"ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก" อินจัดบทนิรา พาอารมณ์ดิ่ง หวั่นเป็นโรคซึมเศร้า ต้องพบจิตแพทย์ เผยแม้ตอนนี้กลับมาแฮปปี้เหมือนเดิม แต่ยังต้องพบแพทย์เรื่อยๆ เพื่อบำบัดให้จิตใจมีความสุข ไม่หวั่นส่งผลกระทบระยะยาว ไม่หวังรางวัล เกินฝันกระแสชื่นชมและเรตติ้ง

ถ้าจะถามหานักแสดงมากความสามารถในนาที ก็คงจะต้องยกให้สาว "ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์" ที่ไม่ว่าจะเล่นละครเรื่องไหน ก็ตีบทแตกกระจุยทุกเรื่อง ยิ่งล่าสุดกับบทสาวประเภทสองอย่าง "นิรา" ในละครเรื่องใบไม้ที่ปลิดปลิว ก็ทำเอาอินกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังการแสดงสุดเพอร์เฟกต์ของเธอนั้น ก็ทำเอาหนักถึงกับต้องพบจิตแพทย์ เพื่อรับการบำบัดเลยทีเดียว พร้อมเผยดังจัด มีคนแอบอ้างนำรูปนิราไปใช้ในเฟซบุ๊ก

"เหรอคะ อันนี้ยังไม่เห็น แต่เฟิร์นก็ไม่กลัวหรอก มันน่าจะเป็นช่วงหนึ่งของกระแสละครมากกว่า (ยังไม่มีใครมาฟ้องใช่ไหมว่าเราโดนปลอมเฟซบุ๊ก?) ไม่มีค่ะ เฟิร์นว่า เฟซบุ๊กเฟิร์นที่เล่นเป็นออฟฟิศเชียล ก็มีหลักๆ อยู่แล้ว แล้วก็มีมาสักพักแล้ว เฟิร์นเชื่อว่าแฟนๆ น่าจะรู้อยู่แล้วค่ะ"

"เรื่องโดนปลอมเฟซบุ๊กก็ช่วงเมื่อหลายปีที่แล้วก็มีเฟซบุ๊ก มีทวิตเตอร์เล็กน้อย แต่พอแจ้งไปแล้วว่าอันไหนเป็นออฟฟิศเชียลทุกอย่างก็ดูโอเคนะ เข้าที่เข้าทางค่ะ"

ดีใจที่คนอินกับตัวละครนิรา ถึงขั้นเอาไปตั้งชื่อในโซเชียล

"ก็ดีใจนะคะ บางทีเพื่อนที่สนิทกันยังบอกเลยว่าจะเอาไปตั้งเป็นชื่อเกม หนูก็ดีใจค่ะ ปกติเช็กฟีดแบ็ก ตามอ่านทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กตลอด ในกรุ๊ปละครเขาก็จะแชร์ๆ กัน คอมเมนต์ด้านลบ เท่าที่เฟิร์นเจอไม่มีเลยนะคะ บางคนก็อยากให้จบแบบนั้น แบบนี้อยู่ แต่รวมๆ แล้วค่อนข้างดีมากเลย แบบที่ออนแอร์ไป ก็เป็นอันแรกเลยที่ถ่ายค่ะ"

ดีใจหนักเรตติ้งตอนจบพุ่งกระฉูด บอกเหนือความคาดหมาย เพราะเดาความคิดคนดูละครเรื่องนี้ไม่ได้เลย

"ก็ดีใจ เรื่องนี้เฟิร์นไม่กล้าเดาเลยว่าวิธีคิดของผู้ชมจะเป็นยังไง ก็ได้แต่อ่าน ก็ดีใจค่ะ มันเหนือความคาดหมายทุกอย่างค่ะ ก็ดีใจค่ะ รู้สึกว่าคือมันไม่ใช่เฟิร์นคนเดียว มันมีทั้งพี่เจี๊ยบ (วรรธนา วีรยวรรธน) ผู้กำกับ รู้สึกว่าบทละครมันส่งผลแล้ว บางคนก็เล่าสมัยอดีตของตัวเอง ว่าสมัยมัธยมโดนคุณพ่อทำร้ายยังไง ไม่เข้าใจยังไง เฟิร์นว่าอันนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งของความสำเร็จของละคร"

บอกเพิ่งรู้ว่าตอนจบจะเป็นแบบไหนพร้อมคนดู คงไม่มีภาค 2 เพราะผู้กำกับบอกเรื่องนี้ยากมาก

"หนูรู้ตอนออนแอร์ ส่วนมีภาค 2 คงไม่มีหรอกค่ะ ให้หนูไม่ตายบ้างดีกว่า ไม่มีภาคสองค่ะ ผู้กำกับนางน่าจะไม่ทำแล้วนะ นางบอกว่าเรื่องนี้ยากมาก"

เลิกกดดันตัวเองจนร้องไห้แล้ว ตอนนี้สุขภาพจิตดีมาก หลังจากที่ดิ่งจนต้องไปพบจิตแพทย์มาแล้ว

"ตอนนี้สบาย สุขภาพจิตดีมาก แฮปปี้ มีความสุขค่ะ ก่อนหน้านี้เฟิร์นไปพบจิตแพทย์มาแล้ว ได้คำตอบประมาณว่า สมมติเราอยู่ในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งมากเป็นพิเศษ อย่างเช่น ความหดหู่ เสียใจ ความทรมานเศร้าโศก คนเราทุกคนมันมีพาร์ทนั้นอยู่ในตัวอยู่แล้ว เราก็แค่ต้องดึงตัวเองกลับมา เรากลับมาบาลานซ์ทุกอย่างในชีวิตให้โอเค แต่ไม่ต้องกินยานะคะ ไม่เคยกินยาเลยค่ะ แค่บำบัด ทำความเข้าใจเฉยๆ"

"ตอนนั้นเราก็รู้สึกตอนไปถ่ายว่าทำไมเสียใจจัง แต่ความจริงแล้วเพิ่งรู้ว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก ถ้าเราเอาตัวไปอยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งมากเกินไปก็ดึงตัวเองกลับมา เอาความสุขส่วนอื่นเข้ามาด้วย ตอนนี้ก็ยังมีนัดคุณหมออยู่เรื่อยๆ ค่ะ"

"ถามว่าแสดงว่าไม่ได้ดีขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ สำหรับเฟิร์นพอเข้าใจจุดนี้ เฟิร์นว่าเคลียร์แล้วเฟิร์นหายเลยนะ แต่การถูกบำบัดก็เหมือนการทำให้ร่างกายเราแฮปปี้ จิตใจเรามีความสุขเหมือนไม่สบายแล้วไปหาหมอทั่วไป"

บอกเมื่อก่อนได้รับบทหนักๆ แล้วจะเป็นแบบนี้ตลอด เลยอยากหาหมอ ในอนาคตจะได้จัดการกับตัวเองได้

"ตอนสมัยก่อนก็เป็นแต่พอปิดกล้องเราก็หาย แต่เรื่องนี้เฟิร์นอยากเข้าใจมันให้มากที่สุด เพราะว่าเผื่อเฟิร์นเล่นแบบนี้อีกในอนาคตเราจะได้จัดการได้กับตัวเองได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ถามว่าจะเบรกบทหนักๆ ไหม ตอนจบก้านแก้วก็พูดอย่างนี้แหละว่าจะเบรก แล้วก็มาเล่นเรื่องนี้(หัวเราะ)"

ตอนนี้ยังไม่เข้าข่ายโรคซึมเศร้า แต่ถ้าปล่อยไว้ก็ไม่แน่

"ไม่ เขาไม่ได้อยากบอกว่ามันคือโรค เขาอยากให้เราเข้าใจตัวเองในการทำงานของเรามากกว่าแต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็ไม่แน่เหมือนกันค่ะ ก็กลัวมีปัญหาในอนาคตเหมือนกัน เฟิร์นอยากรักษาความเป็นเฟิร์นปกติไว้ด้วยในวันธรรมดาที่อยู่กับคนรอบข้างแล้วแฮปปี้สนุกสนาน ดี๊ด๊า วันนี้มันอาจจะไม่ได้หนักหนาขนาดนั้นแต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้มันอาจจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเฉยๆ ถามว่ากลัวไหมที่จะส่งผลในระยะยาวถ้ารับบทหนักอีก ตอนนี้ไม่กลัวแล้วค่ะ เข้าใจแล้วว่ามันเกิดจากอะไร รับมือได้สบายเลย"

ไม่หวั่นจากนี้หากรับบทหนักๆ แล้วจะดิ่งอีก เพราะตอนนี้เข้าใจตัวเอง และมีแนวทางรับมือได้แล้ว

"คือเฟิร์นไม่ได้แพลนเรื่องงานอะไรต่อไปขนาดนั้นหรอก แค่รักษาสิ่งที่มีอยู่ก็พอแล้ว ก่อนหน้านี้อาจจะกลัว แต่ตอนนี้ไม่เลยค่ะ อย่างที่บอกคุยมาล่าสุดเข้าใจตัวเองเยอะขึ้นมากๆ แล้วก็เห็นแนวทางในการใช้ชีวิต วิธีเลือกคิดมันมีความสุขค่ะ"

"การแสดงก็ท้าทายมากขึ้นนะ เฟิร์นว่าการติดตัวละครมันเป็นจุดหนึ่งของนักแสดงหลายๆ คน ควรจะก้าวข้ามและเรียนรู้ไปว่าจะจัดการกับมันยังไง"

ไม่หวังบทนิราพาเดินสายรับรางวัล บอกแค่นี้ก็ฝันแล้ว เดินยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง

"ไม่เลยค่ะ มันเกินฝันแล้วใครจะไปคิดว่าในใจของทุกคนบอกว่าเข้าใจและยอมรับนิรา แค่นี้มันคือรางวัลแล้ว เราเช็กคอมเมนต์ทุกวัน วันนี้นอกจากไม่โดนด่าแล้ว คนยังเข้าใจนิรา มีคนบอกว่าเข้าใจทุกรีแอ็กของนิราเลย แค่นั้นมันก็โอเคจบแล้วค่ะ เฟิร์นไม่ได้คาดหวังเรื่องได้รางวัลเลย วันนี้ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนละคร แค่นี้คือรางวัลแล้ว เดินยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งอยู่ทุกวันเลยค่ะ"

ไม่รู้อนาคตจะได้รับบทพีคๆ อีกไหม แต่ถ้ามีก็คงเข้ามาเอง

"มันบอกไม่ได้ เฟิร์นไม่เคยแพลนเลยว่าจะต้องรับบทพีคไม่พีค โหดไม่โหด ถ้ามันเข้ามาเดี๋ยวก็เข้ามาเองค่ะ บทสรุปของนิรา ทำให้สาวประเภทสองประทับใจ เพราะปกติสาวสองจะต้องตายทุกเรื่อง มันไม่ใช่แค่สาวสอง มีผู้หญิงผู้ชายปกติที่หดหู่แล้วไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง เฟิร์นว่าตอนจบของเรื่องนี้มันก็ทำให้ทุกคนฮึกเหิมขึ้นมาได้เป็นข้อดีของละคร ก็รู้สึกดีใจค่ะ รู้สึกขอบคุณ ขอบคุณไปที่บทละครของพี่เจี๊ยบ ผู้กำกับและหลายๆ คนมากกว่าค่ะ"

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด