“ทองคำ”...กับ ‘การจัดสรรเงินลงทุน’
สถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ไม่ว่าจะเป็น ข้อพิพาทระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ตามมาด้วยการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้บรรดานักลงทุนพยายามแสวงหา “สินทรัพย์ปลอดภัย” เพื่อลดความผันผวน รวมถึงลดผลขาดทุนจากการลงทุน

สถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ไม่ว่าจะเป็น ข้อพิพาทระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ตามมาด้วยการแพร่ระบาดของไวรัส  COVID-19 ทำให้บรรดานักลงทุนพยายามแสวงหา “สินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อลดความผันผวน รวมถึงลดผลขาดทุนจากการลงทุน
‘พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ’ ถือว่าเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความนิยมแต่ทว่า ผลจากการใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย การลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดต่ำลง (ณ วันที่ 6 มีนาคม 2563 10Y Bond Yield อยู่ที่ 0.8229%)
“นอกจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่นักลงทุนให้ความสนใจในช่วงที่มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น นั่นคือ ทองคำ
“ทองคำ” ซึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทโลหะมีค่า กล่าวคือทองคำนั้นมีมูลค่าและผู้คนให้ความเชื่อถือ ‘ธนาคารกลาง’ ของแต่ละประเทศให้การยอมรับโดยใช้เป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างไรก็ตามราคาทองคำในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผันผวนไปตามปัจจัยต่างๆ เช่น ค่าเงินดอลลาร์ เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตัวเลขทางเศรษฐกิจ รวมถึงความไม่แน่นอนในสถานการณ์ความไม่สงบต่างๆ
“จะเห็นได้ว่า มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ จนไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า ราคาทองคำขึ้นอยู่กับปัจจัยใดเป็นหลัก ดังนั้นดอลลาร์อ่อน ทองคำขึ้น หรือ เงินเฟ้อสูง ทองคำขึ้น ไม่เป็นจริงเสมอไป”

 

 

ความเชื่อที่ว่า “ทองคำ” ถือเป็น ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ ในมุมมองของผลตอบแทนมีความผันผวนต่ำ หากพิจารณาราคาทองคำหลังจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์คลี่คลายลง ราคาทองคำได้ปรับตัวลงอย่างมากจากราคาสูงสุดที่ 1,920 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในปีค.ศ. 2011 ลงมาสู่ระดับต่ำสุดที่ 1,046 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในปีค.ศ. 2015 (คิดเป็นการขาดทุนประมาณ 45% หรือมูลค่าเงินลงทุนหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง)
“เนื่องจากความเป็น ‘สินค้าโภคภัณฑ์’ ที่มีนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรร่วมด้วย ในประเทศไทยทางสำนักงานก.ล.ต.ได้กำหนดให้กองทุนรวมที่มีการลงทุนในทองคำเป็นกองทุนรวมที่มี ‘ความเสี่ยงสูงระดับ 8’ ในฐานะเป็นการลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงเพียงบางหมวด”

 

 

นอกจากนี้สำหรับการลงทุนระยะยาวนักลงทุนบางท่านมองว่าทองคำนั้นเป็นสินทรัพย์ที่ “ไม่งอกเงย”  กล่าวคือ หากมีการลงทุนในทองคำแท่ง เมื่อเวลาผ่านไปทองคำแท่งก็ยังคงมีปริมาณเท่าเดิม ไม่มีการเพิ่มจำนวน เติบโต หรือจ่ายเงินปันผล มีเพียงแค่ส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น การลงทุนในทองคำจึงไม่เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ และต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอ
“ดังนั้นสำหรับการจัดสรรเงินลงทุ ‘ระยะยาว’ หากต้องการลงทุนทองเพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน ผ่านช่วงวิกฤติ ควรมีทองคำไม่เกิน 5-10% ของมูลค่าพอร์ตการลงทุนทั้งหมด”
ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนผ่าน “กองทุนรวมที่ลงทุนในทองคำ” เนื่องจากใช้เงินลงทุนไม่มาก และมีสภาพคล่องในการซื้อขาย อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดของกองทุน ว่ามีการลงทุนใน ‘ทองคำแท่ง’ หรือ ลงทุนผ่านกองทุนที่มีการลงทุนในทองคำ ‘SPDR Gold Trust’ ของสิงคโปร์ มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่ นอกจากนี้ผู้ลงทุน ควรพิจารณาลงทุน ‘ทองคำ’ เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนระยะยาว ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินอีกด้วย
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,TFPA Facebook Fanpageและ  www.tfpa.or.th     

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด