ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“Ezy Sweet” โดยคุณเก๋ขนมหวาน แบรนด์ขนมไทยใน 7-11 ตั้งเป้ารายได้พันล้านใน 3 ปี เข้าตลาดหุ้นปี 2570

Thairath Money
อัพเดต 14 มี.ค. 2568 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2568 เวลา 07.33 น.
ภาพไฮไลต์

หลังมื้ออาหารคาวจบลง หากจะไม่ทานขนมหวานเย็น ๆ สักถ้วยคงจะเสียดายน่าดู

ข้าวโพดมะพร้าวอ่อนกะทิสด, อัญมณีกรอบ, บัวลอยเผือก, สาคูเปียกข้าวโพด ลูกชุบ วุ้นเป็ดมะพร้าวอ่อน และเมนูขนมไทยอีกมากมาย ที่ทุกวันนี้หาทานได้ไม่ยาก เพียงแค่คุณเดินเข้าเซเว่นอีเลฟเว่น บนเชลฟ์ที่มีสินค้าเรียงรายกันอยู่นั้น คุณก็จะเห็นแบรนด์ “Ezy Sweet” ด้วยอย่างแน่นอน

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

จากร้านขนมเล็กๆ ที่ผลิตหลังร้านขายยาสู่แบรนด์ขนมไทยใน 7-11

คงต้องเล่าย้อนกลับไปก่อนว่า“Ezy Sweet” คือ แบรนด์ขนมไทยที่ บริษัท คุณเก๋ขนมหวาน จำกัด พัฒนาสินค้าร่วมกับ 7-Eleven ที่เติบโตจากการผลิตขนมวุ้นจำหน่ายหน้าร้านขายยาของผู้เป็นสามี สู่การเป็นโรงงานผลิตขนมไทยมาตรฐานสากลด้วยกำลังการผลิต 120,000 ชิ้นต่อวัน สร้างยอดขายกว่า 100 ล้านชิ้นต่อปี

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

มนสวรรณ ศรัณย์เวชกุล CEO บริษัท คุณเก๋ ขนมหวาน จำกัด ในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 เล่าว่า จุดเริ่มต้นของที่ร้านเริ่มจาก คุณแม่ เป็นคนที่มีฝีมือด้านการทำขนมหวาน คนรอบตัวต่างก็ชื่นชอบในรสมือของแม่ หลังจากนั้นคุณแม่จึงตัดสินใจเริ่มลงมือทำขายเพื่อหารายได้เสริม

โดยการเริ่มจากตั้งโต๊ะวางขายบริเวณหน้าร้านขายยาของคุณพ่อ โดยใช้ชื่อ “วุ้นคุณเก๋” ที่ไม่ใช่ชื่อของคุณแม่ แต่เป็นชื่อของลูกสาวคนโตที่เติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่ คอยช่วยคุณแม่ทำขนมมาเสมอ

และหลังจากเปิดไปผลตอบรับจากลูกค้าก็ค่อนข้างดี จึงทำมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเมื่อปี 2540 ลูกๆ มองว่าขนมไทยรสมือแม่ “อร่อยขนาดนี้ หากทุกคนได้ทานจะเป็นอย่างไร จึงอยากให้ขนมไทยได้ก้าวไปไกลกว่านี้ นั่นจึงทำให้เป็นจุดเริ่มต้นที่ลูกๆ เข้ามาสานต่อธุรกิจ และได้ถือกำเนิดแบรนด์ “คุณเก๋ขนมหวาน” ขึ้น พร้อมกับแตกไลน์สู่เมนูขนมไทยอื่นๆ อีกมากมาย และขยายสู่ทำเลใหม่ๆ นั่นคือ ตลาด อ.ต.ก. และ บองมาร์เช่

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ส่วนจุดเปลี่ยนที่ถือเป็นการพลิกโอกาสครั้งสำคัญ นั่นคือ เมื่อได้ออกบูธในงาน Thaifex ปี 2549 ทาง 7-Eleven เกิดความสนใจและทำการติดต่อมา จนนำไปสู่การวางจำหน่ายใน 7-Eleven เป็นครั้งแรกในปี 2551 ที่นำโดย “เมนูวุ้นกะทิมะพร้าวอ่อน” และด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนามาตรฐานการผลิตทำให้ปี 2555 บริษัทได้รับมาตรฐาน GMP & HACCP

ส่งผลให้แบรนด์เพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดขนมหวานพร้อมทานได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับได้รับความไว้วางใจให้ผลิต OEM ให้กับ 7-Eleven ภายใต้แบรนด์ “EZY SWEET” ต่อยอดการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จนขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของขนมไทยใน 7-Eleven ภายใต้สโลแกน “อร่อย สดใหม่ ใกล้บ้านคุณ”

กระทั่งในปี 2567 คุณเก๋ขนมหวาน เติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยยอดขายทะลุ 387 ล้านบาท ด้วยโมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นการเข้าใจ Customer Insight และ Product Innovation นั่นคือการเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า บวกกับการนำนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิต

มนสวรรณ เล่าต่อไปว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง 3-4 SKUs ต่อเดือน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาขนมไทยที่มีคุณภาพ รสชาติเยี่ยม และสะดวกในการบริโภค

นอกจากนี้ได้พัฒนาไลน์สินค้าเฉพาะเทศกาล เช่น ลูกชุบคริสต์มาส และวุ้นส้มนมสด เราพร้อมขยายการผลิตให้ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Mass และ Premium Mass ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อยกระดับขนมไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

กว่า 40 ปี บนเส้นทางของคุณเก๋ขนมหวาน ที่วันนี้เติบโตเฉลี่ย 40% ต่อปี

เพราะมองว่า “ขนมไทยไม่ใช่แค่ของหวาน แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่เราภาคภูมิใจและพร้อมส่งต่อให้ทั่วโลกได้ลิ้มลอง" ด้วยแนวคิดนี้ แบรนด์จึงเดินหน้าผลักดันขนมไทยให้เป็นมากกว่าของกินเล่น เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดขนมไทยพร้อมทานอันดับหนึ่งใน 7-Eleven

ปัจจุบัน บริษัท คุณเก๋ขนมหวาน จำกัด มียอดขายเฉลี่ย 40 ล้านบาทต่อเดือน เติบโตเฉลี่ย 30-40% ต่อปี ผ่านขนมไทยที่จำหน่ายโดย 7-Eleven รวม 14 SKUs และช่องทางการจัดจำหน่ายอื่นๆ มากว่า 100 SKUs โดยยังมีแผนขยายช่องทาง E-Commerce บนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Facebook / Line / TikTok Shop เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด ‘นวัตกรรมคือหัวใจสำคัญ’ เราเน้นการเพิ่มมูลค่า (Value Creation) ต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิมให้มีมูลค่าเพิ่ม ผ่าน Brand Storytelling, Packaging Design และการทำ Collaboration กับพาร์ทเนอร์ทั้งในและต่างประเทศ

ด้วยกลยุทธ์หลักที่ช่วยให้แบรนด์เติบโตแบบก้าวกระโดด มีดังนี้

  • Product Innovation: สร้างสรรค์ขนมไทยรูปแบบใหม่ที่ผสานรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ขนมไทยเพื่อสุขภาพ และขนมไทย Functional Food
  • Multi-Channel Distribution: ขยายการจำหน่ายผ่านทั้ง Modern Trade, E-Commerce และ Horeca (โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่)
  • Brand Marketing: ใช้ Influencer และแคมเปญ Social Media เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ภายใต้งบการตลาด 2 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าปี 67 หนึ่งเท่าตัว
  • Export Expansion: ปูทางสู่ตลาดต่างประเทศ โดยแบรนด์มีแผนลุยตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ในปี 2569 พร้อมนำเสนอขนมไทยในรูปแบบที่เหมาะสมกับตลาดโลก เช่น ขนมไทยพร้อมทานที่ยืดอายุได้นานขึ้น ยังคงรสชาติแบบต้นตำรับ โดยไม่ใช้สารกันบูด และอีกตลาดคือ จีน ที่อยู่ระหว่าง Research ซึ่งตั้งเป้าจะไปในปี 70

ทั้งนี้ Top 4 เมนูขนมไทยที่ขายดีที่สุดใน 7-11 คือ ข้าวโพดมะพร้าวอ่อนกะทิสด สาคูเปียกข้าวโพด อัญมณีกรอบ และวุ้นเป็ดมะพร้าวอ่อน ส่วนการแข่งขันในตลาดนี้นั้นดุเดือดแค่ไหน ? มนสวรรณ มองว่า ตลาดขนมไทยในปัจจุบันมีมูลค่ากว่าพันล้าน เติบโตต่อเนื่องทุกปี และในอุตสาหรรมนี้มีผู้เล่นหลายราย แต่ “Ezy Sweet” ถือเป็นเบอร์ 1 ของขนมไทยใน 7-11 ที่ขายดีที่สุด จากจำนวนกว่า 10 แบรนด์

ตั้งเป้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์-รายได้พันล้านในปี 2570

“กลุ่มลูกค้าหลักของแบรนด์ คือกลุ่มแมสที่มีตั้งแต่ Gen X สัดส่วนประมาณ 60-70% ที่เหลือจะเป็น Baby Boomer, Gen Y และ Gen Z ที่ยังมีสัดส่วนน้อยเนื่องจากมองว่า ขนมไทยไม่คูล! จะนั้นเราจึงต้องมีการพัฒนาสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น พร้อมกับตั้งเป้าที่จะขยายกำลังการผลิต ในปี 68 เป็น 2 แสนชิ้นต่อวัน ทะยานสู่ยอดขาย 600 ล้านบาท และในปี 2570 ตั้งเป้าก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ พร้อมกับรายได้ 1,000 ล้านบาท”

ส่วน Pain point ในการทำธุรกิจ มนสวรรณ มองว่า หลักๆ คือ เด็กรุ่นใหม่รู้สึกว่า “ขนมไทยมันเชย” แบรนด์จึงอยากจะพัฒนาขนมให้เข้าสู่ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น ผ่านกลยุทธ์ Co-brand อย่างเช่น ถิงถิงxคุณเก๋ขนมหวานxEzy Sweet ที่มาพร้อมกับ บัวลอยโอรีโอ้นมสดร้อน ซึ่งถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ทางบริษัทจึงเปิดบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ “KKX” เพื่อทำด้านนี้โดยเฉพาะ

“ที่สำคัญคือเรากำลังเตรียมความพร้อมที่เปิดโรงงานแห่งที่สองที่ตลาดไทย เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้เติบโตเป็นสองเท่าบนเนื้อที่ 2 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 68 โดยงบลงทุนอยู่ที่ 60 ล้านบาท”

อนาคตของขนมไทย จะไม่ใช่แค่ขนม แต่คือ Soft Power ที่ทรงพลัง

นอกจากการขยายตลาด บริษัท คุณเก๋ขนมหวาน จำกัด ยังให้ความสำคัญกับ โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG Model) และ ESG Model โดยมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรไทย เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน ลดของเสียจากการผลิต และพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เช่น บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมารีไซเคิลได้ 100% และยังมีแผนปรับสูตรขนมให้ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ เช่น ลดน้ำตาล เพิ่มส่วนผสมจากธรรมชาติ เพื่อพิชิตใจลูกค้าด้วยกลยุทธ์ Customer Centric เมื่อในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ไม่ชอบทานหวาน แบรนด์จึงได้มีวิจัยและพัฒนาเพื่อหาตัวช่วยที่จะมาทดแทนน้ำตาล โดยจะมาจากธรรมชาติเป็นหลักอีกด้วย

“อนาคตของขนมไทย จะไม่ใช่แค่ขนม แต่คือ Soft Power ที่ทรงพลัง ตลาดขนมไทยกำลังเปลี่ยนโฉมไปสู่ Thai Dessert 4.0 ซึ่งไม่ใช่แค่ของหวานที่รับประทานหลังมื้ออาหาร แต่เป็นสินค้าที่สะท้อนถึง วัฒนธรรม, คุณค่า และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย เราจึงเดินหน้าปั้นแบรนด์ให้เติบโตสู่ระดับโลก โดยมีเป้าหมายทางธุรกิจที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2570 ส่วนเป้าหมายทางวัฒนธรรมคือเราอยากสร้างการจดจำให้ขนมไทยคือมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่มีชีวิต เพราะถ้าหากเรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ขนมไทยของเราจะก้าวไปไกลถึงเวทีโลกได้แน่นอน” มนสวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -
https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “Ezy Sweet” โดยคุณเก๋ขนมหวาน แบรนด์ขนมไทยใน 7-11 ตั้งเป้ารายได้พันล้านใน 3 ปี เข้าตลาดหุ้นปี 2570

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ