ไอที ธุรกิจ

ผลวิจัยชี้ PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น!

Beartai.com
อัพเดต 24 ม.ค. 2563 เวลา 05.49 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 04.56 น.
ผลวิจัยชี้ PM 2.5 เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น!

ในปัจจุบันปัญหามลพิษทางอากาศกำลังเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะไม่ว่าจะหลบเข้าอาคาร หรือแม้แต่ใส่หน้ากากก็เหมือนจะเอาไม่อยู่ซะแล้ว มลภาวะทางอากาศเหล่านี้ยังส่งผลเสียมากมายต่อร่างกายทั้งระบบทางเดินหายใจ ระบบหมุนเวียนโลหิต ทารกในครรภ์ ที่สำคัญมันยังส่งผลให้เรามีอัตราเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า และมีโอกาศฆ่าตัวตายสูงขึ้นอีกด้วย

งานวิจัยค้นพบว่านอกจากการสูดอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ จะทำให้ร่างกายของเราได้รับผลกระทบทางกายภาพแล้ว ทางด้านจิตใจของเราก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน Isobel Braithwaite จากมหาวิทยาลัยลอนดอนและเพื่อนร่วมทีมของเธอ ได้ทำการรีวิวงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์กว่า 25 ฉบับ จนถึงปลายปี 2017 เพื่อหาความเชื่อมโยงเกี่ยวกับสุขภาพจิต และมลภาวะทางอากาศ

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

พวกเขาพบว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีค่ามลภาวะสูงกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนดอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป (ในงานวิจัยนี้ระบุว่าค่ามลภาวะนั้นคือ PM 2.5) มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้น 10%

ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนด ค่า PM 2.5 โดยเฉลี่ย 1 ปี ไม่ควรจะเกิน 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ที่ลอนดอนมีค่าเฉลี่ย 13.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และในนิวเดลีอยู่ที่ประมาณ 133 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (สำหรับประเทศไทย ในปี 2018 เราถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีค่า PM 2.5 สูงอยู่ลำดับที่ 23 และเป็นอันดับ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองจากอินโดนีเซียและเวียดนาม)

ผลกระทบต่อสุขภาพจิต

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

สำหรับปัญหาการฆ่าตัวตายนั้นพบว่ามีความสัมพันธ์กับการรับมลภาวะที่เรียกว่า PM 10 (ขนาดใหญ่กว่า PM 2.5) มากเกินในระยะสั้น การเพิ่มของ PM 10 ทุก ๆ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เพียงแค่ 3 วันก็สามารถเพิ่มอัตราฆ่าตัวตายได้ถึง 2%

Braithwaite กล่าวว่าการหาความเชื่อมโยงระหว่างมลภาวะและสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเรายังคงต้องใช้ชีวิร่วมกับสภาพอากาศแบบนี้ไปอีกในระยะยาวซึ่งมันส่งผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชน เธอตั้งข้อสังเกตว่าสหราชอาณาจักรยังไม่ได้นำแนวทางของ WHO มาใช้กับ PM 2.5 แม้ว่านายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน Sadiq Khan จะรับแนวทางมาแล้วก็ตาม

แต่ถึงอย่างนั้นกลไกที่อธิบายเรื่องนี้ได้โดยตรงก็ยังคงไม่ชัดเจน! Braithwaite เสริมว่ามีการวิจัยมากว่า 10 ปี ในเรื่องผลกระทบของมลภาวะต่อสุขภาพกาย แต่งานวิจัยที่มองความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพจิตกับมลภาวะทางอากาศนี้เพิ่งจะเริ่มขึ้นได้ไม่นาน ไม่แน่ภายใน 5-10 ปีถัดไปเราอาจมีคำอธิบายที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของทั้งสองสิ่งนี้

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

Ioannis Bakolis จากมหาวิทยาลัย King’s College London กล่าวว่า ในตอนนี้เราอาจจะยังไม่สามารถหาคำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับมลภาวะและอาการซึมเศร้า แต่ความเชื่อมโยงระหว่าง PM 2.5 และภาวะซึมเศร้านั้นเกิดขึ้นคล้ายกันกับผู้คนทั่วโลก การที่มลพิษขนาดเล็กสามารถไหลไปตามกระแสเลือดเข้าสู่สมองของเราอาจก่อให้เกิดการอักเสบ หรือส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนความเครียดได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามนอกจากมลภาวะทางอากาศแล้วยังมีปัจจัยย่อยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อความเครียดได้อีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังต้องศึกษากันต่อในระยะยาวเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้น

อ้างอิง NewScientist , Greenpeace

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
ความเห็น 4
  • มหาสมุทร Pj04/A-304
    สงสัยเป็นเพราะรัฐบาลสมัยยิ่งรัก
    24 ม.ค. 2563 เวลา 06.50 น.
  • Nira
    🌈🌈🌈🌈🌈🌈🌈🌈🌈🌈 🔶🔸🔶ประกาศค่ะ🔶🔸🔶 รับสมัครคนช่วยงานตอบแชทลูกค้าผ่านเฟส/ไลน์ รายได้สัปดาห์ละ 4000-5000 บาท (รับอายุ18-70ปี) #ทำผ่านมือถือได้ #กรุงเทพปริมณฑลรับเป็นพิเศษ สนใจงานแอด📱LINE ID : @153lawtz (ใส่@ด้วยค่ะ) 🌈🌈🌈🌈🌈🌈🌈🌈🌈🌈
    24 ม.ค. 2563 เวลา 06.48 น.
  • JW tech TONY
    เวลามีปัญหาสุขภาพเกิดขึ้น ก็หาพื้นที่ในสมองคิดแก้ไขไม่ได้ แล้วพอภาระสิทธิ์รักษาโรงพยาบาลมันล้น ก็บ่นว่าขาดทุน สุดท้ายคำถามคือ นี่หรือ ที่บอกว่าการจัดการโดยอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน หรือการจัดการแบบบูรณาการที่พูดบ่อยๆ คือมันหลายเรื่องที่ปัญหาของประเทศ ไม่มีนโยบายฉลาดๆที่จะเห็นทางสว่างปลายอุโมงค์ มีแต่นโยบายโง่ๆที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า. ถ้าไม่ไหว ก็เปลี่ยนให้คนอื่นมาทำ มาโดนด่าต่อเถอะ รัฐประหารมาก็นาน ล้างน้ำมาเป็นประชาธิปไตย ก็ยังไม่มีอะไรดีและชัดเจน นอกจากความสงบที่เหมือนปืนจ่อปาก
    24 ม.ค. 2563 เวลา 06.31 น.
  • Dearyamhappy
    เห็นด้วยค่ะ นอกจากจะเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว อาจจะเป็นโรคปอดอักเสบได้ค่ะ ไม่ต้องรอระบาดจากจีนเลย ในไทยก็กำลังจะเป็น โรคไข้ปอดอักเสบจากฝุ่นแล้วค่ะ
    24 ม.ค. 2563 เวลา 06.30 น.
ดูทั้งหมด