“Pony Ma เศรษฐีอาณาจักร Tencent” บริษัทไอทียักษ์ใหญ่แดนมังกร

ถ้าพูดถึงเรื่องธุรกิจไอที เพื่อน ๆ คงจะรู้จักกับอาณาจักร “Tencent” ของจีนกันสินะ ซึ่งเป็นบริษัทที่ครอบครองธุรกิจด้านไอทีที่ครอบคลุมหลายอย่าง ของ CEO อย่าง Pony Ma วันนี้พี่ทุยจะพาไปทำความรู้จักกับ “Pony Ma เศรษฐีอาณาจักร Tencent” กันว่าเขาทำอย่างไร “Tencent” ถึงได้เติบโตและโด่งดังในอุตสาหกรรมนี้

ประวัติของ “Pony Ma เศรษฐีอาณาจักร Tencent”

Ma Huateng วัย 49 ปี หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ Pony Ma ซึ่งคำว่า Pony มาจากคำว่า Huateng ในภาษาจีนที่แปลว่าม้านั่นเอง (ชื่อเค้าน่ารักจำง่ายเชียวหล่ะ) เขาเกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1971 ที่เขตฉาวหยาง เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในวัยเด็กของเขา ฝันที่จะเป็นนักดาราศาสตร์ เขาจึงชอบวิทยาศาสตร์มาก เลยย้ายตามพ่อไปอยู่ที่เซินเจิ้น และได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเซินเจิ้นในปี 1989 ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Bachelor of Science in Computer Science)  และจบการศึกษาในปี 1993

ในตอนที่เขายังเรียนอยู่ด้วยความเป็นคนฉลาดหัวไวในตอนนั้น ได้ทำการแฮ็คคอมพิวเตอร์และล็อคฮาร์ดไดรฟ์เอาไว้ แม้แต่แอดมินของมหาวิทยาลัยเองยังไม่สามารถเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เลย (เรียกได้ว่าเป็นวีรกรรมที่ฉลาดแกมโกงสุด ๆ ฮ่า )

เมื่อ Pony Ma เรียนจบ เขาก็ได้เริ่มทำงานที่บริษัท China Motion Telecom Development เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับการผลิตและจัดจำหน่ายระบบโทรคมนาคม เริ่มทำในตำแหน่งผู้พัฒนาซอร์ฟแวร์สำหรับวิทยุติดตามตัว ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาระบบนี้ป้อนให้รัฐบาลจีน โดยเงินเดือนเดือนแรกของเขาก็ไม่ได้เยอะเลยนะ เพียงแค่ 176 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 5,000 บาท เท่านั้นเอง หลังจากทำงานได้สักพัก ก็ได้มีโอกาสย้ายไปทำงานกับบริษัท Shenzhen Runxun Communications ในแผนกวิจัยและพัฒนาระบบบริการโทรศัพท์ทางอินเตอร์เน็ตอีกด้วย

จากที่ดูเรื่องราวของ Pony Ma ตั้งแต่ตอนเรียนมาจนถึงเริ่มทำงาน จะเห็นว่าเขาชื่นชอบทางด้านไอทีมาก ๆ นี่แหละคงเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจไอทีอันยิ่งใหญ่ของเขา

จุดเริ่มต้นของอาณาจักร Tencent บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของจีน

ในปี ค.ศ. 1998 ในขณะที่เขาความสนใจส่วนตัวในการพัฒนาอินเทอร์เน็ตและอยู่บ้านท่องเว็บไซต์ จนในไม่ช้า ก็ได้ข้อสรุปว่าประเทศจีนนั้นพร้อมแล้วสำหรับบริการ IM (Instant messenger) หรือบริการส่งข้อความทันใจทางอินเทอร์เน็ตแล้ว “Pony Ma” จึ่งได้ตั้งบริษัท Tencent ขึ้นมาซึ่งให้บริการเกี่ยวกับ System Integration หรือบริการวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสำหรับองค์กรเป็นหลัก โดยใช้เงินทุนประมาณ 500,000 หยวน พร้อมกับเพื่อนร่วมชั้นของเขาอีก 4 คน คือ Zhang Zhidong, Xu Chenye, Chen Yidan และ Zeng Liqing ซึ่งในปีแรกเว็บไซต์ของเขาเต็มไปด้วยอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาพนักงานขาดประสบการณ์ หรือปัญหาทางการเงิน

ในปี ค.ศ. 2001 Tencent มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ในเวลาต่อมา ก็เริ่มเติบโตขึ้น โดยมีจำนวนพนักงานที่มากขึ้น และหลังจากได้เงินทุนจากต่างชาติเข้ามา ก็ได้ทำบริการส่งข้อความทางอินเทอร์เน็ตที่มีชื่อโปรแกรม QQ โดยบริการนี้สามารถทำกำไรสำเร็จได้ครั้งแรก เขาก็เลยมีกำลังใจ ที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และยิ่งเติบโตมากขึ้นไปอีก

ในปี ค.ศ 2004 Tencen ได้กลายเป็นผู้บริการส่งข้อความตอบโต้แบบทันทีของจีนที่ใหญ่ที่สุด ครองส่วนแบ่งการตลาด ถึง 74% เลยทีเดียว และได้เข้าจดะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ในฮ่องกง ด้วยเงินกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรกในเดือน มิถุนายนในปีเดียวกัน

ในปี ค.ศ. 2008 Tencent ได้เริ่มบุกตลาดเกมออนไลน์ และได้กำไรถล่มทลายจากการขายผลิตภัณฑ์เกม ซึ่งแต่ก่อนรับจากต่างชาติมาขายอีกที แต่ปัจจุบันก็ได้ผลิตเกมเป็นของตัวเองแล้ว ซึ่งหลายคนอาจจะเคยเล่นเกมของเขา เรียกได้ว่าเกมที่เขานั้นร่วมลงทุนนั้นดังมาก อย่างเช่น Riot Games จากอเมริกา เจ้าของเกม “League of Legends” หรือจะเป็น CJ Games บริษัทเกมอันดับต้น ๆ จากเกาหลีใต้

ในปี ค.ศ. 2010 Tencent ได้เข้าซื้อ หุ้น Sanook.com ของไทยด้วยนะ โดยปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) พร้อมกับสร้างแอปพลิเคชัน Noozup ที่ทำหน้าที่ให้บริการข่าวต่าง ๆ บนหน้าฟีดของสมาร์ทโฟนอีกด้วย

ในปี ค.ศ. 2011 เรียกได้ว่าเป็นจุดกำเนิดนางเองของงานนี้เลยก็ได้ ซึ่งก็คือ การพัฒนาสร้างแอปพลิเคชัน “WeChat” ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้งานเกือบ 1 พันล้านคน ซึ่งตอนนี้ WeChat เองก็เป็นมากกว่าบริการส่งข้อความ เพราะยังมีระบบชำระเงินอย่าง WeChat Pay และสามารถซื้อสินค้าออนไลน์ สั่งอาหาร เรียกแท็กซี่ บริการโอนเงิน เรียกได้ว่าทำได้เกือบทุกอย่างในแอปพลิเคชันเดียว

ในปี ค.ศ. 2015 Tencent เข้าซื้อหุ้น China Music Corporation ได้ทำการบุกตลาดไทย และเปิดตัวแอปพลิเคชันหนึ่งขึ้นมา พี่ทุยบอกเลยว่าถ้าพูดชื่อคงต้องร้อง อ๋อออ ไปตาม ๆ กัน นั่นก็คือ แอปพลิเคชันฟังเพลงเจ้าดังอย่าง JOOX นั่นเอง ซึ่ง ปีที่ผ่านมา มียอดการฟัง JOOX ในประเทศไทยรวม 6,000 ล้านครั้ง และยังคงประสบความสำเร็จอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมียอดผู้ใช้งานถึง 290 ล้านราย ภายใต้ 5 ประเทศที่ให้บริการ ได้แก่ ไทย พม่า อินโดนิเซีย มาเลเซีย และฮ่องกง โดยมียอดการฟังรวม 15,000 ล้านครั้ง

ธุรกิจ Tencent มีอะไรบ้าง ?

ซึ่งบริษัท Tencent นั้นครอบคลุมกิจการหลายอย่างมาก โดยธุรกิจในเครือสามารถแบ่งออกได้เป็นใหญ่ ๆ คือธุรกิจสื่อสารและธุรกิจร้านค้า

1. ธุรกิจกลุ่มสื่อสาร

มีเว็บไซต์ com, paipai.com, games.qq.com, Tenpay.com, QZone.qq.com, soso.com, gongyi.qq.com และ weibo
แอปพลิเคชัน QQ และ WeChat
เกมออนไลน์ QQ Fantasy และ Asura Online

2. ธุรกิจด้านร้านค้า

คิว-เจน ซึ่งจัดจำหน่ายสินค้า ประเภทของที่ระลึก แบรน คิวคิว เช่น กระเป๋า ตุ๊กตา นาฬิกา เสื้อผ้า

ในปัจจุบัน Tencent ยังเป็นบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดของแดนมังกร และในเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 2019 Pony Ma ก็อยู่อันดับที่ 20 ในรายชื่อมหาเศรษฐี Global Forbes 2019 ด้วยความมั่งคั่ง 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แถมอยู่ในอันดับที่ 4 ในรายชื่อองค์กรการกุศล Forbes China 2019 อีกด้วย

เรื่องที่น่าสนใจของ Pony Ma

“Pony Ma เศรษฐีอาณาจักร Tencent” เขาเป็นบุคคลที่ครองแชมป์มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีน สลับกันไปมากับ Jack Ma ซึ่งธุรกิจหลักของพวกเขาทั้ง 2 คนคือ Tencent และ Alibaba ซึ่งน่าจะมีอายุกิจการ 21 ปีพอ ๆ กันแล้ว โดยที่ Tencent ก่อตั้งขึ้นก่อน 5 เดือนเท่านั้น เรียกได้ว่า Jack Ma และ Pony Ma ต่างก็เป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกันจริง ๆ พี่ทุยขอปิดท้ายบทความนี้ด้วยรายได้ของทั้ง 2 บริษัทนี้กันนะ

รายได้ธุรกิจ Tencent ของ Pony Ma

ปี 2016 มีรายได้ 151,938 ล้านหยวน
ปี 2017 มีรายได้ 237,760 ล้านหยวน
ปี 2018 มีรายได้ 312,694 ล้านหยวน
ปี 2019 มีรายได้ 377,289 ล้านหยวน

รายได้ธุรกิจ Alibaba ของ Jack Ma

ปี 2017 มีรายได้ 158,273 ล้านหยวน
ปี 2018 มีรายได้ 250,266 ล้านหยวน
ปี 2019 มีรายได้ 376,844 ล้านหยวน (ไตรมาสแรก)

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด