ทั่วไป

รางวัลที่ 1 วุ่นอีก! ผัวแจ้งความ เอาผิดเมียเชิดเงินหนี

The Bangkok Insight
อัพเดต 19 พ.ย. 2565 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2565 เวลา 10.22 น. • The Bangkok Insight

คดีพลิกอีกรอบ ผัวเข้าแจ้งความ เมียเชิดเงิน ถูกรางวัลที่ 1 หนีแล้ว หลังเคลียร์ใจจะกลับบ้าน สุดท้ายติดต่อไม่ได้อีก

เมื่อเวลา13.00 น.วันที่19 พ.ย.2565 พ.ต.ท.สมศักดิ์ เกตุพิบูลย์ สารวัตรสอบสวน สภ.ธวัชบุรี ร้อยเอ็ด เดินทางเข้าพบนายมะนิช อายุ49 ปี ชาวบ้านคางฮุง ม.5 ต.ธวัชบุรี อ.ธวัชบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของการตกเป็นข่าวถูกนางอังคนารัตน์ อายุ45 ปี เมียที่อยู่กินมากันมา26 ปี หนีตามผู้ชาย ไปพร้อมกับสมุดบัญชีธนาคาร ธกส. ที่มีเงินจากการถูกสลากกินแบ่ง รางวัล ที่1 งวด ประจำวันที่1 พ.ย.65 ในส่วนที่เหลือในบัญชี5,930,000 บาทไปด้วย

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง
รางวัลที่ 1

จากการพูดคุยกับ นายมะนิช เจ้าของรางวัลที่หนึ่ง ยืนยันว่า ต้องการที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับภรรยาที่หนีไปกับผู้ชาย ซึ่งรู้เพียงแต่ชื่อว่า‘นายวิทยา’ ไม่ทราบนามสกุล และต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวมาดำเนินคดี และเอาเงินมาคืน

นายมะนิช กล่าวว่า ทีแรกตนว่าจะไม่แจ้งความแล้ว เพราะเมื่อวานนี้ เมียติดต่อทางโทรศัพท์กลับมาเองว่า ขอให้ยุติการให้ข่าวและความเคลื่อนไหว โดยจะขอเวลาสัก1-2 วัน ก็จะกลับมาบ้าน พร้อมกับเอาเงินมาคืนทั้งหมด และยืนยันว่าไม่ได้ไปกับผู้ชาย แต่ขัดใจที่ลูกชายพูดด้วยไม่ดี และหนีไปเพราะความโกรธ ซึ่งตอนนี้เรื่องนี้ทำใจได้แล้ว จึงจะกลับมา ซึ่งตนก็เชื่อตามนั้น แต่ปรากฏว่าพอถึงวันนี้ กลับติดต่อไม่ได้อีก

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

นายมะนิชกล่าวว่า ได้ปรึกษาทุกคนดูแล้ว มั่นใจว่าน่าจะหลอกลวงเพื่อถ่วงเวลา และประวิงเวลาไม่ยอมคืนเงิน ที่นำไปกับผู้ชายคนนั้นมากว่า จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังจากลังเลมานานหลายวัน จนกระทั่งแน่ใจว่าภรรยาไม่มีความจริงใจแน่นอน

หลังแสดงเจตจำนงชัดเจนกับ พ.ต.ท.สมศักดิ์ เกตุพิบูลย์ สารวัตรสอบสวน สภ.ธวัชบุรี จึงได้มีการนำตัวผู้เสียหาย พร้อมด้วย นายเพ็ญ พี่ชายของ นางอังคนารัตน์ ที่ร่วมมีส่วนรับรู้การนำเงินเข้าบัญชีของนางอังคนารัตน์ หลังจากไปรับเงินที่กองสลาก แล้วโอนเข้าบัญชีนางอังคนารัตน์ดังกล่าว

รางวัลที่ 1
โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

ทั้ง2 คน ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า เหตุที่เข้าบัญชีเมีย เพราะไม่มีบัญชีธนาคารของตนเอง เพราะเขียนหนังสือไม่ค่อยได้ แม้แต่การที่เมียอ้างว่า ลายเซ็นหลังสลาก ก็เป็นลายเซ็นเมีย ก็เพราะตนเองเขียนหนังสือไม่ได้ เลยให้เมียเซ็นแทน

นายมะนิช ยืนยันว่า การโอนเงินเข้าบัญชีเมีย ไม่ได้โอนเข้าให้ด้วยความเสน่หา แต่เป็นการฝากไว้ในบัญชีเท่านั้น ซึ่งตอนนี้มั่นใจว่าโดยหลอกลวงแน่นอน จึงต้องการให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีเพื่อเอาเงินคืนแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ส่วนหลังจากได้เงินคืนแล้ว ก็ค่อยคุยกันอีกที ซึ่งตนอาจจะถอนแจ้งความก็ได้ หากกฎหมายสามารถทำได้ เพราะเห็นแก่ที่เคยอยู่ด้วยกันมา และหลังจากได้เงินคืน หากไม่มีที่ไป ก็อาจจะให้พักพิงในบ้าน เพื่อให้อยู่กับลูกๆ ได้ด้วยความมีมนุษยธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ลูกสาวอายุ11 ปี เรียน ป.5 คิดถึงแม่มาก จนไม่อยากเรียนต่อ แต่อาจจะไม่ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันแบบเดิมสักระยะ เพื่อดูใจกันก่อน

รางวัลที่ 1

พ.ต.ท.สมศักดิ์ เกตุพิบูลย์ สารวัตรสอบสวน สภ.ธวัชบุรี ร้อยเอ็ด กล่าวว่า เมื่อเป็นความต้องการของเจ้าทุกข์ก็พร้อมที่จะดำเนินการให้ตามความต้องการ โดยจะมีการเรียกสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องทั้ง3 คน คือ ผู้เสียหาย พร้อมกับนายเพ็ญ พี่ชายของเมียที่เดินทางไปด้วยกันที่กองสลาก รวมทั้ง นายเพิ่มศักดิ์ มุกพรหม คนขายสลากกินแบ่ง มาสอบสวน เพื่อที่จะสรุปสำนวนคดี แล้วจึงจะออกหหมายเรียกนางอังคนารัตน์ และคนที่ก่อเหตุร่วมกัน มาดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์ และหากไม่มาตามหมายเรียกก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป

อย่างไรก็ตามคดีนี้ เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวที่สามารถยอมความกันได้ หากมาพบพนักงานสอบสวน และตกลงกันได้ ก็สามรถที่จะถอนการแจ้งความได้ ไม่มีปัญหา ซึ่งพนักงานสอบสวนฝากว่า เพื่อให้เรื่องราวยุติกันด้วยจึง ควรที่จะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อเจรจากันดีกว่า

ขอบคุณข้อมูล ภาพสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว โหนกระแส

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ