ไลฟ์สไตล์

‘งดสัมผัสใบหน้า’ เพราะบนมืออาจมีไวรัส เรื่องง่ายๆ ทำไมทำยากจัง ?

becommon.co
อัพเดต 25 มี.ค. 2563 เวลา 20.17 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2563 เวลา 11.46 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple

เมื่อไวรัส COVID-19 มาเยือน สิ่งหนึ่งที่พวกเรากำลังเผชิญร่วมกันคือ ‘วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป’ เริ่มตั้งแต่ล้างมือบ่อยขึ้น ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เว้นระยะห่างกับสังคม ฯลฯ

แต่เรามักไม่รู้ตัวว่าเราเผลอเอามือไปจับหน้าอยู่บ่อยๆ และนั่นเป็นช่องทางที่ทำให้เชื้อไวรัสกระโดดเข้ามาในร่างกายเราได้ง่ายที่สุด 

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

 

เพราะบนมืออาจมี ‘ไวรัส’

ไวรัส COVID-19 มีอายุอยู่บนพื้นผิวได้เป็นเวลานานประมาณ 8-48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความชื้น อุณหภูมิและชนิดของวัตถุเหล่านั้น แต่พึงนึกไว้เสมอว่าบนพื้นผิวต่างๆ นั้นอาจมีไวรัสอาศัยอยู่ และอวัยวะที่มีสิทธิ์สัมผัสโดนมันมากที่สุดก็คือ ‘มือของเรา’

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

โดยปกติคนเราสัมผัสใบหน้าตัวเอง เฉลี่ยชั่วโมงละ 9-23 ครั้ง ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นขยี้ตา ถูจมูก กัดเล็บ จับหนวดเล่น ฯลฯ พฤติกรรมเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นในตอนที่เรามีความกังวล ความเครียด หรืออับอายอยู่ลึกๆ เช่นบางครั้งเราจับหน้าเพราะแก้เขิน บางครั้งเราก็เอามือไปจับหน้าโดยไม่มีเหตุผล

นอกจากนี้ในแต่ละนาทีอาการคัน ระคายเคือง หรือกล้ามเนื้อตึง มักจะเกิดขึ้นบนใบหน้าของเรา และเรามักจะ ‘ผ่อนคลาย’ อาการข้างต้นด้วยการเอามือไปเกา สัมผัส ลูบไล้ผิวหน้าอย่างไม่รู้ตัว เพราะมันเป็นวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้เรารู้สึกสบายใจได้เพียงเสี้ยววินาที

โฆษณา - อ่านบทความต่อด้านล่าง

แต่ในวันที่เชื้อไวรัสระบาดทั่วโลก การทำตามความเคยชินแบบนี้อาจได้ไม่คุ้มเสีย

แล้วเราจะลด ละ เลิกการล้วง แคะ แกะ เกาบนใบหน้าได้อย่างไร?

จดบันทึกพฤติกรรมเพื่อรู้ทันมือเจ้าปัญหา

หากรู้สึกว่า อยากทำอย่างอื่นแทนการเอามือไปคอยแต่จะแกะเกาบนใบหน้า แนะนำให้ลองใช้วิธีที่เรียกว่า พฤติกรรมบำบัดหรือ Habit-reversalที่ให้ความสำคัญกับการ ‘รู้เท่าทันพฤติกรรมของตัวเองแล้วเปลี่ยนมันเสีย’

เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการสังเกตการณ์พฤติกรรม และจดออกมาเป็นข้อๆ อาจให้คนรอบข้างช่วยสังเกตด้วยอีกแรง เนื่องจากการจดบันทึกพฤติกรรมจะยิ่งได้ผล หากเราแชร์กับคนอื่นๆ ไม่ว่าจะให้เพื่อนๆ หรือโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

วิธีสังเกตตัวเอง เมื่อเอามือไปสัมผัสหน้า มีหลักๆ 3 ข้อ คือ

  • สังเกตความรู้สึกก่อนเอามือไปจับ 
  • ดูว่าเรากำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่ตอนนั้น 
  • ร่างกายรู้สึกอย่างไรบ้าง เช่น คัน เกร็ง หรือไม่สบายตัว

ยกตัวอย่างเช่น เกาหน้าเพราะคันตอนกำลังทำงาน, ถูจมูกด้วยนิ้วขณะนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ, กัดเล็บมือตอนดูทีวี, นั่งเท้าคางตอนอ่านหนังสือ

 

เบี่ยงเบนความสนใจของมือ

เมื่อมีสติรู้เท่าทันมือไวๆ ของตัวเองแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ ‘เปลี่ยนพฤติกรรม’ โดยการทำอย่างอื่นทดแทน เช่น ถ้ากำลังจะขยี้ตา ให้เปลี่ยนมากำมือไว้แน่นๆ กดฝ่ามือ เหยียดแขนให้ตรง บีบลูกบอล หรือควงปากกาแทน วิธีนี้คือการใช้พฤติกรรมอื่นเข้ามาเบี่ยงเบนความสนใจของมือให้ออกจากใบหน้าของเรา

อย่างไรก็ตาม การใช้สิ่งของอย่างลูกบอลหรือปากกาเข้ามาช่วย ก็ยังไม่เห็นผลเท่ากับการปรับพฤติกรรม เพราะโดยธรรมชาติ เรามักหยิบจับสิ่งของมาเล่นแก้เบื่อ แต่การสัมผัสใบหน้านั้น เราทำเพราะรู้สึกกังวลใจอยู่ลึกๆ ควงปากกาหรือบีบลูกบอลอาจช่วยให้หายเบื่อ และเบี่ยงเบนความสนใจของมือที่กำลังจะสัมผัสใบหน้าไปได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น

 

แก้ปัญหาที่ ‘มือ’ ต้นเหตุ

อีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้มือไม่ต้องสัมผัสกับผิวหน้าบ่อยๆ คือ ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ป้องกันอาการใดที่อาจจะเกิดขึ้น จนทำให้เราต้องเอาสัมผัสใบหน้า เช่น หากเป็นภูมิแพ้ ซึ่งทำให้ต้องขยี้ตาบ่อยๆ พยายามห่างจากต้นเหตุที่ทำให้แพ้หรือกินยาแก้แพ้ให้อาการดีขึ้น หากชอบกัดเล็บให้ไว้เล็บสั้นๆ หรือหาถุงมือมาใส่ หากแว่นตาเลื่อนหลุดบ่อยๆ ให้ใส่สายคล้อง หรือเปลี่ยนเป็นแว่นที่มีขนาดพอดีกับใบหน้า 

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่มือของเรายังต้องเข้าไปวุ่นวายกับใบหน้า เช่น ใส่คอนแท็กเลนส์ แต่งหน้า ใช้ไหมขัดฟัน

หากต้องทำกิจกรรมเหล่านี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดและเราอยากแนะนำคือ ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง

การจับหน้าอาจเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ แต่ในวันที่ไวรัสระบาดเช่นนี้ คงต้องดึงสติ ยั้งมือตัวเองเอาไว้สักหน่อย

เพราะนี่เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจาก COVID-19 

 

อ้างอิง 

ดูข่าวต้นฉบับ