ทันหุ้น - สู้โควิด - บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึง AEONTS ว่า กำไรช่วง 1Q63 หดตัวแรง 46.3%YoYหลังตั้งสำรองมากกว่าคาด เชื่อกำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วง 1Q63 และจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวตั้งแต่ 2Q63 เป็นต้นไป จากพอร์ตสินเชื่อที่โตดีขึ้น และการตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลง ขณะที่ราคาหุ้นปรับลงจนซื้อขายในระดับ PBV ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก และยังถูกกว่าหุ้นไฟแนนซ์ตัวอื่น แนะนำ "ซื้อ"

AEONTS รายงานกำไรสุทธิช่วง 1Q63 (สิ้นงวด พ.ค.2563) จำนวน 530 ลบ. หดตัว 46.3%YoY แย่กว่าที่เราประเมินไว้ โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นกว่า 71.5%YoY จน Credit Cost เพิ่มขึ้นเป็น 10.7% จากเพียง 6.7% ในช่วง 1Q62 (เราคาดไว้ที่ 9.6%) หลังปรับใช้การตั้งสำรองตามมาตรฐานบัญชี TFRS9 เป็นไตรมาสแรก และมีการตั้งสำรองพิเศษเพื่อรองรับความเสี่ยงทาง ศก. ในอนาคตอีก 1,016 ลบ. อย่างไรก็ดีในส่วนของ Operation อื่นๆ เรามองว่าบริษัททำได้ดีแม้ได้รับผลกระทบจากการเข้าสู่ช่วง Lock Down

โดย 1) รายได้ดอกเบี้ยรับโต 2.6% สอดคล้องกับพอร์ตสินเชื่อรวมที่ขยายตัว 3.8%YoY หลังสินเชื่อเช่าซื้อโตเด่น 131.3%YoY, สินเชื่อเงินกู้ยืมโต 4%YoY ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตหดตัว 4.9%YoY 2) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโต 3.7%YoY หลักๆ มาจากรายได้หนี้สูญรับคืนและรายได้จากธุรกิจติดตามหนี้ที่เพิ่มขึ้น และ 3) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 8.7%YoY ทำให้ Cost to Income Ratio ลดลงจาก 46.1% ในช่วง 1Q62 เหลือเพียง 42% ตามแผนลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและคุมเข้มค่าใช้จ่ายในช่วง Lock Down หนุนให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักตั้งสำรองและภาษี (PPOP) โต 12.5%YoY ใกล้เคียงคาด

กำไรสุทธิช่วง 1Q63 คิดเป็น 14.3% ของประมาณการปี 2563 เดิม หลังบริษัทมีการตั้งสำรองที่สูงกว่าที่เราคาด ดังนั้นเราจึงปรับลดประการกำไรสุทธิปี 2563 ลง 8% เพื่อสะท้อนปัจจัยดังกล่าว ซึ่งภายใต้ประมาณการใหม่เราคาด AEONTS จะมีกำไรสุทธิ 3,417 ลบ. หดตัว 14%YoY โดยคาดผลดำเนินงานของ AEONTS ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วง 1Q63 และจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้นต่อเนื่องไปตั้งแต่ช่วง 2Q63 หนุนด้วยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและยอดขอสินเชื่อเพื่อการบริโภคที่จะทยอยเร่งตัวขึ้น หลังเริ่มเปิดเมืองตั้งแต่เดือน มิ.ย. ทำให้กิจกรรมทาง ศก. และการจับจ่ายของภาคครัวเรือนปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้คาดการตั้งสำรองจะเริ่มผ่อนคลายลง หลังตั้งสำรองพิเศษไปมากแล้วในช่วง 1Q63 อย่างไรก็ดีปัจจัยบวกดังกล่าวบางส่วนจะถูกหักล้างลงด้วยผลของมาตรการปรับลดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตจาก 18% เหลือ 16% ซึ่งจะเริ่มมีผลกับยอดลูกหนี้ใหม่ที่ปล่อยตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไป ทำให้ในช่วงแรกผลกระทบต่อ Asset Yield จะไปเยอะมาก แต่จะค่อยๆ มีผลรุนแรงขึ้นตามลำดับ

แม้ผลดำเนินงานปีนี้คาดออกมาไม่ดีนัก หลังได้รับผลกระทบจากการปิดเมืองและกำลังซื้อในประเทศที่หดหาย แต่เรามองว่าจุดเลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปแล้ว และแนวโน้มกำไรจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ 2Q63 เป็นต้นไป ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงจนกลับมาซื้อขายที่ PBV ต่ำเพียง 1.4x ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี - 2S.D. สะท้อนว่าราคาหุ้นได้ซึมซับข่าวร้ายไปมากแล้ว และนอกจากนี้เราได้ปรับลดมูลค่าพื้นฐานของ AEONTS ให้สอดคล้องกับ Book Value ใหม่ หลังรับรู้ผลของการตั้งสำรองส่วนขาดในกำไรสะสมราว 6,788 ลบ. ได้มูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 2563 ที่ 135 บาท (วิธี GGM) ยังมี Upside 21.1% และคาดให้ Div. Yield อีก 2.3% เราจึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด