“ตลาดยิ่งเจริญ” ฉากใหญ่ บิ๊กสตอรี่ กงสี มรดก พินัยกรรม “ธรรมวัฒนะ”
รู้จัก “ตลาดยิ่งเจริญ” ตลาดสดขนาดใหญ่ ในกทม.ก่อตั้งมา 65 ปี เต็มไปด้วยเรื่องราวสะเทือนสังคม และเป็นเรื่องเล่ามาจนถึงทุกวันนี้

เหตุการณ์ไฟไหม้ “ตลาดยิ่งเจริญ” ตลาดสดครบวงจรย่านสะพานใหม่ เขตบางเขน กทม. เมื่อกลางดึกวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา เปลวเพลิงลุกไหม้รุนแรงสร้างความเสียหาย 20 คูหา เผาแผงค้า วอด 165 แผง หรือ 1,300 แผง เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุเพลิงไหม้ที่แท้จริง ขณะที่เจ้าของตลาดประกาศชดเชยเยียวยาแก่ผู้เสียหาย

ไฟไหม้ตลาดยิ่งเจริญ คาด ต้นเพลิงจากโซนสินค้าเบ็ดเตล็ด

ตลาดแห่งนี้เปิดมา 65 ปีแล้ว เหตุการณ์เพลิงไหม้ใหญ่เมื่อกลางดึกวันที่ 2 กรกฎาคม เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ตลาดแห่งนี้

ด้วยชื่อ “ตลาดยิ่งเจริญ”ตลาดซึ่งเป็นเหมือนฉากใหญ่ของเรื่องราวความขัดแย้งตระกูลใหญ่ และคดีอาชญากรรมสะเทือนสังคมมานานหลายปี แม้เป็นเรื่องเก่าที่คล้ายว่าจบ ปิดฉากไปแล้ว แต่ยังคงเป็นเรื่องที่เล่าต่อๆกัน ปรากฏข่าวสารในสื่อมวลชน แต่ทำให้มีการตั้งคำถามถึงสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ว่ามีมูลเหตุจากความขัดแย้งหรือไม่ ?

“สายชล สวัสดิชัย” ผู้จัดการบริหารตลาดยิ่งเจริญ เปิดเผยว่าหลังเหตุเพลิงไหม้ว่า  เหตุไฟไหม้ในครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับการขัดแย้งใน “ตระกูลธรรมวัฒนะ” เหมือนในอดีต เพราะเรื่องจบลงไปนานแล้ว และให้รอผลตรวจจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

          “ตลาดยิ่งเจริญ” สร้างในปี 2498  “นางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ” พัฒนาพื้นที่เนื้อที่กว่า 30 ไร่  เป็น “ตลาดยิ่งเจริญ” มีร้านค้ารูปแบบต่างๆมากมาย หลายประเภทให้บริการในแบบครบวงจร ซึ่งขายกันแบบ 24 ชั่วโมง เป็นตลาดที่มีความคึกคักตลอดทั้งวัน ทั้งตลาดเช้า – ตลาดเย็น และตลาดกลางคืน ทำเลทองเดินทางสะดวกและรถไฟฟ้าสายสีเขียวกำลังมาเกยถึงหน้าตลาด

ตลาดยิ่งเจริญถือเป็นตลาดค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ มีคนเข้ามาจับจ่ายซื้อของในตลาดสดจำนวนประมาณ 30,000 คน ต่อวัน โดยมีรถเข้ามาใช้บริการราว 5,000 – 6,000 คัน ในวันปกติ และในเทศกาลสำคัญไม่ต่ำกว่า 10,000 คัน ต่อวัน และจักรยานยนต์อีกกว่า 3,000 -4,000 คัน ต่อวัน

ในด้านธุรกิจ ตลาดยิ่งเจริญคือ ตลาดใหญ่ ย่านสะพานใหม่ ราวกับเป็นอาณาจักรของตระกูลธรรมวัฒนะ ตระกูลมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจใหญ่มากมาย แต่หลายคนรู้จักตลาดยิ่งเจริญ ผ่านเรื่องราวของตระกูลธรรมวัฒนะ เจ้าของตลาดแห่งนี้ เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา มีการสร้างซีรีย์ดัง เรื่องราวความขัดแย้งในตระกูลใหญ่ หลายคนผูงโยงมาที่เรื่อง

ปี 2509 นายอาคม ฉัตรชัยยันต์  สามีของ นางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ ฉายา “เจ้าแม่สะพานใหม่” ผู้ก่อตั้งตลาดถูกลอบยิงเสียชีวิต ต่อมานางสุวพีร์ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บคนเดินไม่ได้ ต้องไปรักษาตัวที่สหรัฐอเมริกา  มอบหมายให้ “นพดล ธรรมวัฒนะ” ลูกชายรับหน้าที่ดูแลตลาด ก่อนส่งต่อให้ “กุสุมา ธรรมวัฒนะ” ลูกสาอีกคนของสุวพีร์  ดูแลกิจการแทน

          ปี 2525  “กุสุมา” ถูกลอบยิงเสียชีวิต  ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 6 คน พาดพิงถึงคนในครอบครัวฐานจ้างวานฆ่า แต่ต่อมาศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง ไร้มลทิน

“ห้างทอง ธรรมวัฒนะ ลูกชายคนที่ 2 ของ สุวพีร์ เข้ามาดูแลกิจการ โดยมี แม่ “สุวพีร์” ที่กลับมาอยู่ประเทศไทยแล้ว ร่วมกันบริหารตลาดยิ่งเจริญ แต่ระหว่างนั้นก็ปรากฎเรื่องราว 2 แม่ลูกถูกลอบทำร้ายเป็นระยะ

“ห้างทอง ธรรมวัฒนะ” เข้าสู่เส้นทางการเมือง เป็น ส.ส.พรรคประชากรไทย

          เมื่อ “สุวพีร์” ผู้เป็นแม่เสียชีวิตลง  มีการ“เปิดพินัยกรรม”ขึ้น  ทายาท ทั้ง 11 คน ของ “สุวพีร์” ลงชื่อชื่อรับรองพินัยกรรม  แต่หลังจากนั้นเพียง 2 วัน นางนัยนา (ธรรมวัฒนะ) ตามประกอบ ลูกคนที่ 6 ถูกอุ้มไปฆ่า โดยพบเป็นศพภายในรถเก๋ง คดียังเป็นปริศนา

          ในปี 2542 วันที่ 6 กันยายน นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ บุตรชายคนรอง ของ “สุวพีร์” ถูกพบเสียชีวิตปริศนา กระสุนปืนเจาะศีรษะภายในบ้าน “ธรรมวัฒนะ” เกิดการฟ้องร้องกันขึ้นในตระกูลธรรมวัฒนะหลายสิบคดี แบ่งเป็นคดีแพ่ง 43 คดี คดีอาญา 5 คดี เนื่องจากหลายคนในตระกูล ถูกพุ่งเป้าว่าเป็นตัวการ และหวาดระแวงกันเอง

          ชื่อ “นพดล ธรรมวัฒนะ” ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ในทางคดี นพดลไม่มีมลทิน ความขัดแย้งในตระกูล ทำให้ “นพดล” ตัดสินใจออกจาก “กงสี”ไม่เกี่ยวข้องกับตลาดยิ่งเจริญ

          ผ่านมา 14 ปีจากคดีห้างทอง ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 คดีความอันยุ่งเหยิงจบลงด้วยการไกล่เกลี่ยในศาลอาญา “ปริญญา ธรรมวัฒนะ” ลูกคนที่ 9 ของสุวพีร์ ตกลงขายหุ้นกิจการตลาดยิ่งเจริญทั้งหมด ซึ่งเป็นหุ้นที่ได้รับต่อมาจากนายนพดล ลูกคนที่ 4 ให้กับ นางนฤมล ธรรมวัฒนะ ลูกคนที่ 7 ของสุวพีร์  เท่ากับว่าปัจจุบัน ตลาดยิ่งเจริญ อยู่ภายใต้การบริหารงานของ นางนฤมล ธรรมวัฒนะ ร่วมกับ นางสาวคนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ ลูกคนที่ 7 ของ สุวพีร์

 

ไฟไหม้บ้านสุขาวดี ระดมฉีดน้ำกว่า 6 ชม. ไฟยังไม่ดับสนิท

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด