ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปตท. ยืนยันไม่ได้ศึกษาแผนควบรวมธุรกิจปิโตรเคมี-โรงกลั่น ยอมรับอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรถือหุ้น

การเงินธนาคาร
อัพเดต 21 ก.พ. 2568 เวลา 15.47 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2568 เวลา 08.45 น.

ซีอีโอ ปตท. ยืนยันไม่ได้มีการศึกษาแผนควบรวมธุรกิจปิโตรเคมี-โรงกลั่น ยอมรับอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตร ย้ำกลุ่มปตท.ยังคงถือหุ้นใหญ่

วันที่ 21 ก.พ.2568 ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ปตท. (PTT) ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีมีกระแสข่าวว่า ปตท.อยู่ระหว่างศึกษาแผนควบรวมกิจการธุรกิจในกลุ่ม โดยยืนยันว่าไม่ได้มีการศึกษาแผนควบรวมธุรกิจปิโตรเคมี-โรงกลั่น แต่ยอมรับอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรเข้ามาโดยกลุ่มปตท.ยังคงถือหุ้นใหญ่

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

“ไม่มีการควบรวมกิจการ แต่เราจะหาพันธมิตรเข้ามา ตอนนี้การเจรจามีทิศทางที่ดี แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้”

อนึ่งเมื่อเร็วๆนี้มีกระแสข่าวว่า บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC), บมจ.ไทยออยล์ (TOP) และ บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) จะมีการควบรวมกิจการ ซึ่งทั้ง 3 บริษัทดังกล่าวดำเนินธุรกิจในธุรกิจกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี

ดร.คงกระพัน กล่าวถึงแผนการดำเนินงาน ว่า กลุ่มปตท. ตั้งเป้ากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (อีบิทดา)เพิ่มขึ้น 30,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ในส่วนนี้จะเป็นของปตท. 10,000 ล้านบาท

ด้านงบลงทุนของปตท.ในระยะ 5 ปี (เริ่มจากปี 2568) มีจำนวน 55,000 ล้านบาท งบส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ เช่น โรงแยกก๊าซ และท่อส่งก๊าซ เป็นต้น

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ปตท. จ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 2.10 บาท เป็นเงินรวม 59,983 ล้านบาท

โดยเมื่อหักเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 22,851 ล้านบาท คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายสำหรับผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2567 หุ้นละ 1.30 บาท เป็นเงิน 37,132 ล้านบาท

ปี 2567 ปตท.มีรายได้จากการขาย 3,090,453 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.7 จากปี 2566 ที่มีรายได้ 3,144,884 ล้านบาท

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

มีกำไรสุทธิ 90,072 ล้านบาท ลดลง 21,952 ล้านบาท หรือร้อยละ 19.6 จากปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิ 112,024 ล้านบาท

โดยหลักจาก EBITDA ที่ลดลงมีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในปี 2567 มีการรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ (Non-recurring Items)สุทธิภาษีตามสัดส่วนของปตท.เป็นขาดทุนประมาณ 4,500 ล้านบาท มาจากการด้อยค่าและประมาณการค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตของกลุ่มบริษัท Vencorexและบริษัท พีทีทีอาซาฮีเคมิคอลจำกัด (PTTAC) ของบมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล ประมาณ 10,500 ล้านบาท

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ