ไลฟ์สไตล์

4 ขั้นตอนขอคืนดีกับแฟนเก่า

INN News
เผยแพร่ 03 ก.ค. 2565 เวลา 13.00 น. • INN News

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเรามักจะแนะนำการ move on ไปยังความรักครั้งต่อไปแต่ก็ต้องยอมรับว่า ยังมีบางคนที่ยังอยากจะขอคืนดีกับแฟนเก่า หรือยังมีความรักต่อกันอยู่ ยังรู้สึกว่ามันไปต่อได้ วันนี้เราเลยมี 4 ขั้นตอนสำหรับการขอคืนดีกับแฟนเก่ามาฝากกัน

4 ขั้นตอนในการขอคืนดีกับแฟนเก่า

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ขั้นตอนนี้ผู้ที่แนะนำได้ทำการสำรวจและวิจัยเบื้องต้นและใช้วิธีที่ผู้เข้าร่วมงานวิจัย 66 เปอร์เซ็นต์แนะนำแล้วมาสรุปอีกครั้งได้ 4 ขั้นตอนดังนี้

1.จัดฉาก เลือกสถานที่

ขั้นตอนแรกคือการชวนแฟนเก่าหรือคนที่เราอยากคืนดีด้วยไปในสถานที่ ที่พวกเขาอยากไป มีความทรงจำด้วยกัน ควรเป็นสถานที่ที่สนุก โรแมนติก หลักการคือมันจะช่วยให้รู้สึกดีและดำเนินบทสนทนาได้อย่างราบรื่น

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

2.สร้างช่วงเวลาที่ดี

สถานที่ถูกต้องแล้ว การพูดสิ่งที่ถูกต้องคือสิ่งที่เราจะทำในขั้นต่อไป เป้าหมายหลักคือการรำลึกถึงช่วงเวลาดีๆ ที่เคยมีด้วยกันมา ขอบคุณในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาพิเศษแค่ไหน ให้เขาสามารถจดจำช่วงเวลาดีๆ เอาไว้

3.ยื่นขอเสนอ

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

พอมีช่วงเวลาที่ดี สถานการณ์ดูดี ขั้นต่อไปคือส่วนที่ยาก โดยพื้นฐานในการขอคืนดี คุณต้องพูดคุยสั้นๆ ว่า ทำไมความสัมพันธ์ถึงจบลง การทำแบบนี้จะช่วยสร้างความเห็นอกเห็นใจ แต่อย่าย้อนนานเกินไป จากนั้นให้เราขอโทษด้วยความจริงใจ บอกว่าเราสามารถปรับปรุงอะไรได้ ซ่อมอะไรได้ในส่วนที่พลาดไป ให้เชื่อว่าทุกอย่างจะดีกว่าเดิม

4.แสดงความจริงใจ

เมื่อได้บอกในสิ่งที่อยากบอกไปแล้ว ก็ได้เวลาที่จะแสดงความจริงใจ ขอให้ได้กลับมาใช้ชีวิตด้วยกัน แสดงเป้าหมายของเรา แสดงความจริงใจให้มากที่สุด

แน่นอนว่าการขอคืนดีมันไม่ได้สำเร็จหรือใช้ได้กับทุกคู่เสมอไป เพราะความรักต้องมาจากทั้งสองคน หากคนหนึ่งหมดใจไปแล้วก็ยากที่จะกลับมา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูแล ประคองกันตั้งแต่ยังคบกันอยู่ เชื่อเถอะว่าไม่มีอะไรเจ็บปวดเท่ากับความรักที่ต้องจบลง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ขอขอบคุณข้อมูล

psychologytoday

ดูข่าวต้นฉบับ