นิพิฏฐ์-อินทรสมบัติ1

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2563 นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อสรุปผลการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ ที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง ระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2563 ให้มีการทำโพลสำรวจกระแสความนิยมของพรรคภายใน 1 เดือน และประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคภายใน 2 สัปดาห์ ว่า การได้พูดคุยกันเป็นเรื่องที่ดี ผมสนับการคุยกันตลอด ส่วนคุยกันแล้วจะแก้ปัญหาของพรรคได้หรือไม่ค่อยว่ากัน

“การทำโพลเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งผมก็ทำอยู่ ทำโพลสำรวจเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงพรรค แต่มันก็ไม่ค่อยตรงกัน โพลในส่วนที่พรรคทำก็บอกว่า พรรคดี (เน้นเสียง) ดีขึ้น ดีวันดีคืน อยู่อย่างนี้ไปสักพักหนึ่งก็จะดี เวลาประชุมกรรมการบริหารพรรคเขาก็ชี้แจงอย่างนั้น ก็ไม่เป็นไร”

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า การทำโพลประเมินผลงานรัฐมนตรีทำยากมาก จะเอาจะตัวชี้วัดอะไรไปทำโพลประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรคแต่ละคน ผลสำเร็จ หรือ ผลงานของรัฐมนตรีของพรรคแต่ละคนคืออะไร อย่างไรก็ตาม การทำโพลก็อาจจะทำให้รัฐมนตรีของพรรคขยันมากขึ้น ถ้าให้ผมเสนอ รัฐมนตรีต้องทำตามนโยบายของพรรค ตอนร่วมรัฐบาลเรามีนโยบายอะไรบ้าง ถ้าได้ทำแล้วและทำได้ ถือว่าเราสอบผ่าน ถ้ายังทำไม่ได้ หรือ ไม่ได้ทำ ถือว่าสอบไม่ผ่าน

“พรรคต้องมีจุดยืน ต้องมีจุดแข็งอะไรที่คนจะเลือก ทำไมต้องเลือกประชาธิปัตย์ ต้องตอบคำถามนี้ ยากมาก ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ การตอบคำถามเหล่านี้ ง่ายมาก ว่า ทำไมคนถึงเลือกประชาธิปัตย์ เพราะตอนนั้นการเมืองเป็น 2 พรรค เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ มันชัด แต่ตอนนี้เป็นพลังประชารัฐ เพื่อไทย กับก้าวไกล ในระหว่าง 2 ขั้วนี้ ประชาธิปัตย์อยู่ตรงไหน”

นายนิพิฎฐ์กล่าวว่า ตอนนี้การเมืองเป็น 2 ขั้ว ผู้นำอยู่ขั้วไหนเขาก็ตามไปเลือก ตอนนี้คณะก้าวหน้าจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่น 4,000 แห่ง จาก 7,000 แห่ง เขาคิดอย่างนั้น 4,000 แห่ง แพ้ หรือ ชนะไม่รู้ แต่เขา (คณะก้าวหน้า) ได้พวกแล้ว เขาได้หลักแล้ว หลักเขาคือ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

“ความจริงเรื่องการกระจายอำนาจเป็นจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต เราเป็นพรรคแรกที่ชูเรื่องการกระจายอำนาจตั้งแต่ก่อตั้งพรรคพ.ศ.2489 แต่วันนี้เราถูกแย่งเรื่องนี้ไปแล้ว”

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า จุดแข็งของประชาธิปัตย์ คือ การแก้รัฐธรรมนูญ แต่ถามว่า เราจะแก้รัฐธรรมนูญเรื่องอะไรบ้าง คนในพรรครู้หรือไม่ จะบอกว่าขณะนี้ประสบวิกฤตเศรษฐกิจไม่ควรพูดเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้ เพราะโครงสร้างหลักของรัฐธรรมนูญ คือ เรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม

“ความเห็นส่วนตัวของผม ต้องรื้อ ต้องเปลี่ยนเยอะ เปลี่ยมวิธีคิดของคน ต้องเอากลุ่มคนก้าวหน้ามานั่งคิด เพื่อไทยมีกลุ่มแคร์ น่าสนใจ กลุ่มก้าวหน้ามีเลือกตั้งท้องถิ่น 4,000 แห่งขึ้นมา แต่คนรุ่นหนุ่มเรามีแต่เดินออกจากพรรค เรามีอะไรที่ให้เห็นความก้าวหน้าของพรรค ในสถานการณ์ของการเมืองใหม่ เพราะฉะนั้นต้องรื้อถึงราก ถึงแก่นของพรรค หยิบนโยบายของพรรคขึ้นมาทำ หยิบอุดมการณ์ของพรรคขึ้นมาดู เอาคนรุ่นใหม่ ความคิดใหม่เข้ามา คนรุ่นผมต้องอยู่แถวหลังได้แล้ว”

นายนิพิฏฐ์ย้ำว่า ต้องเริ่มนับหนึ่งด้วยการรื้อให้ถึงราก หนึ่ง จุดพรรคของพรรคอยู่ตรงไหนที่จะไปสู้กับพรรคการเมืองอื่น เช่น หลักประชาธิปไตย ประชาชนพร้อมจะเดินไป 2 ขั้วอย่างนี้หรือไม่ ประเทศจะเดินไป 2 ขั้วอย่างนี้หรือ และ สอง ต้องเอาคนรุ่นใหม่มาเป็นแถวหน้าในการสู้ หัวหน้าและเลขาธิการพรรคต้องเป็นคนเริ่ม

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด