ไม่มีอะไรพลิกโผครับสำหรับเกมระเบิดถังขี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เหนือ บอร์นมัธ 5-2 เพราะทุกสำนักไม่ว่าจะ วินมอไซค์, หรือ กรมอุตุ ต่างให้เจ้าถิ่น 3 แต้มนอนตั้งแต่ไก่โห่
เกมนี้อาจจะเป็นอีกเกมที่ เร้ดอาร์มี่ รู้สึกเชียร์แล้วมันเพราะผมขนาดผมเอาใจช่วยทีมเยือนผมยังรู้สึกว่าเจอบุกกระหน่ำแบบนี้ไม่โดนเพิ่มนาทีนี้ก็นาทีหน้าแน่นอน
แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมรู้สึกเช่นนั้นหลังจาก กรีนวู้ด ยิงห่าง 4-2 นะครับซึ่งลูกนี้กับฟรีคิกสุดเหนือชั้นของ บรูโน่ แฟร์นานเดส (ที่ใช้เวลาห่างกันแค่ 5 นาที) กลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกมที่ทำให้ บอร์นมัธ ถึงกับ “จิตหลุด” เลิกกวนใจเจ้าบ้านทันที
โดยก่อนหน้านี้ผมรู้สึกถึงความน่ากลัวจากฝั่ง “เดอะ เชอร์รี่ส์” ที่ต่อบอลเล่นดีผิดคาดทั้งๆที่สถิติฟอร์นนอกบ้านห่วยแตกเตะ 16 แพ้ถึง 12 แต่กลับทำประตูนำหน้าตาเฉย
การเพิ่มสถิติไร้พ่าย 16 นัดติดทำให้มิชชั่นไล่ล่าที่ 4 ของ ยูไนเต็ด ดูจับต้องเห็นภาพมากขึ้นเรื่อยๆแต่จุดที่ทำให้เสียรังวัดและมีเรื่องให้ต้องมานั่งคุยกันก็คือ 2 ประตูที่โดนมันง่ายเกินกว่าจะเป็นทีมที่เรียกตัวเองว่าระดับ top
ใช่ครับ ลูก “ลอดดาก” จนกลายเป็นประตู 1-0 ของ บอร์นมัธ มันไม่น่าเกิดขึ้นกับกองหลังระดับ 80 ล้านปอนด์อย่าง แฮร์รี่ แม็คไกวร์
คือผมไม่ได้บอกว่านักเตะค่าตัวแพงจะพลาดไม่เป็นนะ แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือจุดเกิดเหตุที่ใกล้กับประตูขนาดนั้นและพื้นที่แทบไม่เหลือแล้ว ทำไมแม็คไกวร์ ถึงเข้าบอลแบบไม่มีทรงทั้งๆที่ สตานิสลาส เอาจริงๆมีทางเลือกทางเดียวคือแทงบอลเข้ากลางซึ่งเพื่อนๆก็รอเก็บกินอยู่แล้ว
แต่การปรี่เข้าบอลแบบไม่คิด (ซึ่งผมมองว่าเหมือนจะเข้าแบบมาขู่ๆเพราะตัวใหญ่กว่า) แถมขาโก่งชนิดที่ว่ามอไซค์เข็นเข้าไปได้มันจึงเย้ายวนให้น่าลอดเหลือเกิน ทั้งๆที่ตามทรงแล้วจังหวะนี้ กัปตันร่างอวบ ควรต้องเอียงตัวตั้งท่าเพื่อแสดงภาษากายให้คู่แข่งเห็นว่ากูรู้มึงจะไปทางนี้
การได้เห็นอะไรเช่นนี้มันทำให้กองเชียร์ไม่รู้สึกมั่นใจในแนวรับเลยเพราะก่อนหน้านี้ในเกมอื่นๆแกก็มีเหวอมีหลุดเพราะความเชื่องช้าจนแฟนบอลบ่นมาพักใหญ่ๆแล้ว
ลูกแรกที่เสียว่าแย่แล้วผมว่าลูก 2 นี่หนักกว่า ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับฟุตบอลระดับอาชีพด้วยซ้ำแม้จากภาพช้าผมมองแล้วรู้สึกว่ามันน่าจะโดนไหล่มากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีที่โดนมันระดับ school boy เหลือเกิน อันนี้ มาติช ก็แบ่งความผิดร่วมกัน ไบยี่ กันไปครับ
แต่อย่างที่เขาว่าครับเมื่อปัญหาเกิดแล้วแต่ทีม “ชนะ” มันแก้ง่ายกว่าการที่ปัญหาเกิดแล้ว ”แพ้” ซึ่งอย่างหลังมันบั่นทอนจิตใจเพราะต้องลงไปแก้ตัวด้วยความกดดันยังไงก็ยากกว่าอยู่แล้ว
ทีมชนะสวยๆมาซะขนาดนี้ถ้าผมพูดแต่เรื่องแย่ๆคงกะไรอยู่ คือสภาพทีมของ “ปีศาจแดง” ตอนนี้ที่เราได้เห็น ป็อกบา, บรูโน่ , มาร์กซิยาล และ กรีนวู้ด เป็นตัวขับพลังดูดีเอามากๆครับเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งซีซั่นแรกซึ่ง 1 ประตูฟรีคิกสุด world class และ 2 แอสซิสต์ของ บรูโน่ ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรซ์ใดๆ มันกลายเป็นฟอร์มมาตรฐานที่ เร้ด อาร์มี่ คาดหวังไปเรียบร้อยแล้ว
ผมพูดถึงแข้งวัย 25 ปีบ่อยมากเพราะตั้งแต่ย้ายมาเมื่อปลายเดือนมกราคม เจ้าตัวก็แสดง class แตกต่างจากตัวที่มีเดิมอยู่ชัดเจน คนรักผีจึงไม่ต้องทนกับการต้องมานั่งด่า อันเดรียส เปเรย์ร่า อีกต่อไป
ถ้าให้เปรียบเทียบการทำรายงานกลุ่ม บรูโน่ รับผิดชอบเองหมดครับทั้งหาข้อมูล พิมพ์ เข้าเล่มเอง พอเสร็จก็ยื่นให้ กรีนวู้ด เอาไปส่งอาจารย์แต่ก็ต้องระวัง เปเรย์ร่า ทำน้ำหกใส่นะสำคัญเลยอันนี้
พูดถึงเจ้าหนู กรีนวู้ด ผมว่าเผลอๆจะพัฒนาแซงหน้า แรชฟอร์ด ได้ง่ายๆเลยนะเพราะดูมีความดุและเฉียบขาดเวลาเข้าข้อเอามากๆ ที่สำคัญแกเล่นได้ทั้ง 2 เท้ายิ่งทำให้จับทางยากเข้าไปอีก ทั้้ง 2 ประตูวันนี้มันไปไกลกว่าคำว่าดาวรุ่งไปเรียบร้อยแล้วครับ
ผมว่าการเล่นบอลให้หวือหวาสับขาหลอก โชว์นั่นโชว์นี่ใครๆก็ทำได้ พวกอายุน้อยๆความห้าวความคล่องมันมีโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
แต่การเล่นให้เกิดประสิทธิผลจะเป็นตัว “คัดแยก” ระหว่างนักเตะที่มาแล้วก็ไปกับคนที่แจ้งเกิดก่อนสถาปนาตัวเองเป็นผู้เล่นชั้นแนวหน้า
อันนี้ต้องยกความดีความชอบให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่เลือกให้โอกาส กรีนวู้ด ในเกมถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-0 หลังไม่เวิร์คกับการเลือก เดเนี่ยล เจมส์ เกมเสมอ สเปอร์ส 1-1 จนตอนนี้ทีมลงตัวและดูท่าจะหยุดยากเอามากๆ
เด็กมันก็รับรู้ได้ทันทีล่ะครับว่านายกำลังดันอยู่ก็ยิ่งปล่อยของ ผลตอบแทนก็เลยติดจรวดยิงไป 3 จาก 3 นัด 9 แต้มเต็มๆ ทีมรับประโยชน์ไปครับ
ยูไนเต็ด ได้สัมผัสกับ top 4 เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ “เจ้าที่” เขาจะมายึดคืนหลัง เชลซี เอาชนะ วัตฟอร์ด ไปแบบไม่ยากเย็น 3-0 ส่วน เลสเตอร์ ที่มีแต่คนจ้องจะยึดอันดับ 3 ดันชนะ 3-0 เรียกว่าตอนนี้ทุกทีมเน้นกันในช่วงโค้งสุดท้ายกันอย่างหนัก
จากโปรแกรมที่เหลืออยู่ 5 นัดนั่นหมายความว่ายิ่งมีโอกาสให้แก้ตัวน้อยลงเรื่อยๆ นั่นคือการพลาดซักนัดในช่วงนี้มีค่าคูณ 2 ครับเหมือน วูลฟ์ ที่แพ้คาบ้านต่อ อาร์เซนอล จนช่องว่างถ่างออกเป็น 3
โจทย์ของลูกทีม นูโน่ เอสปิริโต ซานโต ณ เวลานี้จึงยากเอามากๆ คือวันไหนตัวเองชนะแต่ถ้าคนอื่นชนะด้วยสถานการณ์แทบไม่ได้ดีขึ้นเลย มีแต่เหลือเวลาให้แก้ตัวน้อยลงไปอีก
ถ้าฟอร์มยังแรงแบบนี้และ 2 ทีมข้างบนไม่ยอมพลาดกันเลยถึงยังไง “เฮียยิ้ม” ก็ยังมีเกมชี้ชะตากับ เลสเตอร์ ในนัดปิดฤดูกาลที่พวกเขาสามารถกุมชะตาชีวิตตัวเองโดยไม่ต้องไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ
และเหมือนถูกเขียนบทมาเพราะวันนั้นเอง เชลซี ก็มีคิวเจอ วูลฟ์ เช่นกัน
ตอนนี้สิ่งที่ “ปีศาจแดง” ต้องระวังคืออย่าให้สัมปทานประตูที่ยิงรัวๆ 11 ประตูใน 3 นัดเกิด “ด้าน” ในแมทช์ที่ขอแค่ลูกเดียวเป็นพอครับ…

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด