนอนอยู่ด้วย เซี่ยวอิงจมอยู่ในห้วงนิทราจนไม่รู้เลยว่าเจ้าแมวน้อยที่นางนอนกอดบัดนี้ได้เปลี่ยนเป็นร่างของบุรุษรูปงามเสียแล้ว
เฉินเซียวนั่งอยู่บนเตียงข้างๆ ร่างบาง ดวงตาสีทองจับจ้องมาที่เซี่ยวอิงโดยที่นิ้วเรียวยาวของเขากำลังม้วนผมของนางเล่น
“มนุษย์น่าโง่พวกนั้นส่งเจ้าขึ้นมาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยให้แก่ข้าเนี่ยนะ ข้าไม่ได้ทำร้ายเจ้าพวกนั้นด้วยซ้ำ พลัดตกเขากันไปเองแต่มาโทษข้า ช่างโง่เง่าสิ้นดี”
ถึงเขาจะเป็นปีศาจร้ายแต่ก็ไม่ได้ออกทำร้ายใครมั่วซั่ว อีกทั้งหน้าที่ของเขายังต้องคอยปกป้องคุ้มครองภูเขาลูกนี้อีก มนุษย์ที่เกือบจะตกเขาตายก็เป็นเขาที่ช่วยเอาไว้ แต่พอรอดชีวิตไปได้กลับเอาไปพูดกันว่าโดนปีศาจทำร้ายมา หากเป็นเช่นนี้เขาน่าจะปล่อยให้ตกเขาตายเสียก็ดี
“แต่ก็ดีเหมือนกัน หลังจากนี้เจ้าจงกลายมาเป็นทาสรับใช้ของข้าเสียเถิด” เฉินเซียวกระตุกยิ้มร้ายก่อนที่จะกลับกลายร่างเป็นลูกเสือขาวเข้าไปนอนอยู่ในอ้อมกอดของเซี่ยวอิงเช่นเดิม
*****
“เมี๊ยว~”
“…”
“เมี๊ยว!”
“…”
'เป็นสตรีอะไรถึงนอนตื่นสายขนาดนี้ ตื่นได้แล้วเจ้าต้องมาเป็นทาสรับใช้ของข้าสิ' เฉินเซียวนำอุ้งเท้าตะปบไปที่หน้าของคนบนเตียงแต่เขาก็ต้องชะงักไปเมื่อสัมผัสได้ถึงไอความร้อนแปลกๆ จากร่างบาง
“อื้อ” เซี่ยวอิงส่งเสียงครางในลำคอพร้อมคิ้วเรียวที่ขมวดคิ้วมุ่น ตอนนี้ร่างกายของนางร้อนผ่าวราวกับถูกไฟสุม
'อย่าบอกนะว่าไม่สบาย อ่อนแออะไรเช่นนี้'
“ท่านแม่~”
“ท่านแม่ ได้โปรดอย่าทิ้งข้าไป” ดูเหมือนว่าอาการไข้ขึ้นสูงจะทำให้เซี่ยวอิงตกอยู่ในห้วงฝันและละเมอถึงท่านแม่ของนาง ไม่ได้เพียงละเมอพูดเท่านั้นแต่มือบางยังควานไปทั่วก่อนจะคว้าสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเข้าไปกอด ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเฉินเซียว
“เดี๋ยวสิ เป็นสตรีน่าไม่อายหรืออย่างไร ถึงดึงบุรุษเข้าไปกอดเช่นนี้” เฉินเซียวร้องโวยวายเสียงดังลั่นทั้งที่ตัวเองอยู่ในร่างของลูกเสือขาวทำให้เสียงที่เปล่งออกมาราวกับแมวน้อยยิ่งนัก
“ฮึก! ท่านแม่” เซี่ยวอิงปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาจนตอนนี้ใบหน้าของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาดูน่าสงสารยิ่งนัก
“น่ารำคาญเสียจริง” เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงไม่มีทางเลือกต้องยอมอยู่นิ่งให้นางกอดไปก่อน
แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาการของเซี่ยวอิงกลับไม่ได้ดีขึ้น ร่างกายของนางยังร้อนขึ้นเรื่อยๆ
“มาเป็นภาระของข้าจริงๆ เลย” เฉินเซียวบ่นออกมา แต่ถึงจะบ่นเช่นนั้นอุ้งเท้าน้อยๆ ก็แตะไปที่ใบหน้าของนางใช้พลังช่วยให้นางหายจากอาการป่วยที่เป็นอยู่
เซี่ยวอิงหลับสนิทไปแล้ว คิ้วที่ขมวดมุ่นก็เริ่มคลายออก อาการของนางดีขึ้นในเพียงพริบตา
“อื้อ~” ในที่สุดเซี่ยวอิงก็ลืมตาตื่นขึ้น
“เจ้าแมว” สิ่งแรกที่นางเห็นคือเจ้าแมวตัวน้อยกำลังนั่งจ้องหน้าของนางอยู่
“เมี๊ยว~”
'ตื่นได้แล้ว จะนอนขี้เซาไปถึงไหน'
“ฮึก!” แต่อยู่ๆ เจ้าของร่างบางก็ยกมือขึ้นปิดหน้าก่อนจะร้องไห้ออกมา
'คราวนี้เป็นอะไรไปอีกล่ะ น่ารำคาญเสียจริง ข้าเอาเจ้าไปส่งที่บ้านดีหรือไม่นะ'
“เมี๊ยว~” ในร่างของเสือขาวกำลังเอียงคอมองนางอย่างสงสัย
“เมื่อครู่ข้าฝันถึงท่านแม่ นางคอยดูแลข้า แต่มันเป็นเพียงความฝัน ตอนนี้ไม่มีใครอยู่กับข้าแล้ว ฮึก!” เซี่ยวอิงร้องไห้ออกมาโดยไม่อายสายตาของเจ้าแมวน้อยเลย ตอนนี้นางรู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก ถึงในความฝันจะเห็นรอยยิ้มของมารดาได้อย่างชัดเจน แต่นางก็ไม่อาจทำใจได้อยู่ดี
'หยุดร้องแล้วไปหาอะไรให้ข้ากินได้แล้ว' อุ้งเท้าน้อยๆ แปะอยู่ข้างแก้มของเซี่ยวอิงราวกลับกำลังปลอบใจนาง
“ฮึก! ขอบใจที่อยู่เป็นเพื่อนข้านะ”
“เมี๊ยว~” แววตากลมโตที่จ้องมองมาทำให้เซี่ยวอิงรู้แล้วว่านางไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย
“ร้องเช่นนี้คงหิวแล้วสินะ เช่นนั้นเราออกไปด้านนอกกันเถิด” มือบางคว้าร่างอ้วนกลมเข้ามาในอ้อมกอดก่อนจะอุ้มเจ้าแมวน้อยออกมาด้านนอก
ภายนอกตัวบ้านผิดกลับตอนกลางคืนอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ป่าดูสงบร่มรื่นไม่ได้ดูวังเวงน่ากลัวอีกทั้งอากาศยังเย็นสบาย เสียงนกร้องดูน่าฟังกว่าเมื่อคืนเสียอีก
เซี่ยวอิงหยิบตะกร้าขึ้นสะพายหลังก่อนจะเดินอุ้มเจ้าแมวน้อยเดินเข้าไปในป่า เส้นทางในตอนนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่นางเห็นเมื่อคืนเลย ต้นไม้ใบหญ้าก็เขียวชะอุ่มดูร่มรื่นยิ่งนัก
'ข้าอยากกินเนื้อสัตว์ไปล่ามาให้ข้าที'
“เมี๊ยว~” เฉินเซียวร้องขึ้นอย่างตื่นเต้น นานๆ ทีจะมีทาสมาคอยรับใช้เช่นนี้เขาจะได้ไม่ต้องเปลืองแรง
“ดูนี่สิที่นี่ผลไม้ลูกใหญ่มากเลย เจ้าอยากลองชิมดูหรือไม่” แต่ความฝันของเฉินเซียวก็ต้องสลายไปภายในพริบตาเมื่อเซี่ยวอิงยื่นผลท้อลูกโตมาให้เขา
'ข้าจะกินเนื้อสัตว์ไม่ใช่ผลไม้พวกนี้ ไปหามาให้ข้าเดี๋ยวนี้เลย!'
“ข้าไม่เคยเห็นผลไม้ที่ออกผลเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย” เซี่ยวอิงไม่ได้รับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยวของเจ้าแมวอ้วนเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่นางสนใจในตอนนี้มีเพียงผลไม้ลูกโตที่อยู่เบื้องหน้าเท่านั้น ทั้งต้นท้อ ต้นแอปเปิ้ล ต้นส้ม และผลไม้อีกหลายๆ อย่างต่างก็อุดมสมบูรณ์มากเลยทีเดียว
“เก็บไปเท่านี้คงพอแล้ว” ดวงหน้าหวานมองไปยังผลไม้ในตะกร้าด้วยรอยยิ้มซึ่งผิดกับเจ้าลูกเสือขาวที่กำลังนั่งหน้าบึ้งอยู่ทางด้านข้าง
'ไม่พอ ข้าต้องการเนื้อสัตว์'
“อยากกินหรือ ลองดูสิ” เซี่ยวอิงเห็นเจ้าแมวน้อยกำลังจ้องมองมาจึงคิดว่ามันคงหิวแล้วเช่นกันจึงยื่นผลส้มที่แกะออกไปตรงหน้าของเจ้าแมวน้อย
เฉินเซียวทำหน้าไม่พอใจกำลังจะอ้าปากร้องโวยวายแต่ก็โดนมือบางยัดผลไม้ใส่ปากเสียก่อน เขี้ยวเล็กๆ เผลองับเรียวนิ้วของนางโดยไม่ตั้งใจแต่พองับไปแล้วกลับไม่ยอมปล่อยง่ายๆ นี่สิ
'หืม เนื้อเจ้าก็รสชาติดีเหมือนกันนี่นา หรือว่าข้าควรกินเจ้าแทนดีนะ' เฉินเซียวยอมปล่อยเรียวนิ้วของนาง ในปากของเขากำลังเคี้ยวผลส้มโดยดวงตาจับจ้องมาที่เซี่ยวอิงด้วยแววตาเป็นประกาย
“ชอบงั้นหรือ” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหวานโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าอันตรายอยู่เพียงเอื้อมมือนี่เอง
*****
เรื่องนี้มีอีบุ๊คแล้วนะคะ ฝากติดตามด้วยน้าาา
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjg0NjAwNCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI3MzgxNCI7fQ