“รีไฟแนนซ์หนี้”...บัตรเครดิต
ปัญหาหนี้สินจากบัตรเครดิตถือเป็นสิ่งที่คนไทยจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่ แม้ ‘บัตรเครดิต’ จะช่วยอำนวยความสะดวกทุกการใช้จ่าย ทั้งการผ่อน 0% การสะสมคะแนน เเถมยังมีสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย บางคนมีใบเดียว บางคนมี 5 ใบ บางคนมีรวมๆ แล้วร่วม 20 ใบ หากไม่ระมัดระวังในการใช้จ่ายแล้ว จะทำให้เผลอเข้าสู่ ‘กับดักหนี้สิน’ โดยไม่รู้ตัว

ปัญหาหนี้สินจากบัตรเครดิตถือเป็นสิ่งที่คนไทยจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่ แม้ ‘บัตรเครดิต’ จะช่วยอำนวยความสะดวกทุกการใช้จ่าย ทั้งการผ่อน 0% การสะสมคะแนน เเถมยังมีสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย บางคนมีใบเดียว บางคนมี 5 ใบ บางคนมีรวมๆ แล้วร่วม 20 ใบ หากไม่ระมัดระวังในการใช้จ่ายแล้ว จะทำให้เผลอเข้าสู่ ‘กับดักหนี้สิน’ โดยไม่รู้ตัว

 

พอภาระมากเข้า ก็ไม่สามารถชำระหนี้ได้เต็มจำนวนก็เหลือแค่ชำระขั้นต่ำในแต่ละเดือน  ซึ่งการชำระขั้นต่ำยิ่งทำให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จ่ายไปเท่าไหร่หนี้ก็ไม่หมด หากมีหนี้สินหลายอย่างจนผ่อนไม่ไหว อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ คือ การ ‘รีไฟเเนนซ์หนี้บัตรเครดิต’ หรือบางคนก็เรียกว่า ‘กู้เงินเพื่อปิดบัตรเครดิต’

 

การ “รีไฟเเนนซ์หนี้” บัตรเครดิต…คืออะไร

 

การ“รีไฟเเนนซ์หนี้บัตรเครดิต” คือ การขอวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตกับสถาบันการเงินเพื่อที่จะนำเงินที่ได้ไปชำระหรือปิดภาระหนี้บัตรเครดิตเดิมที่มีอยู่จะใบเดียวหรือหลายใบก็ได้ เพื่อทำการ ‘ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่’ ให้เหมาะสมต่อความสามารถในการชำระหนี้ โดยลักษณะจะคล้ายๆ กับการเปลี่ยนจากเจ้าหนี้หลายๆ รายมาเหลือเจ้าหนี้เพียงคนเดียว

 

“ซึ่งวงเงินสินเชื่อที่ได้รับนั้น จะมีอัตรา ‘ดอกเบี้ยที่ต่ำลง’ กว่าดอกเบี้ยของบัตรเครดิตเดิม และมีระยะเวลาใน ‘การผ่อนชำระที่นาน’ มากขึ้น จำนวนเงินในการผ่อนชำระแต่ละงวดลดน้อยลง ง่ายต่อการชำระหนี้มากขึ้นส่งผลให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องทางการเงินและกระแสเงินสดเพียงพอในการดำเนินชีวิตประจำวัน”

 

ตัวอย่าง

นาย A มีภาระหนี้คงเหลือของบัตรเครดิต 500,000 บาท ผ่อนชำระขั้นต่ำเดือนละ 50,000 บาท

รีไฟเเนนซ์สถาบันการเงินใหม่ดอกเบี้ย 13.33% ต่อปี อายุสัญญาเท่ากับ 36 เดือน ผ่อนเดือนละ 16,930 บาท

“จะเห็นได้ว่าจำนวนเงินในการผ่อนชำระของนาย A ต่อเดือนลดลงทำให้มีสภาพคล่องทางการเงินและกระแสเงินสดเพียงพอในการดำเนินชีวิตประจำวัน ดังนั้นการ ‘รีไฟเเนนซ์หนี้บัตรเครดิต’ จึงช่วยเเบ่งเบาภาระอย่างมาก”

 

 

วางแผนสักนิด…ก่อน ‘รีไฟเเนนซ์หนี้บัตรเครดิต’

 

1.รวบรวม ‘ภาระหนี้สิน’ จากบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสดทั้งหมด เพื่อให้เห็นยอดรวมเป็นก้อนเดียวจะได้ทราบว่าจะต้องขอวงเงินสินเชื่อเท่าไหร่จึงจะชำระหนี้หมดเพื่อจะได้ทำทีเดียวจบ รวมถึงจัดลำดับอัตราดอกเบี้ยของหนี้แต่ละตัว เพื่อดูว่าควรจะปิดภาระหนี้ก้อนไหนก่อน

2.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อ เพราะเเต่ละสถาบันการเงินจะมีอัตราดอกเบี้ยเงื่อนไข รวมถึงระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้ที่ต่างกัน เพื่อเปรียบเทียบหาทางเลือกที่ดีที่สุด

3.เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน การมีหลักฐานทางการเงินที่ดีพอ จะทำให้สถาบันการเงินเชื่อถือ และเชื่อใจว่าจะสามารถผ่อนชำระได้ตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินนั้นตั้งเอาไว้

4.วางแผนการชำระหนี้ล่วงหน้า และชำระให้ตรงตามกำหนด เพื่อรักษาเครดิตในการยื่นกู้เงินในอนาคต

 

หากได้ ‘วงเงินรีไฟเเนนซ์’ ต่ำกว่าที่ต้องการ

 

ในการพิจารณาวงเงินสินเชื่อเพื่อการ ‘รีไฟเเนนซ์บัตรเครดิต’ สถาบันการเงินจะวิเคราะห์จากฐานะทางการเงินของผู้ขอสินเชื่อและความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งบางครั้งวงเงินสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติอาจจะ ‘ไม่เพียงพอ’ กับภาระหนี้คงเหลือรวมของบัตรเครดิตทุกใบ

“ในกรณีนี้แนะนำว่าให้เลือกนำเงินดังกล่าวไปชำระหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน ไม่เช่นนั้นดอกเบี้ยก็จะยิ่งสะสมทบมากขึ้นไปอีก”

วิธีที่แนะนำไปข้างต้นเป็นวิธีหนึ่งในการ ‘แก้ปัญหาหนี้สิน’ แต่สิ่งที่สำคัญคือ เราต้อง ‘เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงิน’ ของเราใหม่ด้วยเช่นกัน

 

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,TFPA Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด