ใครบ้างไม่เคยคาดหวังกับอะไรเลย

ผมว่าคำถามนี้ตอบยากนะ

โดยเฉพาะถ้าเราถามตัวเอง

 

ผมยอมรับคนแรกเลยว่า

ผมนี่แหละ ที่เป็นนักคาดหวัง

ชอบคิดว่าสิ่งนั้น สิ่งนี้จะเป็นตามอย่างที่เราคิด

 

แล้วพอมันไม่ใช่

ก็เราเองอีกนั่นแหละ

ที่จะมาคอยตีโพยตีพาย

เสียใจ หงุดหงิด นั่งเศร้าเป็นวัน ๆ

แล้วก็ยังคาดหวังต่ออีกว่า

มันน่าจะเป็นอย่างที่คิดในอีกมุมหนึ่งอีกนั่นแหละ

 

เรียกว่า วนลูปแห่งความคาดหวัง

โดยที่ไม่ได้มีพื้นฐานอยู่บนความเป็นจริงเลย

 

ผ่านไปครึ่งปีแล้ว

รู้สึกเหมือนกับผมมั้ยครับว่า

ปีนี้เหมือนเราถูกสต๊าฟ ถูกว้าบช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม

หายไปแบบที่ไม่รู้ว่าชีวิตมันเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง

อารมณ์เหมือนโดนตบบ้องหู

มันอื้อ ๆ วิ้ง ๆ พอได้สติ ก็ อ้าว

กรกฏาคมแล้วหรอ ทำไมเหมือนยังไม่ได้ทำอะไรเลย

 

เอาเข้าจริงมันก็เป็นหกเดือนที่เราคาดหวังว่า

มันจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นในชีวิตเราบ้าง ในชีวิตผมบ้าง

แต่เท่าที่รับรู้ และได้เจออยู่ทุกๆ วัน

มันก็เหนือความคาดหมายของเราไปเยอะ

 

บันทึกนึกขึ้นได้ตอนนี้ เลยอยากชวนคุณมานั่งคุยกันว่า

ความคาดหวังในอะไรบ้างที่มันเป็นสิ่งที่คอยกีดขวางเราไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า

ในช่วงหกเดือน หรือในช่วงชีวิตที่ผ่านมา

ไม่ใช่เพื่อที่จะไม่ต้องไปคาดหวังกับมันเลย

แต่เพื่อที่สุดท้าย

เราจะได้มีสติ ว่าสิ่งที่กำลังอยู่กับมันตรงนี้

มันคือความคาดหวัง

ไม่ใช่ความจริง

 

1.อย่าคาดหวังว่าใครสักคนจะทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดที่มีมันหายไปได้

 

เคยมีใครสักคนหายไปจากชีวิต

แบบที่หายไปเงียบ ๆ ไม่บอกกล่าว

ไม่ให้เราตั้งตัว ไม่ให้คำตอบ ไม่ให้ตั้งคำถาม

ว่าทำไมถึงหายไป ถึงจากไป

 

เป็นความสัมพันธ์ที่ยุติลงแบบที่ไม่มีใครกล่าวปิด

 

ซึ่งความสัมพันธ์แบบนี้นี่แหละที่ทำให้เราคิดมากมาย

ประสาทจะกิน แล้วก็มีความมั่นใจ หรือ Self Esteem ลดลงด้วย

 

ซึ่งจริง ๆ แล้ว

ลึก ๆ เราคาดหวังที่จะให้ใครคนนั้นบอกถึงการยุติในความสัมพันธ์ครั้งนั้น

 

เออ บอกกันสักหน่อย ไม่ใช่หายกันไปเลย

แต่คุณรู้อะไรมั้ย

เหตุผลหลัก ๆ ของคนที่หายไปแบบนี้

ส่วนใหญ่แล้ว เค้าเองก็ยังไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนให้กับตัวเอง

ซึ่งถ้าเขาบอกกับเราว่าจะหยุดความสัมพันธ์นี้

เราเองก็อาจจะมีคำถามอีกมากมาย ว่าทำไม ไม่สิ มันยังได้อยู่

ที่เขาคนนั้นก็ไม่ได้อยากจะตอบ

 

บางทีมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่า ใครจะต้องเป็นคนกล่าวคำลา

เพราะสุดท้ายมันก็ไม่ได้ผลลัพธ์ของวันนี้มันเปลี่ยนไปอยู่ดี

 

เข้าใจว่า มันมีความรู้สึกค้างคา มีความเจ็บปวดที่ยังอยู่

แต่อย่าให้แค่คำว่า อยากรู้ทำไม อยากให้เขาพูดออกมา

ทำให้เราเดินหน้าต่อไปไม่ไหว

 

อย่าคาดหวังว่าใครคนนั้นจะทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดที่มีมันหายไปได้

เราต่างหากที่ต้องยุติความรู้สึกนี้ลงด้วยตัวเอง

มองไปในอนาคต จบแบบนี้แหละดีกว่า

 

บางทีการ move on มันคือการซื่อสัตย์กับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้

แล้วเรียนรู้ที่จะยอมรับ แล้วก็เดินหน้าต่อไป

แต่อย่าลืมว่า มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะ move on

ถ้ายังแว้บกลับไปเยี่ยมชมอดีตอยู่บ่อย ๆ

 

การกลับไปหาอดีตที่เราเองยังไม่ยุติความสัมพันธ์ในใจนั้นลง

มีแต่จะทำให้เราเจ็บปวดมากขึ้น

 

ใจดีกับตัวเองบ้าง

เลิกคาดหวังว่าเขาจะกลับมาบอกเหตุผลทั้งหมดที่จบไป

แล้วจบความรู้สึก ณ เวลานี้กับตัวเอง

พร้อมกับเดินหน้าถัดไป สู่บทใหม่ของชีวิตเรา

 

 

 

2. อย่าคาดหวังในคำขอโทษจากคนอื่น

 

 

ผมเคยอยู่ในสถานการณ์ที่มีคนทำให้ผมเสียใจ

แต่เค้าไม่เคยเอ่ยคำขอโทษ

 

ไม่รู้ว่าเขารู้ตัวมั้ย

หรือรู้ตัว แต่ไม่ได้สนใจ

 

นั่นทำให้หลายครั้งผมไม่พอใจ

ว่าทำไม ถึงไม่รู้จักขอโทษกันบ้าง

 

แต่ยิ่งเหมือนเราแสดงออกว่าเขาไม่ขอโทษ

นั่นทำให้เรากลายเป็นคนผิด

 

มันน่าหงุดหงิดมากเลยนะ

ในการที่ถูกใครสักคนทำร้าย

ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ

แล้วอีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งนั้นทำให้ใครอีกคนบาดเจ็บ

 

แต่มานั่งคิด ๆ ดูแล้ว

ผมเสียเวลานั่งรอคำขอโทษจากใครสักคน

ถ้านับจากเรื่องราวในวันนั้น จนถึงวันนี้

มันก็หลายปีมากแล้ว

ยังไม่เคยได้รับคำขอโทษเลย

 

นั่นน่าจะเป็นการรอที่เปล่าประโยชน์

 

บางที เราอาจจะต้องเรียนรู้ที่จะรับคำขอโทษที่ไม่มีวันมาถึง

เพราะยังไงเขาก็ไม่พูดออกมาอยู่ดี

เพราะฉะนั้น ช่างมันเถอะ ปล่อยมันไป

ถือมันไว้ก็ไม่ได้ทำให้เราสบายใจอยู่ดี

 

นอกจากเรียนรู้ที่จะเลิกคาดหวังในคำขอโทษจากคนอื่นแล้ว

ผมว่าเราควรจะเรียนรู้ที่จะขอโทษตัวเอง

ที่ทำพลาด ทำอะไรหรือใครในชีวิตพัง

แล้วก็ยกโทษให้ตัวเองด้วย

 

 

 

3. อย่าคาดหวังว่าจะมีใครเข้าใจคุณ

 

เวลาเราเล่าความฝันให้ใครฟัง

หรืออยากบอกในสิ่งที่เราคิด ที่เราเป็นให้อีกคนเข้าใจ

 

มันน่าผิดหวังนะ ถ้าอีกคนจะไม่ได้รู้สึกอะไรตามไปด้วย

 

แต่มันไม่ใช่ความผิดของคนที่กำลังนั่งฟังเรื่องราวของเราอยู่

บางทีเราเองต่างหากที่อาจจะยังสื่อสารออกไปไม่ชัดเจนพอ

ว่าการที่เราเล่าออกไปเนี่ย เราต้องการอะไรจากเขา

 

ทางที่ดี อธิบายให้เคลียร์ ว่าสิ่งที่เราเป็น เราคิด มันคืออะไร

ถ้ามั่นใจว่าสื่อสารได้ครบถ้วนแล้ว ยังไม่มีใครเข้าใจอีก

ก็เข้าใจซะว่า เราทำหน้าที่ของเราเต็มที่แล้ว

ซึ่งจะมีคนเข้าใจหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรอีกต่อไป

 

รู้แค่ว่าเรากำลังจะทำอะไร

ไม่ต้องคาดหวังว่าจะมีใครมาเข้าใจ

เพราะถ้าเราแน่วแน่กับสิ่งนั้น

สักวันมันจะมีคนเห็นเอง

 

 

 

 

4. อย่าคาดหวังที่จะได้รับคุณค่าจากคนอื่น

 

เราอยากได้กระเป๋าใบนี้ เพราะถ้ามี คนต้องชอบ ต้องชมเราแน่

ถ้าเราใส่เสื้อตัวนี้นะ มันจะสวยมาก เราจะมั่นใจ

แล้วคนอื่นก็จะยอมรับว่า เซ้นส์การแต่งตัวของเรามันดี

 

อันนี้แค่ยกตัวอย่าง

จริงๆ แล้วมีอีกหลายอย่างที่เราพยายามทำ

เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากใครสักคน

 

เอาจริงๆ การทำทุกอย่างเพื่อให้ถูกยอมรับเนี่ย

มันเหนื่อยมากเลยนะ

 

ยิ่งถ้าเป็นการยอมรับจากคนอื่นด้วยแล้ว

อัตราการสูญเสียความมั่นใจ มันมีเยอะมาก

 

บางอย่างที่ไม่ได้อยากทำ

ไม่ได้อยากมี แต่ถ้าทำ ถ้ามี จะมีคนสนใจ

 

ฟังดูตื้นเขิน แต่ครั้งหนึ่งก็เคยทำ

 

อย่าคาดหวังที่จะได้รับคุณค่าจากคนอื่น

เพราะถ้าเริ่มคาดคิดแล้ว ก็เตรียมล้มเหลวได้เลย

 

เพราะว่าไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน

เราจะไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้

แล้วถ้าเรายังไม่รู้ถึงความจริงข้อนี้

เราก็จะเหนื่อยในแบบที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

 

ก่อนที่จะให้คนอื่นยอมรับคุณค่าในตัวเรา

เราเองก็ต้องยอมรับการเป็นตัวเราให้ได้ก่อน

เพราะว่าถ้าเราโอเคกับตัวเองเมื่อไหร่

 

จะมีคนให้ค่าเรามั้ย

ถึงตอนนั้นก็ไม่ได้แคร์อะไรแล้วนะ

 

แล้วก็

 

ไม่ต้องคาดหวังว่าจะมีคนเชื่อในตัวเรามั้ย

 

อย่าเสียเวลาที่จะทำให้ทุกคนมาเชื่อสิ่งเรากำลังทำ

แต่ค่อยๆ ใช้เวลาในการทำในสิ่งเล็กๆ ที่เราเชื่อ

วันละนิด วันละหน่อย

เชื่อในความรู้สึกลึกๆ ว่าเออ มันใช่นะ

แล้วเราจะตั้งใจ

 

คนที่เชื่อมั่นในตัวเอง

ไม่ว่าเขาจะทำอะไร

จะมีคนเชื่อในสิ่งนั้นเสมอ

 

มันไม่ใช่การเย้อหยิ่งในสิ่งที่มีที่เป็น

แต่มันเป็นการเข้าใจ และมั่นใจในสิ่งที่กำลังลงมือทำอยู่

 

 

ไม่คาดหวัง เราก็ไม่น่าจะผิดหวัง

ผมใช้คำว่า น่าจะ

 

เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่า

จะมีสักกี่คน

ที่จะทำมันได้

 

แต่ก็อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรก

ว่าไม่ต้องทำให้ได้ก็ได้

 

แต่ขอให้มีสติรู้อยู่ตลอดว่า

ณ เวลานี้ เราคาดหวังกับอะไรไปแล้วบ้าง

 

นั่นน่าจะทำให้ที่กำลังถืออยู่

อยากวางมันลงดูเหมือนกัน

ติดตามบทความใหม่ ๆ จาก เพจบันทึกนึกขึ้นได้ ได้บน LINE TODAY ทุกวันศุกร์

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด