โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

จัดทีมยอดเยี่ยมซูซูกิ คัพ 2018 โดยทีมงานขอบสนาม

ขอบสนาม

อัพเดต 15 ก.พ. 2561 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2561 เวลา 03.02 น. • ขอบสนาม
จัดทีมยอดเยี่ยมซูซูกิ คัพ 2018 โดยทีมงานขอบสนาม

ฟุตอบลซูซูกิ คัพ 2018 จบลงด้วยการเป็นแชมป์สมัยที่สองของแข้งสกุลเหงียน ที่รอคอยมากว่า 10 ปี ถือเป็นการคว้าแชมป์อย่างสมศักดิ์ศรี เวียดนามคือทีมที่ดีที่สุดในอาเซียนเวลานี้จริงๆ

ทีมชาติเวียดนาม ปิดฉากอาเซียน คัพ ครั้งนี้ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ "เสือเหลือง" มาเลเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ นัดที่สองไปได้ 1-0 รวมผลสองนัดชนะไป 3-2 คว้าแชมป์สมัยที่สองอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งก็ต้องขอแสดงความยินดีกับนักเตะและแฟนบอลชาวเวียดนามด้วย

ส่วนมาเลเซีย ก็ต้องอกหักอีกครั้งในรอบกว่า 5 ปี ที่เข้าชิงถึงสองครั้งแต่ก็อกหักไปทั้งสองครั้ง ขณะที่ทีมชาติไทยของเรา ก็คงต้องไปว่ากันใหม่ในอีก 2 ปี ข้างหน้ากับการทวงเบอร์หนึ่งอาเซียนกลับมา

จากนี้เรามาว่ากันถึงนักเตะที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในซูซูกิ คัพ 2018 กันบ้าง ไปดูว่ามีใครทำผลงานโดดเด่น และเราได้เลือกให้เป็น 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุดในทีมยอดเยี่ยมซูซูกิ คัพ ครั้งนี้

ทีมยอดเยี่ยม ซูซูกิ คัพ 2018 มาในระบบ 4-3-3  ตามผังดังนี้

ผู้รักษาประตู : ดัง วาน ลัม 

กองหลังขวาไปซ้าย : ซายาห์มี่ ซาฟารี่ / ตรัน ดินห์ ตร็อง / พรรษา เหมวิบูลย์ / กรกช วิริยอุดมศิริ

กองกลาง : เหงียน กวง ไฮ / เหงียน คอง เฟือง / โมฮามาดู ซูมาเรห์

กองหน้าขวา : นอร์ชารูล อิดลาน / กองหน้าซ้าย : เหงียน อันห์ ดุ๊ก

หน้าเป้า : อดิศักดิ์ ไกรษร

มาดูนักเตะในตำแหน่งต่างๆ กัน

ผู้รักษาประตู : ดัง วาน ลัม (เวียดนาม)

 

ดัง วาน ลัม นายทวารมือหนึ่งทีมชาติเวียดนาม ลูกครึ่งรัสเซียรายนี้ ถือเป็นนายทวารที่โดดเด่นในซูซูกิ คัพ มากๆ ตลอดทั้งทัวร์นาเม้นท์เสียประตูไปแค่ 4 ลูกเท่านั้น โดยเฉพาะรอบแรกไม่เสียสักกะประตูเดียว แน่นอนว่าอนาคตของนายทวารวัย 25 ปีรายนี้ไกลแน่นอน และถือเป็นอีกหนึ่งดาวเด่นในอาเซียน คัพ 2018

แบ็กขวา :  *ซายาห์มี่ ซาฟารี่ * (มาเลเซีย)

ตำแหน่งแบ็กขวาเราเลือกอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ขอให้ ซายาห์มี่ ซาฟารี่ แบ็กขวาจอมบุกพลังช้างสารของทีมชาติมาเลเซีย ทั้งทัวร์นาเม้นท์ถือว่าโดดเด่นโดยเฉพาะการเติมเกมรุก มีความเร็ว และยิงประตูได้ดี โดยเฉพาะลูกยิงผีจับยัดใส่ทีมชาติไทยที่ราชมังฯ ยังติดตามผมอยู่เลย ถือว่าเป็นนักเตะคนสำคัญในการพาเสือเหลืองเข้ามาชิงชนะเลิศในครั้งนี้

แบ็กซ้าย : กรกช วิริบอุดมศิริ (ไทย)

 

ตำแหน่งแบ็กซ้ายขอยกให้กรกช วิริยอุดมศิริ ของทัพช้างศึกของเราก็แล้วกัน น่าจะเป็นแบ็กซ้ายที่มีผลงานเข้าตาสุดถ้าเทียบกับทีมอื่นๆ แม้จะหลุดฟอร์มไปนิดในรอบรองชนะเลิศ แต่ผลงานในรอบแรกก็ถือว่าทำได้ดีด้วยการยิง 1 ประตู จากลูกเตะมุมสุดสวย แถมยังแอสซิสต์เป็นว่าเล่นในรายการนี้

คู่เซ็นเตอร์ : ตรัน ดินห์ ตร็อง (เวียดนาม) กับ พรรษา เหมวิบูลย์ (ไทย)

ตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาร์ฟต้องคนนี้เลยเป็นตัวยืน ตรัน ดินห์ ตร็อง ปราการหลังหน้าหล่อของเวียดนามทีมแชมป์ ที่เป็นกองหลังคนกลางตัวหลักในระบบหลัง 3 ตัวของทีมสกุลเหงียน เล่นได้ดุดัน ทางบอลเยี่ยม หยุดแนวรุกคู่ต่อสู้ไว้ได้หมด โดยเฉพาะรอบชิงชนะเลิศทำเอาแนวรุกมาเลเซียไปไม่เป็นเลย

ส่วนคนที่จะมาคู่กับ ตรัน ดินห์ ตร็อง ก็คือ พรรษา เหมวิบูลย์ ของทีมชาติไทย ที่ทัวร์นาเม้นท์นี้เริ่มต้นจากเป็นสำรองก่อนจะได้ลงเล่นแทน มานูเอล ทอม ที่บาดเจ็บ และก็ทำให้เขากลายเป็นกองหลังจอมยิงประตูไปแล้ว ซึ่งในซูซูกิ คัพ ครั้งนี้ เซ็นเตอร์ฮาร์ฟจากบุรีรัมย์ ยิงไปได้ถึง 3 ประตู ถือว่าโดดเด่นมากๆ

กองกลาง : เหงียน กวง ไฮ (เวียดนาม),โมฮามาดู ซูมาเรห์ (มาเลเซีย),เหงียน คอง เฟือง (เวียดนาม)

แผงกองกลางคนแรกคือ เหงียน กวง ไฮ ของเวียดนาม เป็นแนวรุกร่างเล็กที่มีความคล่อง เร็ว และยิงไกล และฟรีคิกได้เฉียบคมมากๆ เราจึงต้องเลือกติดทีมยอดเยี่ยมในครั้งนี้ เป็นนักเตะที่มาจากชุดยู 23 และก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในทีมชุดใหญ่ไปแล้ว ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวอายุแค่ 21 ปีเท่านั้น โดยทัวร์นาเม้นท์นี้ยิงไปได้ถึง 3 ประตู

คนต่อมาคือ โมฮามาดู ซูมาเรห์ จากมาเลเซีย เป็นนักเตะแกมเบียที่โอนสัญชาติมาเล่นให้ทีมเสือเหลือง แม้ในซูซูกิ คัพ ครั้งนี้จะไม่สามารถยิงประตูได้ แต่ด้วยฟอร์มการเล่น ลีลาการลากเลื้อยและปั่นป่วนแนวรับคู่ต่อสู้ถือว่าจี๊ดจ๊าดมากๆ และถือเป็นแข้งมาเลเซียที่แจ้งเกิดที่สุดในอาเซียน คัพ 2018 ยังไงเราก็ต้องเลือกมาติดทีมของเรา

กองกลางคนสุดท้ายคือ เหงียน คอง เฟือง จากเวียดนาม แม้ในซูซูกิ คัพ ครั้งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นตัวสำรอง แต่ก็เป็นตัวหลักที่จะถูกส่งลงมาในเวลาที่เหมาะสมเพื่อเป็นทีเด็ดของเวียดนาม ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องของแท็คติก คอง เฟือง ถือเป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกของเวียดนาม และมีส่วนสำคัญในการพาบ้านเกิดของเขาคว้าแชมป์ในซูซูกิ คัพ ครั้งนี้ โดยทำประตูได้ 3 ประตู

กองหน้า : นอร์ชาห์รูล อิดลาน (มาเลเซีย) ,เหงียน อันห์ ดุ๊ก (เวียดนาม) และ อดิศักดิ์ ไกรษร (ไทย)

มาถึงกองหน้าแบบ 3 คน คนแรก นอร์ชารูล จากมาเลเซีย ดาวยิงจอมเก๋าวัย 32 ปี ผ่านซูซูกิ คัพ มาแล้วหลายสมัย หน้าที่ของเขาในทีมชาติเสือเหลืองก็คือยิง ยิง ยิง แล้วก็ยิง เราจะเห็นว่ากองหน้ารายนี้ไม่ได้มีสกิลเก่งกาจอะไรนอกจากการหาพื้นที่และยิงประตูได้ดีเท่านั้น โดยคว้ารองดาวซัลโว ยิงไปได้ 5 ประตู ซึ่งนี่น่าจะเป็นซูซูกิ คัพ ครั้งสุดท้ายของเขาด้วย และเขาก็อยู่ในชุดรองแชมป์เมื่อปี 2014 ของทีมชาติมาเลเซีย อีกด้วย เข้าชิงสองครั้งอกหักทั้งสองครั้ง

คนนี้ยังไงต้องติด เหงียน อันห์ ดุ๊ก กองหน้าตัวเก๋าของเวียดนาม ที่ซัดไป 5 ประตู ด้วยวัยถึง 33 ปี และเล่นทีมชาติมายาวนานตั้งแต่ปี 2006 ไม่คิดว่าจะได้มาอยู่ในทีมเจเนอเรชั่นใหม่นี้อีกครั้ง แต่สุดท้ายกุนซือเวียดนามก้ซื้อความเก๋า โดย เหงียน อันห์ ดุ๊ก เป็นกองหน้าตัวใหญ่มีจุดเด่นที่การเข้าฮอสและยิงประตูได้ทุกจังหวะ เรียกได้ว่าครบเครื่อง และเขาก็เป็นนักเตะเวียดนามที่ยิงได้เยอะสุดในซูซูกิ คัพ หนนี้

กองหน้าตัวเป้ายังไงก็ต้องให้เพราะยิงไปถึง 8 ประตู สำหรับ"AK9" อดิศักดิ์ ไกรษร แม้จะปิดฉากทัวร์นาเม้นท์แบบไม่สวยงามแต่เขาก็เป็นกองหน้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในอาเซียน คัพ ครั้งนี้ น่าเสียดายที่รอบรองชนะเลิศไม่สามารถทำประตูเพอ่มได้ ไม่เช่นนั้นมีโอกาสจะกลายเป็นกองหน้าประวัติศาสตร์ของซูซูกิ คัพ ก็เป็นได้ เอาไว้อีกสองปีข้างหน้ามาแก้ตัวกันใหม่แล้วกันครับ "AK9"

โค้ชยอดเยี่ยม : ปาร์ค ฮัง ซอ (เวียดนาม)

โค้ชยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นท์ไม่ใช่ "ลุงวัช" แน่นอน แต่ต้องเป็นเขาคนนี้ ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือชาวเกาหลีใต้ ของทีมชาติเวียดนาม ที่เข้ามายกระดับทีมสกุลเหงียนให้กลายเป็นยอดทีมตั้งแต่ชุด ยู 23 ที่พาทีมคว้ารองแชมป์เอเชีย และเข้ารอบรองชนะเลิศเอเชี่ยนเกมส์ ปิดท้ายที่การพาทีมคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ บอกเลยคนนี้ของจริง และในทัวร์นาเม้นท์นี้เขาก็ได้ทำเวียดนามให้มีเกมรุกที่ดุดัน หลากหลาย เล่นบอลสนุก แถมเกมรับก็โอเคอีกด้วย เอาไปเลย 10 กะโหลก

มูซาชิ

0 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0