ในหนึ่งชีวิตมันจะมีซักกี่ครั้ง ที่จะลาออกจากงานเพื่อไปตามฝัน

.

‘จิงจิง’ เป็นผู้หญิงคนนึงที่คว้าโอกาสนั้นไว้ ออกไปตามฝัน และมีเรื่องเล่ากลับมาฝากพวกเราเต็มกระเป๋าเป้แบ็คแพ็ค ผู้หญิงคนเดียว ลุยทริปอเมริกาใต้ 13 ประเทศ 243 วัน ที่ต้องขอบอกเลยว่า แต่ละสิ่งที่เค้าเจอนี่มัน น่าตีจริงจริงเลย!

ในวันนี้INTERVIEW TODAY อยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ‘จิงจิง’ ผู้หญิงธรรมดาที่มีฝันและไม่นิ่งเฉยกับมัน จนวันนี้ เธอทำมันได้แล้ว! การเที่ยวในครั้งนี้เป็นทริปสุดท้าย ก่อนหน้าที่จะมี สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 ที่ต่อไปอาจจะเปลี่ยนแปลงการท่องเที่ยวไปในรูปแบบใหม่โดยสิ้นเชิง…

1

แพลนก่อนไป

‘จริง ๆ มันไม่ใช่เพิ่งมาปีก่อนนะ แต่ว่าตั้งใจมาตั้งแต่ห้าปีก่อนอยู่แล้ว ว่ายังไงก่อน(อายุ) 30 จะต้องไปอเมริกาใต้ให้ได้ อยากไปมาก เพราะว่ามาชูปิกชู อันดับแรก คือตอนเด็ก ๆ ไม่รู้จักอะไรหรอก เป็นเด็กต่างจังหวัด แล้วไปเจอหนังสือ Reader Digest หน้าปกมาชูปิกชู เห็นแล้วก็บอกว่าที่นี่ต้องไปให้ได้’

เธอปักธงในใจไว้แน่วแน่ว่า‘มีฝันอยากไป มาชูปิกชู ก่อน 30’ ทำให้เรื่องราว 'ระหว่างทาง' กว่าจะถึง 'วันเดินทาง' ก็เริ่มต้นขึ้น…

เมื่อ 7 ปีก่อน ‘จิงจิง’ ได้ไปเที่ยว Backpack ที่ออสเตรเลีย แล้วไปเจอพวกต่างชาติ เขาก็คุยกันเรื่องไปอเมริกาใต้ ไปเที่ยวทั่วยุโรป-เอเชีย ไปทีแบบ เหมือน Gap Year (ช่วงเวลาที่หยุดพักประมาณ 1 ปี นิยมจะพักช่วงก่อนเข้ามหาวิทยาลัย หรือหลังจบมหาวิทยาลัย) 

‘เราก็ เห้ย! เราไม่เคยทำ เราไม่กล้าทำอะไรแบบนี้ ก็เลยบอกว่า ไอต้องไปให้ได้ นั่นก็เลยเป็นจุดเริ่มต้น…’

เธอกลับมาพร้อมกับความตั้งใจ หางานประจำทำ เป็นพนักงานบริษัททัวร์ เงินเดือนพอประมาณ อย่างเด็กจบใหม่ เก็บหอมรอบริบจน 5 ปีให้หลัง ในวัย 31 สะสมไมล์จากการทำงานที่บริษัททัวร์ จนถึงปีก่อน ไมล์กำลังจะหมดอายุตอนเดือนกันยายน ก็เลยตัดสินใจจองตั๋วขาเดียวไปอเมริกาโดยไม่บอกแม่ และลาออกซะเลย!

243 วัน กับประเทศทั้งหมดที่ไป และไม่ได้แพลนไว้ทั้งหมด – เพจจิงจิงเลย

ทำการบ้านก่อนเดินทางเยอะขนาดไหน ?

ตลอด 6 เดือนก่อนเดินทาง ‘จิงจิง ’หาข้อมูลเกี่ยวกับอเมริกาทั้งหมด แต่ไม่ได้ทำแพลนสำหรับอเมริกาใต้เลย ‘Google คือพระเจ้า กับหนังสือ Lonely Planet’ 2 อย่างนี้คู่ใจตลอดการเดินทาง ซึ่งในขณะนั้นเธอก็เคยไปเข้าคอร์สเรียนภาษาสเปนที่จุฬาฯ หลังเลิกงาน เพราะอยากไปมาก

ถามเรื่อง Budget มีเกินงบไปบ้างมั้ย?

'ต่ำกว่างบค่า (ภูมิใจมาก) งบ 300,000 บาท ใช้ไปประมาณ 250,000 บาท ระยะเวลา 8 เดือน' 

เริ่มจากการวางแผนตั๋วเครื่องบินในการใช้ไมล์แลก ตอนแรกที่กะจะเที่ยวไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ ‘ถ้าตอนนี้อาจจะติดโควิด กลับมาไม่ได้ แต่มันก็มีเรื่องครอบครัวเข้ามา มีปัญหาบางอย่าง จึงตัดสินใจกลับบ้าน (ถึงบราซิลแล้ว) เพราะเราก็เริ่มเที่ยวไม่มีความสุข ก่อนกลับก็หิ้วของมาขาย หักลบค่าตั๋ว ทำให้งบไม่เกิน 250,000 บาท’ และเคล็ดลับอีกอย่างคือ ยิ่งเดินทางช้า ยิ่งประหยัดมาก เธอเลือกนั่งรถบัส และขนส่งสาธารณะทั่วไป แทนการขึ้นเครื่องบิน

จิงจิง มีวิธีเก็บเงินยังไง?

‘เงินเยอะเงินน้อยมันอยู่ที่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน… กระเป๋าใบเป็นหมื่น หลาย ๆ พัน เราก็ไม่มี บุฟเฟ่ต์แบบห้าหกร้อย หนึ่งพันคือพี่ไม่ไปเลยนะ แต่มันก็ไลฟ์สไตล์คนด้วยแหละ จะไปว่าคนที่เขากินแพง นอนโรงแรมแพง ๆ ไม่ได้ ไลฟ์สไตล์คนมันไม่เหมือนกันไง มันเติมเต็มความสุขของคนเราไม่เหมือนกันด้วย’

สำหรับ ’จิงจิง’ เงินจำนวน 250,000 บาท เป็นจำนวนที่เยอะไม่ใช่น้อย แต่มันไม่ได้เดือดร้อนตัวเรา ในสิ่งที่ตัดสินใจทำไปแล้ว เธอเก็บเงินมานาน แต่ก็มีเงินสำรอง ไม่ใช่ว่าใช้ไปหมดแล้วชีวิตเราจะเดือดร้อน

2

ถึงเวลาไป

ตัดสินใจออกจากงาน คิดว่ามันน่าเสียดายหรือเปล่า เพราะมันก็เป็นการตัดสินใจที่ใหญ่เหมือนกันนะ?

‘ตอนนั้นหัวหน้าจะโปรโมทเราให้อีกตำแหน่งนึง คือถ้ามันขึ้น เงินเดือนมันจะขึ้นอีกเยอะ และตำแหน่งงานน่าสนใจมาก เรามารู้หนึ่งอาทิตย์ก่อนแจ้งออก แต่ตั๋วก็จองไปแล้ว ตัดสินใจไปแล้ว และคิดทบทวนตัวเองมานานแล้ว’  ‘ช่วงแรก ๆ ก็ใจหาย แต่พอได้ไปมา มันไม่เสียดายเลยที่ได้ตัดสินใจ ณ ตอนนั้น เพราะเคยพูดกับแม่ว่าจะทำอีกสักปีนึง ถ้ามาตอนนี้ก็เจอโควิด แล้วหลังจากนี้มันก็จะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้ว’

เดินทางคนเดียว รู้สึกเหงามั้ย?

'ไปกับพี่ ก็คือ 34 วันปุ๊บ มันยังมีเพื่อน พอพี่ชายสองคนเขาบินกลับเมืองไทย แล้วพี่อยู่สนามบินที่ LA เหมือนกัน ไปเม็กซิโกคืนแรก นอนร้องไห้ (หัวเราะ)'

3

เจอแต่เรื่องตื่นเต้นจริงจริงเลย

ยืนหยัดที่เม็กซิโก

เราเริ่มจากเมืองเล็ก ๆ ชื่อ Guanajuato (กัวนาฆวาโต) ไปถึงเมืองแรก คือไปถึงตี 5 แล้วต้องนั่งบัสจากสนามบินไปชั่วโมงกว่า พี่ก็ไม่รู้อะไรเลย รถมาอีกที 7 โมงเช้า ก็รอไปเรื่อย ๆ พอขึ้นรถไป อินเตอร์เน็ตไม่มี ก็ต้องไปตามหาที่พัก เสร็จแล้วก็เดินรอบเมือง อากาศก็ร้อน เดินรอบ ๆ สัก 5 โมงเย็นก็กลับมาพัก คือไม่ไหวแล้วอ่ะ ตื่นมาอีกครั้งนึง แม่โทรมา ร้องไห้ จะกลับบ้าน

แต่พอแม่พูดว่า ถ้าอยากกลับก็กลับมาเลย พี่โกรธมาก นั่นคือทิ้งทุกอย่างไปแล้วไง มาพูดอย่างงี้ ใจเราอยากได้ยินแบบ เออ ตัดสินใจไปแล้วก็ให้อยู่ต่อ หลังจากนั้นเลยไม่พูดว่าอยากกลับบ้านอีกเลย (หัวเราะ)

เริ่มเจอดีที่คิวบา

หลังจากนั้นบินไปคิวบา ไปพัก AirBnB อินเทอร์เน็ตก็ไม่มี ต้องไปซื้อการ์ด 1 ดอลล่าร์ เล่นได้ 1 ชั่วโมง เราต้องไปเล่นตามสวนสาธารณะ ไม่มีก็ไม่ใช้ก็ได้ แล้วคนก็ว่ามันสวยใช่มั้ย แต่ด้วยความที่คนคิวบายากจน เงินเดือนเขา ถ้าตีเป็นเงินดอลลาร์ก็ตกเป็นไม่ถึง 5 ดอลลาร์ (USD) แต่ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว เขาจะคิดเป็นเรท US Dollar หมดเลย คือเทียบเท่า 1 CUC (Cuba Convertible Peso) ของเขาเท่ากับ 1 US Dollar คือเราต้องจ่ายในเรทนั้น ซึ่งทุกอย่างมันแพงมาก

แล้วเราไปด้วย Backpack พี่คิดว่างบของพี่คือ 300,000 บาท ไปถึงอะไรก็แพงไปหมด หลัง ๆ ก็ไปนั่งอยู่ริมทะเล แล้วไปเจอคนเข้ามาทัก เราก็อยากมีเพื่อน มารู้ทีหลังว่าเจอ Scammer เขาจะเข้ามาทัก แล้วชวนเราไปเที่ยว แล้วให้นักท่องเที่ยวจ่ายให้อะไรงี้ แต่ก็คือโดนไปไม่เยอะ

อกสั่นขวัญแขวนที่กัวเตมาลา

ต่อจากนั้นไปปีนภูเขาไฟอากาเตนังโก (Acatenango) คือมันเป็นเมืองชื่ออันติกัว (Antigua) ซึ่งมันสูงประมาณเกือบ 4,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล 3,900 อ่ะ

แล้วเราต้องไปกับทัวร์ 2 วัน 1 คืน ตอนนั่งรถไป ข้าง ๆ พี่เป็นคุณป้าแคนาดา อายุเท่าแม่พี่ เขาก็แบบว่า มาจากไหน ตอนนี้ลูกเขาอยู่เมืองไทย สอนดำน้ำ ก็คุย ๆ กันอ่ะ เขาก็บอกว่าเขาไม่ค่อยได้ปีน ไม่รู้จะไหวหรือเปล่า เขาก็ค่อย ๆ เดิน เขามากับน้องสาวเขา เขาค่อย ๆ เดินจนแบบ ทุกคนขึ้นไปข้างบนกันหมดแล้วกว่าป้าจะมา อาหารเย็นมาตั้ง ป้าก็ไม่ออกมากิน พี่เลยไปถามน้องสาวเขาว่าป้าโอเคหรือเปล่า น้องสาวเขาก็บอกว่าพี่เขาแค่เหนื่อย พอมาถึงตอนเช้าอ่ะ เราต้องตื่นประมาณตี 3 ตี 4 เพื่อเดินขึ้นยอดซัมมิทไปดูพระอาทิตย์ขึ้น อยู่ดี ๆ เพื่อนพี่ที่เป็นคนฝรั่งเศสเขาก็บอกว่าตอนนี้มันมีสถานการณ์ที่ไกด์อธิบายไม่ได้ แล้วพี่คิดยังไงไม่รู้ พี่ออกจากเต็นท์ไปเว้ย พี่เห็นไกด์อ่ะ กำลังห่อคน แล้วเขาก็อุ้มวิ่งลงไปด้านล่างกันใหญ่เลย

สรุปคือเขาตาย! ตายอยู่บนเขาอ่ะ พี่ร้องไห้ออกมาเลยตอนนั้น แล้วพี่ไม่กล้าบอกใคร คือเมื่อวานยังคุยกันอยู่เลย แล้วพี่คุยกับเขาแบบ ‘เนี่ย เธอขึ้นได้ เธอเก่งมากเลยนะ ถ้าเธอขึ้นได้ แม่ฉันก็ต้องขึ้นได้เหมือนกัน’ แต่สุดท้ายเราไม่ได้บอกคนอื่นในกรุ๊ปนะ กลัวเขาขวัญเสีย

ฉลองวันเกิดที่มาชูปิกชู

เราได้ฉลองวันเกิดบนมาชูปิกชู! คือเพื่อนเขาขนเค้กขึ้นไป เราไม่รู้ คือมันต้องตื่นตีห้าเดินขึ้นเขามาชูปิกชู หันมาก็งง ถามเพื่อนว่า ‘อลิซ เธอหิ้วอะไรอ่ะ?’ เขาถือเค้ก ถืออะไรงี้ แล้วพี่ไม่รู้ไง ไปถึงข้างบนเว้ย แฮปปี้เบิร์ธเดย์บนมาชูปิกชู มันแบบ โห สุดยอด!

คือเราแพลนไป แล้วเพื่อน (อลิซ) บอกเจอกันที่กัวเตมาลา แล้วเราแยกกันตามจุดไง คือถ้าที่ไหนที่เรารู้ว่าเราจะเจอกันที่นี่ เราอาจจะเที่ยวด้วยกัน มันดีอย่างนึงคือ เราเคยเที่ยวกับเพื่อน เคยมีความรู้สึกว่ากูอยากไปที่นี่ มึงอยากไปที่นี่ แต่เราก็เกรงใจเพื่อนอ่ะ แต่ในตอนนั้นอ่ะ เราพูดได้เลย เราไม่มีความเกรงใจไง เออ ยูอยากไปยูก็ไป ทุกคนเขามีความคิดของตัวเขาเอง ไม่ได้มาแคร์เรื่องหยุมหยิม ๆ แล้ว ไปถึงแล้วก็ เอ้ย วันเกิดไอพอดีเลย ก็เลยกลายเป็นเรื่องดี ๆ ไป

ยืนงงในดงคนขี้โกง ที่โคลอมเบีย

เป็นประเทศที่เรามั่นใจที่สุด เพราะเคยไปอยู่ 4 เดือนแล้ว มั่นใจว่ากูต้องรอด พอไปถึงเมดิยินนั่นแหละ แค่เดินออกไปนิดเดียว เดินคนเดียว อยู่ดี ๆ ก็มีแบบ คนเล่นเกมอ่ะ เขาก็จูงมือเราไปเล่น ก็ว่าแปลก ๆ แล้วใช่มั้ย เขาจูงมือเราไปจับบอลลูกนึง เปิดขึ้นมามีบอลเล็ก ๆ อยู่ข้างใน เขาก็หยิบเงินมาให้พี่ 20,000 เปโซ ประมาณ 200 บาท พี่ก็ไม่เอา แล้วก็มีคนมารุมแบบ สิบกว่าคน แล้วก็เหมือนบังคับให้เราลงเงิน ก็แบบ เห้ย กูไม่ลงนะ เขาไม่ปล่อยเราเลย เราเลยบอก เรามีแค่นี้ เราก็วางไป คือแบบ ไม่รู้เรื่องเลย แล้วมันก็หยิบมือเราไปจับบอลเล็ก ๆ แล้วก็เหมือนว่าเราแพ้เกมอ่ะ

แล้วลุงที่เป็นคนแก่ ๆ ที่เล่นเกมนั้นก็หยิบเงินเราแล้วก็วิ่งไปเลย ก็แบบ แย่ละ คือถ้าปลอดภัย ไม่เป็นไร ก็ไม่น่าจะต้องมาเสียกับเรื่องโง่ ๆ นี่ไง เราก็จะวิ่งตามใช่มั้ย ทุกคนก็ทำเสียงเฮมาล้อมเรา แล้วลุงนั่นก็วิ่งไปหลบหลังรถขายของ เราก็วิ่งตามไปคว้ามือถามลุงว่า จะคืนเงินหรือจะไปหาตำรวจ มันก็คืนเงินมา แล้วก็แตกสลายไปกันหมดเลย

สู้ฟัดที่บราซิล

วันแรกที่อยู่รีโอเดอจาเนโร เราจองโรงแรมไว้ 3 คืน 6,000 เป็นห้องแชร์นะ เรียกว่าแพง เแต่โรงแรมนี้มันโอเค รีวิวดี โรงแรมสะอาด ไปถึงวันแรกในรีโอเดอจาเนโรเลย เราก็นั่งกินขนมอยู่บนเตียง อยู่ดี ๆ มีลุงคนนึงน่าจะอายุประมาณ 40-50 เป็นคนบราซิล มาเดินเข้ามาคุย มันบอกว่า มือเท้าเธออ่ะสวยมาก เราก็แบบ แล้วมันก็บอก เนี่ย เดี๋ยวฉันจะทำอะไรให้ดูนะ มันดึงเท้าเราไป แล้วมันก็อมนิ้วเท้าเราเว้ย!

เราตกใจ เลยดึงออก ก็ถามว่าทำอะไร มันก็บอกว่าเธอไม่ชอบหรอ ฉันก็บอก มัน Disgusting มันสกปรก ไม่รู้จะพูดยังไง มันรู้ว่าเราไม่พอใจ มันก็ โอเค กู๊ดไนท์นะ มันก็ขึ้นไปนอนเว้ย เราก็นิ่งไง เพราะมันเป็นห้องที่ปิด เราก็ต้องนิ่งไปก่อน มันไม่ทำอะไรเรา เราก็ค่อย ๆ เดินออกจากห้องไป แล้วไปแจ้งพนักงาน พนักงานก็ตกใจ โทรหาเมเนเจอร์ เมเนเจอร์ผู้หญิงคุยกับเรา เขาจะให้เราย้ายออกตอนเที่ยงคืน เราเลยบอกว่านี่มันตอนเที่ยงคืน ทำไมฉันต้องย้ายออก ฉันถูกกระทำอ่ะ เขาต้องออก เขาบอกว่า เขาไม่มีกฎนี้ แล้วยูอ่ะเป็นผู้หญิง เดินทางคนเดียว มาพักในดอร์ม มันก็ปกติ เราเลยบอก มันไม่ปกตินะ เราโกรธมากเลย เราก็ทำงานสายโรงแรม การท่องเที่ยวอ่ะ ก็ยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่เลย เราเลยบอกว่าเราจะไม่ให้กรณีนี้เกิดขึ้นอีก ในห้องก็มีเด็กผู้หญิงคนอื่น ดังนั้น เรียกตำรวจมาเลย ตำรวจมาถึงตีหนึ่ง สุดท้ายเขาก็ไล่คนนั้นออกไป แล้วเขาก็อัปเกรดห้องให้เรา

ด้วยความที่ไม่ว่าไปทริปไหนมันก็จะต้องมีเรื่องทุกทริป อย่างตอนไปแคนาดาก็แขนหักอะไรงี้ เพื่อน ๆ ก็ชอบพูด แม่ก็พูดบ่อย ๆ ว่า ‘เธอนี่มันจริง ๆ เลยนะ’ ก็เลยกลายเป็นที่มาของชื่อเพจ ‘จิงจิงเลย’

4

ถ้าไม่เที่ยวตอนนี้ ให้เที่ยวตอนไหน?

ถ้าไม่ใช่วัยนี้ เราจะไม่สามารถทำมันได้อีกแล้ว เรามั่นใจ ถ้าแก่กว่านี้คนแก่ก็ไม่ไหวแล้วนะ แต่คนบางคนเขาก็พื้นฐานครอบครัวไม่เหมือนกัน เงินที่เขาเก็บมาเขาอาจจะประหยัดเหมือนเราก็ได้ แต่เขาต้องเอาไปใช้อย่างอื่นกับครอบครัวเขา ให้ความสำคัญกับอย่างอื่นมากกว่า เรื่องแก่แล้วค่อยเที่ยวมันก็แล้วแต่คน บางคน ณ ตอนนั้น เรื่องเที่ยวมันยังไม่สำคัญสำหรับเขาไง แต่ของเราคือ ถ้าเราตัดสินใจแล้วว่าถ้าไม่ลำบากตัวเอง ไม่สร้างความเดือดร้อนกับคนอื่น เราก็โอเคที่เราจะทำ

5

Mission Completed ภารกิจสำเร็จ!

มันไม่สำคัญว่าถ้าไปถึงประเทศนี้แล้วเราต้องไปที่ไหน แต่มันอยู่ที่ว่าเราได้ไปเจออะไรมากกว่าที่มันอยู่ในอินเตอร์เน็ตหรือหนังสืออ่ะ เราแฮปปี้นะ ที่ได้ไปในที่ที่คนอื่นไม่รู้จักอ่ะ

ระหว่างเที่ยวก็รู้สึกว่าไม่สามารถทำทุกอย่างได้ ชีวิตเรามันไม่สามารถทำทุกอย่างได้อยู่แล้วในช่วงเวลานั้นอ่ะ ก็ปล่อยวาง ช่างมันเถอะ อย่างน้อยก็เที่ยว ใช้ชีวิตมีความสุขในแต่ละวันก็โอเคแล้ว

.

ในขณะที่เราปล่อยบทสัมภาษณ์นี้ออกมาให้ชาว LINE TODAY ได้กระเตงกันไปเที่ยวในสไตล์ผู้หญิงคนเดียวแบบนี้ เธอเองก็ยังคงเล่าเรื่องราวเรียล ๆ ผ่านเฟซบุ๊กเพจ จิงจิงเลย อยู่ด้วยเช่นกัน สำหรับใครที่อ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้วเกิดแรงบันดาลใจ อยากติดตามอ่านเรื่องราวของเธอคนนี้ เหมือนเธอมานั่งเล่าประสบการณ์ด้วยตัวเอง ก็ติดตามได้ที่ Facebook : จิงจิงเลย

.

แล้วพบกับบทสัมภาษณ์ INTERVIEW TODAY ได้ในครั้งหน้า อยากรู้ว่าเป็นใคร ติดตามได้ที่ LINE TODAY ‘ปุ่ม 4 ใน แอปพลิเคชั่น LINE’ 

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด