หลังจากครั้งก่อนเราได้ความเข้าใจกองทุน SSF หรือ กองทุนการออมระยะยาว กันไปแล้ว คราวนี้ถึงตากองทุน RMF หรือ Retirement Mutual Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมเงินระยะยาวสำหรับใช้ในยามเกษียณอายุ กันบ้างว่าจะมีเงื่อนไขอย่างไร ใช้ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่
กองทุน RMF = กองทุนการออมเพื่อยามเกษียณ
กองทุน RMF หรือ Retirement Mutual Fund เป็นกองทุนรวมประเภทที่ส่งเสริมการออมเงินระยะยาวไว้สำหรับใช้ในยามเกษียณอายุ ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ของภาคเอกชน และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ของข้าราชการ โดยเมื่อต้นปี 2563 ที่ผ่านมากองทุน RMF ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงและได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่มากขึ้น
ลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทใด
กองทุน RMF มีลักษณะคล้ายกับ กองทุน SSF ที่สามารถเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้น, ตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เงื่อนไขการลดหย่อนภาษี
1.ผู้ลงทุนสามารถซื้อหน่วยลงทุนเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และเมื่อรวมกับการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
2.เมื่อนำไปนับรวมกับการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุประเภทอื่น ๆ เช่น กองทุนรวมสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) , กองทุนรวมการออมระยะยาว(SSF) , กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และประกันชีวิตแบบบำนาญ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท
3. ผู้ลงทุนจะต้องถือหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อครั้งแรก และขายได้ตอนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ ค่าลดหย่อนภาษี
ผู้ลงทุนที่ซื้อกองทุน RMF สามารถนำเงินนั้นไปใช้เป็นค่าลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่กฎหมายกำหนดเพดานให้หักลดหย่อนได้ตามจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปี หรือไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อนับรวมกองทุนการออมเพื่อการเกษียณประเภทอื่นๆ ตามเงื่อนไข
ตัวอย่าง
1.ถ้าผู้ลงทุนมีเงินที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปีเป็นเงิน 1,000,000 บาท แล้วซื้อกองทุน RMF ไป 400,000 บาท จะหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแค่ไม่เกิน 300,000 บาทเท่านั้น
2.ถ้ามีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปีเป็นเงิน 4,000,000 บาท และจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้วปีละ 400,000 บาท แล้วซื้อกองทุน RMF ไป 200,000 บาท แม้ว่าจะซื้อกองทุน RMF ไว้ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี แต่เนื่องจากคุณจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปแล้วถึง 400,000 บาท ทำให้คุณมีสิทธิหักลดหย่อนค่าซื้อกองทุน RMF ตามจริงได้อีกไม่เกิน 100,000 บาทเท่านั้น เพราะติดเพดานหักลดหย่อนสูงสุด 500,000 บาทไปแล้ว
3.ถ้ามีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีตลอดทั้งปีเป็นเงิน 1,000,000 บาท และเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีอีก 500,000 บาท แล้วซื้อกองทุน RMF ไป 400,000 บาท ก็ยังคงหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแค่ไม่เกิน 300,000 บาทอยู่ดี เพราะกฎหมายให้ใช้เงินได้ที่ต้องเสียภาษีเท่านั้นเป็นฐานสำหรับคำนวณสิทธิประโยชน์
โดยเงินได้ที่ต้องเสียภาษีนี้กรมสรรพากร เปิดโอกาสให้รวมทั้งที่ยื่นเสียภาษีตามปกติและเลือกไม่ยื่นภาษีด้วย เช่น มีรายได้จากเงินเดือน 1,000,000 บาท และเงินได้จากดอกเบี้ย 1,000,000 บาท (ที่ปล่อยให้หักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว)
ทั้งนี้ในกรณีนี้ เงินได้ที่ต้องเสียภาษีคือ 2,000,000 บาท (เงินเดือนที่ต้องยื่นภาษีปกติ 1,000,000 + ดอกเบี้ยที่เลือกไม่ยื่นภาษีก็ได้ 1,000,000 บาท ซึ่งจะใช้เป็นฐานสำหรับคำนวณสิทธิประโยชน์ต่อไป
วิธีนับระยะเวลา
การนับระยะเวลา 5 ปีของ RMF จะเป็นการนับระยะเวลาแบบวันชนวัน ปีชนปี เช่น ถ้าซื้อ RMF เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2564 วันที่ครบ 5 ปีคือวันที่ 1 ก.พ. 2569 และจะขายโดยไม่ผิดเงื่อนไข 5 ปี ได้ในวันรุ่งขึ้น คือ 2 ก.พ. 2569
ตัวอย่าง
1.ถ้าคุณซื้อ RMF ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 และลงทุนต่อเนื่องมาทุกปี โดยคุณจะอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 15 ม.ค. 2569 ในกรณีนี้ คุณจะสามารถขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดได้ถูกต้องตามเงื่อนไขได้ตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.2569 เป็นต้นไป (พ้นกำหนด 55 ปีบริบูรณ์ และถือครองครบ 5 ปี)
2.ถ้าคุณซื้อ RMF ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ก. พ. 2564 และลงทุนต่อเนื่องมาทุกปี โดยคุณจะอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 13 ก.พ.2569 ในกรณีนี้ คุณจะสามารถขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดได้ถูกต้องตามเงื่อนไขได้ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.2569 เป็นต้นไป (พ้นกำหนดถือครองครบ 5 ปี และ 55 ปีบริบูรณ์)
เริ่มนับระยะเวลาเมื่อซื้อ RMF ครั้งแรก
การนับระยะเวลาของ RMF จะเริ่มตั้งแต่วันที่เริ่มซื้อหน่วยลงทุนวันแรกครบเป็นสำคัญ ดังนั้น แม้ว่าจะซื้อ RMF เพิ่มเติมหลังจากนั้นก็ไม่มีผลให้กองทุน RMF ที่ซื้อมาทีหลังมีปัญหาแต่อย่างใด เช่น ซื้อ RMF กองแรกเมื่อปี 2564 แล้วซื้อต่อเนื่องมาทุกปีตั้งแต่ 2565, 2566, 2567, 2568 และ 2569 เมื่อพ้นกำหนดแล้วคุณสามารถขาย RMF ทุกกองที่ซื้อมาตั้งแต่ 2564-2569 ได้ โดยไม่ต้องเสียภาษีจากกำไร เพราะกฎหมายมองว่า RMF ทั้งชุดนี้ถือต่อเนื่องมาครบ 5 ปีแล้ว
เช็กเทรนด์ “SSF & RMF” กองทุนหุ้นนอกฮอต-รีเทิร์นสูง
กองทุน SSF- RMF ทยอยเปิดขาย รับเทศกาลลดหย่อนภาษี
กำไรได้รับยกเว้นภาษี
กำไรจากการขายกองทุน RMF ที่ถือไว้จนครบเงื่อนไขจะได้รับยกเว้นภาษี แต่ถ้าทำผิดเงื่อนไข เช่น ขายก่อนจะถืออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และขายก่อนถือครบ 5 ปี กำไรจากการขายกองทุน RMF จะต้องเอาไปเสียภาษีด้วยในฐานะเงินได้ประเภทที่ 8 อย่างไรก็ดีถ้าถือกองทุน RMF จนครบ 5 ปีแล้ว แม้จะขายก่อนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ กำไรจากการขายกองทุน RMF ดังกล่าวก็ยังได้รับยกว้ภาษีอยู่ แต่ยังคงต้องคืนสิทธิ์ยกเว้นภาษีที่เคยใช้ลดหย่อน RMF ตั้งแต่ตอนซื้อครั้งแรก พร้อมเงินเพิ่ม
ข้อยกเว้นการโอนสลับกองทุน RMF กองใหม่
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ถือ RMF อยู่นั้น กฎหมายเปิดช่องให้คุณสามารถสลับไปถือ RMF กองอื่นแทนกองที่ถืออยู่เดิมได้ เพื่อเปลี่ยนไปถือ RMF กองที่มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่าได้ โดยไม่ผิดเงื่อนไขการนับระยะเวลาและไม่ถือว่าเป็นการขายก่อนเวลา
RMF ต้องซื้อขั้นต่ำเท่าไร
สำหรับการนำกองทุน RMF ปัจจุบันไม่ได้มีการกำหนดจำนวนขั้นตํ่าในการซื้อต่อปี ซึ่งมีการปรับเกณฑ์ใหม่จากเดิมที่ต้องซื้ออย่างน้อย 3% หรือ 5,000 บาท แต่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี (หรืออย่างน้อยซื้อปีเว้นปี)
ช่วงเวลารับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
ผู้ลงทุนที่ซื้อหน่วยลงทุนกองทุน RMF สามารถรับสิทธิประโยชน์ไปใช้ในการลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์ใหม่ได้ในปีที่ลงทุน โดยเริ่มปี 2563 เป็นต้นไป
กองทุน RMF เหมาะกับใครบ้าง
1. ผู้ประกอบการที่มีอาชีพอิสระ ซึ่งไม่มีสวัสดิการการออมเงินเพื่อวัยเกษียณมารองรับ
2. ลูกจ้างที่นายจ้างยังไม่พร้อมที่จะจัดให้มีกองทุนสสำรองเลี้ยงชีพ
3. ลูกจ้างหรือข้าราชการที่มีสวัสดิการออมเงินเพื่อวัยเกษียณอยู่แล้ว แต่มีความต้องการที่จะออมเพิ่มเติม เพื่อให้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เต็มวงเงิน 500,000 บาท ตามที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและส่งเสริม