“อี๊ด โปงลางสะออน” เคลียร์ดราม่า หลังวงแตก! เปิดเส้นทางความรักกว่า 8 ปีกับภรรยาคู่ชีวิต

"อี๊ด โปงลางสะออน" เปิดใจเคลียร์หลังมีภาพกอดกับลาล่าลูลู่ ผ่านรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มีหนิง ปณิตา และ ชมพู่ ก่อนบ่ายเป็นพิธีกร พร้อมเผยเส้นทางรักกับภรรยาสาวคนสวยที่ครองรักกันมานานกว่า8ปี กว่าจะฝ่าด่านแม่เมียไม่ง่ายเลยแถมยังลั่นอีกว่า จะมีอี๊ดน้อยแล้ว หลังรอคอยมานาน !!

          เมื่อ 7-8  ปีที่แล้ว ลาล่า-ลูลู่ ประกาศแยกวง พอได้กลับมาเจอกันรู้สึกยังไงบ้าง ?
          อี๊ด : วันนั้นน้องมาทานข้าวที่บ้าน 7-8 ปีที่ผ่านมาผมก็มีโอกาสได้เจอ ลาล่า ลูลู่บ้าง น่าจะนับครั้งได้ที่ไปเจอกันตามงานน่าจะประมาณ 6-7 ครั้ง วันนั้นก็รู้สึกว่าความรู้สึกเก่าๆมันกลับมาน้องก็มาทำกับข้าวกินกัน ลาล่าก็ยังเป็นลาล่าเป็นเด็กน้อยสำหรับผมอยู่ ลูลู่ก็เป็นพี่ใหญ่ของลาล่า บรรยากาศวันนั้นก็ดีเพราะที่เจอกันหลายๆครั้งไม่ค่อยได้คุยกันเยอะขนาดนี้

          เรามีการโทรนัดแนะกันหรือเซอร์ไพร์สเลย ?
          อี๊ด : เซอร์ไพร์สเลย แม่ก็อยู่ พี่ๆน้องๆก็อยู่กันหลายคน 

          รู้สึกยังไงที่เค้ามาเซอร์ไพร์สเรา ช็อคมั้ย ?
          อี๊ด : ก็ถามเค้าว่ามาทำอะไร เค้าบอกว่ามากินข้าวบ้านพี่ เรารู้สึกดีใจมากกว่าเพราะบ้านหลังนั้นน้องก็เคยมาหลายครั้ง แต่หายไปหลายๆปี บรรยากาศเก่าๆมันกลับมา ก็ดีใจที่น้องมาหาถ้าไม่โควิดมันก็คงไม่มา (หัวเราะ) 

          คำว่าดีใจของพี่อี๊ดขนาดไหน ?
          อี๊ด : ดีใจบรรยากาศเก่าๆมันกลับมา ได้ถามสารทุกข์สุกดิบกัน ที่สำคัญคนที่เราสร้างอะไรมาด้วยกัน วันนึงเรามีโอกาสได้กลับมาเจอกันก็ดีใจ

          วันนั้นหลากหลายเรื่องราวเลยที่แลกเปลี่ยนกัน มีเรื่องความรักนิดๆด้วยใช่มั้ย ?
          อี๊ด : มีเรื่องความรักนิดๆ เราก็ได้แต่ให้กำลังใจ วันนี้ไม่รู้ว่าลาล่ากับลูลู่เผชิญอะไรอยู่  พี่อาจจะไม่ได้รู้ทุกเรื่องแต่ขอให้หนูผ่านมันไปให้ได้ มีแต่ให้กำลังใจกันมากกว่า 

          เค้าได้ปรึกษาอะไรพี่อี๊ดมั้ยระหว่างที่ทานข้าวกัน สิ่งที่เค้าอยากได้กำลังใจจากพี่ชายคนนี้ ?
          อี๊ด : ก็ให้กำลังใจเขาอย่างที่บอกว่าไม่รู้ว่าเค้าเจออะไรอยู่ อยากให้เค้ามีสติที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ โลกโซเชี่ยลทุกวันนี้ถ้าเราอยากโพสต์อะไรก็ต้องมีสติดีๆ สิ่งที่เราพูดออกไป โพสต์ออกไปทำให้เรารู้สึกไปต่างๆได้ ก็ขอให้เขาตั้งสติและมีสติในการใช้ชีวิต บางครั้งการที่เราโพสต์ออกไปมีฟีดแบ็คกลับมามันก็เป็นสิ่งดีที่ยังมีแฟนคลับเขายังรักเราอยู่ 

เห็นวันนั้นมีน้ำตาด้วย กอดพี่แล้วร้องไห้ ?
          อี๊ด : ก็อาจจะเป็นความรู้สึกเขาที่ไม่ได้กอดพี่นานแล้ว ผมกับลาล่า ลูลู่ เราโตมาด้วยกันจริงๆ สมัยก่อนต้องคุยกันทุกเรื่อง เจอกันทุกวัน เจอกันหลายปีมาก มันก็เลยรู้สึกว่าความรู้สึกเก่าๆมันกลับมา จนเราจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวกับเขาสองคน 

          พี่อี๊ดรักน้อง 2 คนนี้มาแค่ไหน ?
          อี๊ด : รัก เพราะถ้าไม่มีเค้าโปงลางสะออนก็น่าจะไม่มีวันนี้ เพราะว่าเราช่วยกันสร้างมา ทั้งลาล่า ลูลู่ น้องๆทุกคนนั่นแหละ เป็นรุ่นบุกเบิกที่สร้างอะไรด้วยกันมา รักทุกคนทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงทุกคน ทุกวันนี้เป็นเจนใหม่กมดแล้วนะ นางรำที่มารำกับผมเคยดูผมตอนเค้าอยู่ ป2 ป3 ถ้าพูดถึงลาล่า ลูลู่ก็รักเค้า 

          ย้อนไป 7-8 ปีที่แล้ว วันที่น้องบอกว่าจะไปมีความฝันเป็นของตัวเอง มีแอบงอน แอบน้อยใจ แอบเสียใจ แอบโกรธบ้างมั้ย ?
          อี๊ด : ผมค่อนข้างเจอกับการที่เข้าๆออกๆบ่อยในวง ส่วนลาล่าลูลู่ที่คุยกับผมวันนั้นเราก็ถาน้องว่าคิดยังไง น้องก็มาบอกเรา เราก็เคารพในการตัดสินใจของน้อง ไม่มีการมาโกรธน้องเพราะนี่คือการตัดสินใจของเค้า เราก็ประชุมกันในวงตลอดหลังจากมีเรื่องว่าลาล่า ลูลู่จะไม่อยู่ นอกจากนี้ก็ยังมีคุณโอโม่ คุณนุช หลายคนนะที่ออกไปพร้อมกัน ที่เค้ามีชื่อเสียง มันไม่ใช่เรื่องที่จะไปงอน ไปโกรธเค้า มันเป็นสิทธิ์ที่เค้าจะทำได้ตอนนั้น ที่ผ่านมาเราดูแลน้องทุกอย่าง แสดงว่าเค้าพร้อมจะออกไปเผชิญโลกข้างภายนอก มีแต่ให้กำลังใจ 

          แต่ว่าภาพจำตอนนั้นคือมีพี่อี๊ด ลาล่า ลูลู่ พอตัวหลักหายไปเคยคิดจะยุบวงโปงลางบ้างมั้ย ?
          อี๊ด : ไม่เคยมี เพราะก่อนที่ลาล่า ลูลู่ จะเข้ามาผมก็สร้างวงโปงลางมาตั้งแต่ผมเรียน ไม่มีเหตุปัจจัยที่เราจะต้องหยุดวงไป เพราะว่ามันคือชีวิตของพี่อี๊ด ไม่มีทางที่จะยุบวง ทุกวันนี้ก็ยังเป็นวงอยู่เป็นเจนใหม่ พี่ก็ยังจะทำวงต่อไป 

          หลังจากเห็นคลิปกอดกันวันนั้นมีโอกาสที่แฟนๆจะได้เห็นพี่อี๊ด ลาล่า ลูลู่ กลับมารวมตัวกันอีกมั้ย ?
          อี๊ด : ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนว่าจะให้การต้อนรับขนาดไหน ก่อนหน้านี้มีอยู่หลายงานนะที่โทรมาถามว่าจะจ้าง คุณอี๊ด ลาล่า ลูลู่ รวมกันเป็นวงได้มั้ย ตัวผมไม่มีปัญหาเพราะผมมีวงแบ็คอัพ นางรำของผม ผมก็เลยให้เบอร์โทรไปหาน้องเอง แต่ว่าส่วนมากจะไม่ตรงกัน แต่ผมว่าถ้ามันตรงกันก็เล่นได้อยู่แล้ว มันอยู่ด้วยกันมานาน ก็จะอำกันเรื่องนี้แหละ เรื่องที่ออกจากวงไป 

มีอะไรอยากจะบอกแฟนคลับวงโปงลางสะออนมั้ย ?
          อี๊ด : ต้องขอบคุณแฟนคลับวงโปงลางสะออนที่ยังคิดถึงกัน ต่างคนก็ต่างเติบโตไป แต่วันนึงความคิดถึงมันอาจจะทำให้เราอยากจะกลับมายืนบนเวทีด้วยกันอีกสักครั้งนึง ถ้าไม่มีลาล่า ลูลู่ ก็คงไม่มี อี๊ด โปงลางสะออน อาจจะโปงลางสะออนรีเทิร์นก็อยู่ที่พี่ๆน้องๆจะให้การต้อนรับหรือเปล่า 

          อยากบอกอะไรกับลาล่า ลูลู่
          อี๊ด : สำหรับลาล่า ลูลู่ก็ยังเป็นน้องที่ยังรักเหมือนเดิม ยังคอยติดตามอยู่ห่างๆ แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้คุยกัน หลังจากวันนั้นมาก็คงจะได้คุยกันเรื่อยๆ แต่ก็เชื่อว่าลาล่า ลูลู่เป็นคนมีความสามารถ ไปอยู่ไหนก็มีแต่คนรัก ขอให้เจริญรุ่งเรืองเรื่อยๆ 

          ห่วงอะไรลาล่า ลูลู่ ?
          อี๊ด :  ลาล่าเนี่ยห่วงความเป็นเด็กของเค้า ถ้าไม่มีลูลู่คอนคุมคอยดูแลก็จะรู้สึกเป็นห่วงเค้า เค้าก็เล่นตามประสาเค้าแต่จริงๆใจเค้าไม่มีอะไรหรอก ยังดีที่มีลูลู่คอยเตือนอยู่ข้างๆ ส่วนลูลู่ห่วงอยากให้เค้ามีลูกซักที อยากให้แต่งงานเป็นชิ้นเป็นอันซักทีทั้งลาล่า ลูลู่นั่นแหละ เพราะเราก็อายุมากขึ้น อยากให้เค้าแต่งงานมีครอบครัว 

          แล้วเรื่องความรักของพี่อี๊ด เห็นว่าปลูกต้นรักกันไว้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ?
          อี๊ด : ผมกับคุณน้ำไปเจอกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวผมเล่นคอนเสิร์ตเสร็จก็มานั่งทานก๋วยเตี๋ยวอยู่ร้านริมทาง เค้าก็นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ เค้าก็เดินมาขอเบอร์ผม เค้าบอกว่าเค้าทำทัวร์อยู่ เค้าบอกว่าอยากให้ไปเล่นให้ลูกทัวร์ดู 

          พี่ปิ๊งเค้าเลยมั้ย ?
          อี๊ด : เราปิ๊งตรงที่เราจะได้มีงานไปทัวร์ต่างประเทศด้วยหรอ แต่ก็เห็นว่าตาเค้าว่าเป็นคนเก่ง ก็ไม่รู้ว่าวันต่อมาเค้าจะโทรหาหรือจะถามอะไรอีก แต่หลังจากนั้นผมก็โทรหาเค้าตลอด 

          แล้วตอนนั้นมีงานที่ได้ดีลกันจริงๆมั้ย ?
          อี๊ด : ไม่ได้ดีลกันจริงๆ คือเป็นโครงการเฉยๆ งานที่ดีดีลไว้ไม่ได้ไป กลายเป็นว่างานนั้นไม่ได้ไปต่างประเทศ  

ใครชอบใครก่อน ?
          อี๊ด : มันเป็นช่วงแยกวง เรารู้สึกเหมือนเราอยู่ตัวคนเดียวด้วย ช่วงนั้นก็เหงาๆอยู่ หลังจากที่คุณน้ำเข้ามาจากที่เราเขวไปเขวมา เป็นคนทำให้เราเกรงใจ จากผู้ชายที่มีช่วงนึงที่เราเหลวไหล พอคุณน้ำเข้ามาเราจะรู้สึกว่าเราเกรงใจเค้า แล้วเรารู้สึกว่าเราเริ่มจะมีสติและมีสาธิที่จะเดินทางไปข้างหน้ามากขึ้น 

          ได้ข่าวว่าตอนแรกแม่ยายไม่ชอบ ?
          อี๊ด : แม่บอกน้ำว่าพี่เป็นดารา ไม่จริงใจหรอก ผมก็ได้แต่บอกว่าต้องรอดูเวลา ก็ได้ไปกราบคุณแม่ คุณยายเค้าที่อยุธยาก็พิสูจน์ว่าเราจริงใจนะ ไม่ใช่คนที่จะมาหลอกลวงอะไร 

          กลัวเมียมั้ย ?
          อี๊ด : ไม่ใช้คำว่ากลัวดีกว่า ใช้คำว่าเกรงใจมากกว่า เพราะว่าผู้หญิงคนนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าพอผมเกรงใจเค้าทำให้ผมอยู่กับตัวเองและครอบครัวมากขึ้น ทำให้เราไม่เถลไถลไม่นอกลู่นอกทาง 

          อยากบอกอะไรกับภรรยาเราบ้าง ?
          อี๊ด : น่าจะเป็นการขอบคุณที่น้ำทำให้พี่อี๊ดหลุดในสิ่งต่างๆที่เคยเหลวไหลมา แล้วก็มีน้ำที่ทำให้เรามีวันนี้กันแล้วก็มีลูกชายที่เราจะต้องดูแลต่อไป เป็นของขวัญอย่างดีเลยสำหรับผม ทุกววันนี้ผมไปงานผมก็เกรงใจว่าเค้าจะหาว่าผมจะเหลวไหลหรือนอกลู่นอกทางหรือเปล่า แต่ให้น้ำมั่นใจว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปจะไม่มีแบบนั้น เมื่อก่อนก็ไม่มีนะ แต่ว่าเค้าจะชอบคิดว่าเวลาเราออกไปข้างนอก ไปทำงานคนเดียวเราจะไปเหลวไหลเหมือนที่เค้าเจอผมแรกๆมั้ย แต่บอกน้ำตรงนี้เลยว่าไม่มีอย่างนั้น แล้วก็ให้สบายใจว่าผู้ชายคนนี้จะดูแลครอบครัวของเราเป็นอย่างดี 

          เห็นว่ามีลูกแล้วตอนนี้อายุเท่าไหร่ กี่เดือน กี่ขวบ ?
          อี๊ด : ตอนนี้ 8 เดือนแล้ว อีกเดือนนึงจะคลอดแล้ว กำลังดูวันผ่าคลอดว่าจะเป็นปลายกรกฎาคหรือต้นสิงหาคม  กำลังดูวันว่าจะวันไหนดี ก็ยังตื่นเต้นอยู่ว่าเราจะดูฤกษ์แบบไหน เพราะว่าผมเป็นคริสเตียนกับแม่ 

          ตื่นเต้นแค่ไหนพอรู้ว่าเราจะมีลูก ?
          อี๊ด : วันนั้นผมไปถ่ายคลิป คุณน้ำเค้าก็เป็นตากล้อง ถ่ายเสร็จพอเข้ามาในรถเค้าก็บอกว่าพี่ต้องหาตากล้องใหม่แล้วนะ เราก็ถามว่าทำไม เค้าก็หยิบที่ตรวจครรภ์ให้ดู เราก็กระโดดกอดเลย เพราะเราอยากได้มานาน อายุเรา 40 กว่าๆแล้ว การที่เรามีลูกมันเป็นของขวัญพิเศษเลย ดีใจจนร้องไห้ 

          จริงๆอยากได้ลูกชายหรือลูกสาว ?
          อี๊ด : ลูกชายครับ 

          ตั้งชื่อหรือยัง ?
          อี๊ด : ตอนแรกคุณแม่เค้าตั้งไว้ว่า นาวา อันนี้ชื่อเล่น ผมตั้งชื่อว่าน้องเอกภูมิ เวลาเรียกชื่อต่อกัน นาวา เอกภูมิ ดูมียศตำแหน่ง ดูยิ่งใหญ่ 

          ทำไมอยากได้ลูกชายส่วนมากผู้ชายจะอยากได้ลูกสาว ?
          อี๊ด : เวลาเค้าโตขึ้นอยากพาเค้าไปออกกำลังกาย อยากจะสอนดนตรีเค้า อยากจะตีโปงลางหรือเล่นดนตรีอีสาน ไปเป็นเพื่อนกันเวลาไปทำงาน

https://youtu.be/aELRQVax230

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด