ทันหุ้น – ถึงเวลา "กลุ่มโรงพยาบาล" กลับมาเด่น ต่างชาติต่อคิวเข้ารักษาถึง 1.7 พันราย หลัง ศบค.ไฟเขียว Medical and Wellness หนุนยอดผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว พร้อมชู BH-BDMS เด่นรับทรัพย์เข้าเต็ม ส่องอนาคตไกล 130 บาท และ 24 บาทตามลำดับ

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมองเป็นบวกต่อหุ้น “กลุ่มโรงพยาบาล” หลังช่วงที่ผ่านมาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีมติเสนอการรับผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารักษาในประเทศ (Medical and wellness) ที่เริ่มตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563 และล่าสุดมีทาง ศบค. ชุดเล็กได้มีการนำเสนอร่างข้อปฏิบัติในการรับผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารักษาในประเทศเพิ่มเติม

รพ.เด้งรับเปิดต่างชาติรักษา

ทั้งนี้ เงื่อนไขต่างๆ ได้แก่ ต้องมีเอกสารรับรองจากสถาบันต้นทางและเหตุผลที่จำเป็น, ต้องมีเอกสารจากโรงพยาบาลของไทยยืนยันการเข้ารับรักษาและต้องกักตัวในโรงพยาบาล 14 วัน, ต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันการตรวจโควิด 19 ไม่เกิน 72 ชั่วโมง, มีการวางเงินหลักประกันค่าใช้จ่ายในการรักษาและอื่นๆ ทั้งหมดในประเทศไทย และกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพไม่น้อยกว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ นอกเหนือ จากเอกสารอื่นๆ และต้องมีการตรวจซ้ำระหว่างกักตัว

นอกจากนี้ จากการสำรวจของศบค.ล่าสุด พบว่า มีคนต่างชาติมารักษาตัวในไทย เผยมี 17 ประเทศ รวม 1,700 คน ขอเข้ารักษาประเทศไทยช่วงกรกฎาคม 2563 หลังได้มีการประกาศอนุญาต Medical and wellness ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563 ซึ่งจากประเด็นที่กล่าวมานั้ นทางฝ่ายวิเคราะห์มองว่าน่าจะเป็นผลบวกต่อหุ้นใน “กลุ่มโรงพยาบาล”มีฐานคนไข้ต่างประเทศด้วยเช่นเดียวกัน ซึงน่าจะช่วยสนันสนุนให้รายได้จากค่ารักษาพยาบาลปรับตัวดีขึ้น

BHเด่นรับประโยชน์สุด

สำหรับหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลหลักๆ ได้แก่ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)หรือ BH มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติเดิม 65%, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)หรือ BDMS สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติเดิม 30%, บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)หรือ BCH สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติเดิม 10%

ซึ่งหากพิจารณาจากตัวเลขสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติดังกล่าวนั้นฝ่ายวิเคราะห์มอง BH น่าจะเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายดังกล่าวมากที่สุด จึงให้คำแนะนำ “เก็งกำไร” โดยเบื้องต้นฝ่ายวิเคราะห์ประเมินราคาเป้าหมายทางเทคนิคหุ้น BH ไว้ที่ระดับ 130.00 บาท

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BDMS ให้ราคาเป้าหมาย 24.20 บาท แม้ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 3/2563 ยังชะลอตัว เนื่องจากไตรมาส 2 เป็นช่วง LowSeason ของธุรกิจ และได้รับผลกระทบจาก COVID-19ส่งผลให้ผู้ป่วยชาวต่างชาติไม่สามารถเดินทางมารับบริการที่ประเทศไทยได้ แต่ฝ่ายวิเคราะห์เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นของจำนวนผู้ป่วยในเดือนพฤษาคม 2563 ที่ดีขั้น จึงคาดว่าจะเห็นผลประกอบการที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2563 2H63

ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่านโยบายควบคุมค่าใช้จ่าย จากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของ BDMS นั้นจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ราว2,000 ล้านบาทในช่วงที่เหลือของปี รวมถึงการปรับลดงบลงทุน(CAPEX)ปี 2563 ลง เหลือ 2,500ล้านบาท เพื่อชดเชยรายได้ที่ลดลง (บริษัทคาดว่าปี 2563รายได้อาจลดลงราว10% จากปีก่อน)

ส่วนบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BCH ให้ราคาเป้าหมาย 17.50 บาท แม้คาดผลงานในไตรมาส 2/2563 จะชะลอตัว จากผลกระทบจากโควิด 19 แต่เชื่อว่าจะดีกว่ากลุ่มธุรกิจเดียวกัน ผลจากกลุ่มเงินสดมีรายได้จากการตรวจโควิด 19 เข้ามาเพิ่มเติม ประกอบกับกลุ่มประกันสังคมยังเติบโต ผลมาจากการปรับเพิ่มค่ารักษาในส่วนของประกันสังคมในช่วงที่ผ่านมา

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด