“Sam Walton ตำนานผู้สร้างธุรกิจค้าปลีก Walmart” ซูเปอร์มาร์เก็ตอันดับ 1 ของโลก

ถ้าพูดถึงธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศทั่วโลก ทุกคนคงจะคุ้นหูหรือเคยได้ยินชื่อของ “Walmart” แน่นอน ซึ่งปัจจุบันเป็นธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลกอีกด้วย ในบทความนี้พี่ทุยจะพาไปดูความเป็นมาของธุรกิจค้าปลีกแห่งนี้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และทำความรู้จักกับ "Sam Walton ตำนานผู้สร้างธุรกิจค้าปลีก Walmart"

ประวัติของ Sam Walton

"Sam Walton ตำนานผู้สร้างธุรกิจค้าปลีก Walmart" เขาเกิดวันที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 1918 ที่เมือง Kingfisher รัฐ Oklahoma ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่เป็นชาวไร่ ทำงานอยู่ในฟาร์มของตนเอง ครอบครัวของเขาค่อนข้างที่จะมีฐานะยากจน จนถึงปี 1923 การทำฟาร์มไม่สามารถหาเงินได้มากพอที่จะเลี้ยงครอบครัว พ่อของเขาจึงนำฟาร์มไปจำนำให้กับบริษัทสินเชื่อที่น้องชายทำงานอยู่ แต่เมื่อสถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้นเลย จึงได้ตัดสินใจขายฟาร์มออกไป หลังจากนั้น ก็ย้ายออกจากรัฐ Oklahoma และไปใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในรัฐ Missouri ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้น Sam Walton ก็ได้มีน้องชายเพิ่มอีกคน นั่นก็คือ James Walton

เมื่อ Sam Walton เริ่มโตขึ้น ในวัยมัธยมเขาต้องช่วยครอบครัวทำงาน ตั้งแต่รีดนมวัว นำนมวัวบรรจุใส่ขวด และไปส่งให้กับลูกค้า และเมื่อมีเวลาว่างเขาก็จะไปหาเงินอีกทางหนึ่งโดยการส่งหนังสือพิมพ์  จนกระทั่งได้จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมที่ David H. Hickman High School

ในปี 1940 เขาจบมหาวิทยาลัยจาก University of Missouri แต่ในระหว่างที่กำลังเรียนอยู่ เขาทำทุกวิถีทางเพื่อหาทางช่วยเหลือครอบครัว โดยการหาเงินจากการรับจองโต๊ะเพื่อแลกกับมื้ออาหาร แล้วยังมีงานแปลก ๆ อีกเยอะเลยที่เขาทำช่วงเรียน

ในปี 1942 เขาได้ไปเป็นทหารในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้าร่วมในกองทัพ โดยทำงานให้กับหน่วยสืบราชการลับและมียศถึงร้อยเอก เขาใช้เวลาในการเป็นทหารอยู่ 2-3 ปี ก็สามารถเก็บเงินได้ 5,110 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ในปี 1945 ในวัย 26 ปี ก็ได้ออกจากกองทัพ และนำเงิน 5,110 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เก็บหอมรอมริบจากการเป็นทหาร อีกทั้งได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวเรื่องเงิน เพื่อนำไปซื้อแฟรนไชส์ร้านค้าปลีก Ben Franklin ด้วยเงิน 25,000 เหรียญสหรัฐฯ นี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจของเขาเลยก็ว่าได้ ซึ่งความที่เขาเป็นคนที่มีทักษะและกลยุทธ์ด้านราคาที่ฉลาด ทำให้ร้าน Ben Franklin เติบโตมีรายได้เพิ่มจาก 83,045 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 229,973 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือโตเกือบ 3 เท่าในระยะเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น จากนั้นก็เข้าซื้อร้านค้าในย่าน Bentoville ซึ่งแต่ก่อนร้านนี้ทำยอดขายได้เพียงน้อยนิด แต่เขาสามารถบริหารและทำให้ร้านเติบโต เพิ่มยอดขายได้ถึง 105,000 เหรียญสหรัฐฯ ภายใน 1 ปี

จุดเริ่มต้นของ Walmart ธุรกิจค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ตอันดับ 1 ของโลก

ในปี 1962 Sam Walton ได้เริ่มทำธุรกิจของตนเองโดยใช้แนวคิดว่าสินค้าต้องถูกกว่าที่อื่นมาก โดยการจัดการบริหารต้นทุนให้ถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีการติดต่อกับผู้ผลิตโดยตรง ไม่มีการผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงทำให้สินค้าของเขามีต้นทุนที่ถูกตามที่ได้วางแผนไว้ และเปิด Walmart สาขาแรกที่เมืองเล็ก ๆ อย่างรัฐ Arkansas เขาทุ่มเทให้กับธุรกิจของเขาอย่างหนัก ยืนหยัดด้วยตนเองเสมอ ออกไปสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อจะขยายสาขา และเขาก็ทำสำเร็จ สามารถขยายสาขาได้ถึง 800 สาขา ภายในเวลา 23 ปี และได้กลายมาเป็นร้านค้าปลีกที่ใหญ่เป็นอับดับ 1 ของโลกในปัจจุบัน

Big Data มีความสำคัญกับธุรกิจ Walmart อย่างไร ?

Sam Walton ให้ความสำคัญกับ Big Data มาก เพราะราคาสินค้าจะกลายมาเป็นจุดที่ดึงดูดผู้บริโภคมากที่สุด เขาใช้ Big Data เปรียบเทียบราคากับคู่แข่งที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน และยังบอกได้อีกว่า ลูกค้าไม่พอใจในเรื่องไหน ควรส่งพนักงานแผนกไหนเข้าไปให้ความช่วยเหลือ หรือแม้แต่การเข้าคิวเพื่อซื้อของเอง ก็ใช้ Big Data ในการเข้ามาช่วยเรื่องคำนวณว่าเวลาไหนพนักงานควรจะเข้าไปช่วยเหลือมากที่สุด ลูกค้าจะได้ไม่ต้องต่อคิวรอนาน อีกทั้งยังสำรวจพฤติกรรมการซื้อของของผู้บริโภค ว่าของสิ่งไหน ชนิดไหน ที่ควรวางอยู่ใกล้กัน เพื่อที่ลูกค้าจะได้หาสินค้าได้ง่ายขึ้น จากภาพรวมจะเห็นได้ว่าเขาเป็นคนที่ใส่ใจลูกค้ามากจริง ๆ

การที่ Sam Walton ใส่ใจกับ Big Data มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้มีการจัดตั้ง Walmart Labs และทีม Fast Big Data ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อทำการวิจัย และปล่อยนโยบายบริการโครงการต่าง ๆ ออกมา ถึงแม้ตอนนี้ Sam Walton จะเสียชีวิตไปแล้วด้วยวัย 74 ปี แต่กิจการของเขาก็ยังดำเนินต่อไป โดยลูกหลานของเขามีทรัพย์สินรวมกันถึง 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 4.8 ล้านบาท ซึ่งถ้ารวมเป็นคนเดียวกัน ก็จะเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลก

Walmart คืออะไร ?

Walmart เปิดสาขาแรกในปี 1962 ที่รัฐ Arkansas สหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อตั้งโดย Sam Walton จนในปัจจุบันนั้น มีสาขามากกว่า 11,000 สาขา ใน 28 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานมากกว่า 2.2 ล้านคน คิดเป็น 7 เท่าของประชากรไอซ์แลนด์ แต่ถ้าคิดเฉพาะพนักงานในสหรัฐอเมริกา จะมีจำนวน 1.4 ล้านคน อีกทั้งยังเคยได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Fortune ให้เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก 7 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 – 2019 โดยวัดจากรายได้รวมของแต่ละบริษัททั้งหมด 500 บริษัท

Walmart มีจุดเด่นตรงที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง และฟรี Wifi ขายสินค้าหลายชนิดตั้งแต่ ของกิน ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน รวมไปถึงของที่เกี่ยวข้องกับเด็กและผู้ใหญ่

รายได้ของ Walmart 4 ปี ย้อนหลัง

ปี 2017 มีรายได้ 485,873 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ปี 2018 มีรายได้ 500,343 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ปี 2019 มีรายได้ 514,405 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ปี 2020 มีรายได้ 523,964 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

นอกจาก Sam Walton ยังเป็นผู้ก่อตั้ง Walmart แล้ว เขายังพลิกบทบาทมาเขียนหนังสือเกี่ยวกับการทำธุรกิจออกมาด้วย เป็นแนวคิดที่เขาใช้ทำจนธุรกิจสำเร็จ เรื่องราวในหนังสือจะมีเนื้อหาด้าน ธุรกิจ ชีวิต และความสุข มาดูหลักการของเขากัน

หลักการทำธุรกิจจากหนังสือ The 10 Rules of Sam Walton

1. “ตั้งเป้าไปที่ความสำเร็จ แล้วทุ่มเทอยู่เสมอ”

ถ้าอยากทำชีวิตให้ดีที่สุด จงใช้ทุกวันทำในสิ่งที่รัก เขาเป็นผู้นำที่จะอยู่ออฟฟิศเป็นคนสุดท้ายเสมอ ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกน้อง ทำงานจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว ซึ่งสนับสนุนธุรกิจได้เต็มที่จนวาระสุดท้ายของเขา

2. แบ่งปันความสำเร็จกับผู้อื่น

เขาแบ่งปันกำไร แจกหุ้น ให้กับพนักงานเสมอ และส่งเสริมให้พนักงานซื้อหุ้นบริษัทตนเอง พวกเขาจึงตั้งใจทำงานและยิ้มแย้มแจ่มใสกับลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตมาก

3. สร้างแรงบันดาลใจให้ตนเองและผู้อื่น

สิ่งที่จูงใจคนได้ดีที่สุดไม่ใช่เงิน แต่เป็นความรู้สึกดีดีที่มีให้กัน เขาเชื่อว่าการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น พวกเขาจะทำงานได้สำเร็จได้ง่ายกว่าการออกคำสั่งหรือใช้เงินล่อ เขาเชื่อมั่นในตัวพนักงานเสมอ และยังสอนให้ทุกคนดึงศักยภาพสูงสุดของตัวเองออกมาอีกด้วย

4. คุยกับคนอื่นบ่อย ๆ และแสดงความใส่ใจ

เขาพูดคุยกับร้านค้าต่าง ๆ เสมอ เพื่อสื่อสารให้พนักงานทุกคนดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี เพราะถ้าปล่อยปะละเลยปัญหาเล็ก ๆ ภายในร้าน ต้นทุนก็จะสูงขึ้นทีละน้อย และยังมีการจัดประชุมประจำวัน เพื่อนเน้นย้ำว่า ลูกค้าคือพระเจ้า และต้นทุนต้องต่ำที่สุด

5. จงขอบคุณผู้อื่นที่ตั้งใจ จงยกย่องชมเชยเมื่อพวกเขาทำดี

เขาจะเดินไปสังเกตการณ์หน้าร้านจริง ๆ ถามสารทุกข์สุขดิบพนักงาน แสดงความใส่ใจ ใครทำดีก็ชื่นชม จึงเป็นแรงผลักดันให้พนักงานทุกคนตั้งใจทำงาน

6. เฉลิมฉลองความสำเร็จของผู้อื่นเสมอ

เขาจัดงานเฉลิมฉลองให้พนักงานในโอกาสต่าง ๆ ทั้งแจกของ แจกรางวัล เพื่อให้พนักงานประทับใจและมีแรงจะทำงานต่อ

7. รับฟังความคิดเห็นและไอเดียจากผู้อื่น

“Walmart” ไม่ได้เติบโตเพราะมีผู้บริหารที่เก่ง แต่เขารับฟังความคิดเห็นของพนักงานอยู่เสมอ โดยเฉพาะพนักงานที่อยู่หน้าร้านและเข้าใจลูกค้าดีที่สุด

8. ทำเกินความคาดหวังของลูกค้า

พนักงานต้องบริการลูกค้าให้ดี สวัสดีทั้งก่อนเข้าร้านและก่อนออกร้าน หากลูกค้าไม่พอใจในสินค้าจะคืนเงินทันทีโดยที่ไม่ถามหาเหตุผล ต้องแสดงออกถึงความใส่ใจ และบริการลูกค้าให้มากกว่าที่ลูกค้าคาดหวังเล็กน้อย

9. ลดต้นทุน

“Walmart” ลดต้นทุนทุกอย่างตั้งแต่ออฟฟิศไปจนถึงราคาของสินค้าต่อหน่วย เขาปลูกฝังแนวคิดนี้ให้กับพนักงาน จนบริษัทเติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้

10. กล้าสวนกระแส

“Walmart” ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา แต่คิดค้นหลักการใหม่ ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลง นั่นก็คือหลักการ KISS หรือ Keep It, Simple, Stupid ที่ทำให้ระบบการทำงานนั้นง่ายขึ้น และสื่อสารกันได้ทุกระดับ

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด