ไลฟ์สไตล์

ฆ่า 1 สะเทือนถึง 2 !! เมื่อชนเผ่าเมารีกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ 2 นกยักษ์โบราณต้องสูญพันธุ์

Amarin TV
เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2562 เวลา 10.22 น.
เรียกว่าเป็นเส้นบางๆ ที่กั้นระหว่างการเอาตัวรอด กับการล่าจนกลายเป็นหายนะ เมื่อการมาเยือนของชนเผ่าเมารีโบราณ ได้ทำให้สองสายพันธุ์ของสัตว์ปีกจ

เรียกว่าเป็นเส้นบางๆ ที่กั้นระหว่างการเอาตัวรอด กับการล่าจนกลายเป็นหายนะ เมื่อการมาเยือนของชนเผ่าเมารีโบราณ ได้ทำให้สองสายพันธุ์ของสัตว์ปีกจากยุคบรรพกาลสูญหายไปจากประเทศนิวซีแลนด์ตลอดกาล โดยตัวหนึ่งได้ชื่อว่าเป็นสายพันธุ์อินทรีที่เชื่อกันว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมา และอีกตัวหนึ่งได้ชื่อว่าเป็นนกบินไม่ได้ที่ใหญ่ที่สุดที่ในโลก ซึ่งไม่เหลือร่องรอยของปีกให้เห็นอีกแล้ว แถมสาเหตุนั้น…กลับมาจากการล่าแบบล้างบางที่เกิดขึ้นกับแค่สายพันธุ์เดียว

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

จุดเริ่มต้นของการสูญพันธุ์ครั้งนี้เริ่มขึ้นในช่วงปี ช่วง ค.ศ. 1300 เมื่อบรรพบุรุษของชนเผ่าเมารีได้เดินทางมาถึงนิวซีแลนด์เป็นครั้งแรก และได้เผชิญหน้ากับ นกยักษ์โมอา (Moa) ซึ่งมีความสูงถึง 10 ฟุต หนักกว่า 250 กิโลกรัม และที่สำคัญคือมันไม่เคยเห็นมนุษย์มาก่อน ดังนั้นมันจึงไม่มีท่าทีหวาดระแวงต่อสิ่งมีชีวิตตัวใหม่นี้เลยแม้แต่น้อย และนั่นเองทำให้มันกลายเป็นเหยื่อง่ายๆ ที่ถูกล่าจนสูญพันธุ์ในระยะเวลาไม่ถึง 100 ปีเท่านั้น

แต่นั่นยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของวิกฤตการสูญพันธุ์ของนิวซีแลนด์ เพราะการหายไปของนกโอมานั้น ได้สร้างหายนะต่อนักล่าสูงสุดชนิดหนึ่งที่ล่าแต่นกยักษ์ชนิดนี้เป็นอาหาร นั่นคือ นกอินทรีฮาสท์ (Haast’s Eagle) สายพันธุ์อินทรีที่เชื่อกันว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมา โดยมีความยาวที่วัดจากปลายปีกข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งที่ 3 เมตร และมีกรงเล็บที่ใหญ่พอๆ กับเสือโคร่ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า นกยักษ์ชนิดนี้ใช้เล็บของมันในการเจาะหลอดลมที่คอของนกโอมาในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

แต่เมื่อนกโมอาหายไป นกนักล่าเหล่านี้ก็พลอยสูญเสียแหล่งอาหารไปด้วย และจากหลักฐานฟอสซิลที่พบ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่านกอินทรีฮาสท์นั้นเพิ่งจะสูญพันธุ์ไปเมื่อ 500 ปีก่อนนี้เอง

ดูข่าวต้นฉบับ
ความเห็น 1
  • สูญพันธุ์เพราะ.........แท้ๆ
    24 มิ.ย. 2562 เวลา 10.41 น.
ดูทั้งหมด