Nokia N-Gage ตำนานมือถือสำหรับเล่นเกมที่ไอเดียล้ำหน้ามาก่อนกาล

Nokia N-Gage เป็นโทรศัพท์มือถือช่วงต้นปี 2000 ที่เคยสร้างกระแสฮือฮาและเป็นที่น่าสนใจให้ชาวเกมเมอร์ ด้วยแนวคิดสุดล้ำอย่างการนำเครื่องเล่นเกมพกพาและมือถือมารวมในเครื่องเดียวกัน ซึ่งเครื่องดังกล่าวมีความพิเศษอย่างไร บทความนี้จะช่วยทำให้คุณเข้าใจมือถือ N-Gage มากยิ่งขึ้น

ต้นกำเนิดของ Nokia N-Gage

สมัยปี 1990 จนถึงปี 2000 เครื่องเกมพกพา Nintendo Game Boy ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดสูงมาก รวมถึงโทรศัพท์มือถือก็เริ่มเข้าถึงผู้ใช้มากขึ้นด้วยราคาที่ถูกลง และมีขนาดเล็กพอจนสามารถใส่กระเป๋ากางเกงได้

ซึ่งช่วงเวลานั้น Nokia ยังเป็นผู้นำด้านการสร้างผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ ทางบริษัทจึงปิ๊งไอเดียว่า "ถ้าหากนำมือถือ บวกกับเครื่องเล่นเกมพกพา" จะเกิดอะไรขึ้น ? ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าว ทำให้ Nokia เริ่มพัฒนามือถือรุ่นใหม่โดยใช้ชื่อโค้ดเนม "Starship" และในปี 2002 Nokia ได้ประกาศเปิดตัวมือถือดังกล่าวในชื่อรุ่นว่า N-Gage

Nokia N-Gage ได้สร้างกระแสเป็นที่น่าสนใจทั้งกลุ่มคนเล่นมือถือ และคนเล่นเกมด้วยไอเดียผสมผสานระหว่างโทรศัพท์มือถือกับเครื่องเล่นเกมพกพามาอยู่รวมในเครื่องเดียว ซึ่งเป็นแนวคิดที่เหล่าคอเกมใฝ่ฝันมานาน พร้อมทั้งการดีไซน์เครื่องก็มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครอีกด้วย ทำให้ N-Gage ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในมือถือที่น่าจับตามองที่สุดในยุคนั้น

แค่รูปทรงก็เตะตาแล้ว

สิ่งที่ทำให้มือถือ N-Gage เป็นที่เตะตาสำหรับคนหลายคน คือรูปทรงเหมือนเครื่องเกมพกพา Nintendo Game Boy Advance โดยปุ่มด้านซ้ายเป็นปุ่ม D-Pad และปุ่มด้านขวาเป็นปุ่มกดเลขโทรศัพท์ ส่วนตำแหน่งตรงกลางเป็นหน้าจอ TFT ขนาด 2.1 นิ้ว

N-Gage ใช้ระบบปฏิบัติการ Symbian OS 6.1, ใช้ชิปโพรเซสเซอร์ ARM920T @ 104 MHz และแอปพลิเคชันสามารถรองรับภาษา Java ซึ่งนับว่าเป็นสเปกมือถือที่ทรงพลังมากกว่ามือถือทั่วไป รวมถึง N-Gage สามารถรองรับการเล่นเกมแบบ Local Multiplayer ด้วยการเชื่อมต่อ Bluetooth หรืออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ N-Gage Arena Service

นอกจากนี้ N-Gage สามารถเล่นไฟล์เพลง MP3, เล่นไฟล์วิดีโอ, วิทยุ FM,  มีระบบการใช้งานคล้ายอุปกรณ์ PDA (Personal Digital Assistance) และสามารถใช้งาน Web Browser ได้อีกด้วย ก็ต้องบอกเลยว่ามือถือเครื่องนี้สามารถใช้ได้ทั้งการเล่นเกม คุยโทรศัพท์ และใช้งานเป็นชีวิตประจำวัน

ไอเดียล้ำแต่ไปไม่ถึงฝัน

Nokia พยายามโปรโมต และทุ่มโฆษณามือถือ N-Gage อย่างหนักจนมือถือกลายเป็นที่รู้จักสำหรับคนทั่วไป รวมถึงบริษัทคาดหวังว่า N-Gage ต้องขายให้ได้ 6 ล้านเครื่องภายใน 3 ปี แต่หลังจากมือถือออกวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2003 มือถือ N-Gage ก็มีกระแสตอบรับจากนักวิจารณ์และคนเล่นเกมที่ไม่ดีสักเท่าไหร่นัก ด้วยสาเหตุหลายประการดังนี้

ราคาขายที่แพงเกินไป - มือถือ N-Gage เปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับราคาขาย 399 เหรียญฯ (416 เหรียญฯ หากเทียบกับค่าเงิน USD ในปัจจุบัน หรือราว 12,800 บาท) ซึ่งเครื่อง Game Boy Advance SP ที่เปิดตัวก่อนหน้า N-Gage มีราคาขายเพียง 99 เหรียญฯ เท่านั้น หรือหมายความว่าด้วยเงิน 399 เหรียญฯ คุณสามารถซื้อ Game Boy Advance SP ได้ถึง 4 เครื่อง ทำให้ราคาขายของ N-Gage ไม่ค่อยเป็นมิตรสำหรับคนทั่วไป

จำนวนเกมน้อยมาก - นับตั้งแต่เครื่องเกม N-Gage ออกวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2003-2005 จำนวนเกมทั้งหมดใน N-Gage มีเพียงแค่ 57 เกมเท่านั้น ด้วย Library เกมที่น้อยนิด ทำให้เกมเมอร์หันไปสนใจเครื่องเกม Game Boy ที่มีเกมให้เลือกเล่นเยอะกว่าหลายเท่า

การออกแบบเต็มไปด้วยข้อผิดพลาด - แม้ปุ่ม D-Pad จะสามารถใช้งานได้ดี แต่เนื่องจากปุ่มด้านขวาเป็นปุ่มตัวเลขโทรศัพท์หลายปุ่ม และปุ่มมีขนาดเล็กเกินไป ทำให้การเล่นเกมด้วยเครื่อง N-Gage ค่อนข้างยากลำบากพอสมควร โดยเฉพาะกับคนมือใหญ่ที่ต้องเจอปัญหาเผลอกดปุ่มผิดหลายครั้ง รวมถึงวิธีใส่แผ่นเกมก็ทำได้ยากลำบาก ผู้ใช้จะต้องถอดแบตเตอรี่เครื่องออกทุกครั้ง เพื่อเปลี่ยนแผ่นเกม MMC Card ที่มีลักษณะคล้ายซิมมือถือ

และสุดท้าย วิธีการยกหูคุยโทรศัพท์ของ N-Gage ก็แปลกประหลาดมาก ๆ เนื่องจากลำโพงมือถืออยู่ด้านข้างโทรศัพท์ ทำให้เวลายกโทรศัพท์พูดคุยจะต้องโชว์หน้าจอให้ทุกคนเห็น ซึ่ง N-Gage จึงได้รับฉายาล้อเลียนว่าเป็น "Taco Phone" จากชาวต่างชาติ

วิธีคุยโทรศัพท์ผ่านมือถือ N-Gage

ด้วยข้อเสียทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้มือถือ N-Gage มีกระแสยอดขายที่น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก และแม้ว่า Nokia จะยังไม่ยอมแพ้กับมือถือ N-Gage ด้วยการปล่อยโมเดลโฉมใหม่ในรุ่น QD ที่ทำให้การเล่นเกมสะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็ไม่ช่วยกระเตื้องยอดขายให้เพิ่มขึ้นแต่อย่างไร

ในปี 2005 Nokia ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อมือถือ N-Gage ด้วยยอดขายที่ประสบความล้มเหลวมาตลอด 3 ปี บริษัทได้ประกาศยุติการผลิตมือถือรุ่นดังกล่าวทันที รวมถึงยกเลิกโครงการสร้างมือถือ N-Gage 2.0 ในที่สุด

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ N-Gage จะประสบความล้มเหลวอย่างไม่น่าให้อภัย แต่มือถือดังกล่าวก็ยังคงอยู่ในความทรงจำสำหรับคนติดตามวงการมือถือและเกม ด้วยไอเดียการนำโทรศัพท์มือถือกับเครื่องเกมพกพามารวมอยู่ในเครื่องเดียว ซึ่งจัดว่าล้ำหน้ามาก ๆ ในยุคนั้น และท้ายที่สุด ความฝันดังกล่าวก็กลายเป็นจริง หลังจากทั่วโลกได้เข้าสู่ยุคสมาร์ตโฟนที่มีเกมมือถือให้เล่นมากมายอย่างไม่รู้จบ

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด