ภาพไฮไลต์

“พรรณิการ์” ยัน ผู้รับเงินบริจาคเมย์เดย์-เมย์เดย์ มีตัวตน พร้อมโชว์หลักฐานในชั้นศาล เห็นใจ “หมอวรงค์” เป็น ส.ส. สอบตกแพ้อนาคตใหม่ ต้องการที่ยืน ลั่น ฟ้องหมิ่นประมาท รวมถึง “บุญเกื้อ” ด้วย

วันที่ 7 ก.ค. 2563 น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ชี้แจงกรณีเงินบริจาคจากโครงการ เมย์เดย์-เมย์เดย์ เราช่วยกัน จำนวน 7,751,783 ล้านบาท ของคณะก้าวหน้า ว่า เงินบริจาคมีหลักฐานการโอนเงินกว่า 2,431 คน รวมทั้ง 15 รายชื่อที่ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม กล่าวหาว่าเป็นอวตาร โดยมีการชี้แจงผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก คณะก้าวหน้า และจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับ นายแพทย์วรงค์ และ นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว อดีตผู้ช่วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมองว่าการออกมากล่าวหาเป็นเรื่องเกมการเมืองที่ไม่ลงทุน และหวังดิสเครดิตทางการเมือง

ขณะเดียวกัน รู้สึกเห็นใจ นายแพทย์วรงค์ เพราะสอบตกแพ้พรรคอนาคตใหม่ในการเลือกตั้ง และต้องการมีที่ยืนทางการเมือง เป็นที่น่าเสียดายที่ นายแพทย์วรงค์ เคยลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และหากชนะก็จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ที่ผ่านมายังไม่เห็นบทบาทในการทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติยืนยันว่าการยื่นฟ้องหมิ่นประมาททั้ง 2 คน ไม่ได้ต้องการใช้กฎหมายเพื่อปิดปาก แต่ต้องการให้เป็นเยี่ยงอย่างว่าไม่ควรมีใครถูกใส่ร้ายป้ายสีโดยปราศจากหลักฐาน โดยในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ค. 2563) มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปยื่นฟ้อง นายบุญเกื้อ ก่อนจะรวบรวมหลักฐานยื่นฟ้อง นายแพทย์วรงค์ ต่อไป ส่วนค่าเสียหายขึ้นอยู่กับฝ่ายกฎหมายจะพิจารณา สำหรับ 15 รายชื่อที่ถูกกล่าวหา จะให้ต้องออกมาแสดงตัวยืนยันกับสังคมหรือไม่นั้น น.ส.พรรณิการ์ เห็นว่าจะเป็นการรบกวน แต่ขอให้สื่อไปตรวจสอบเอง และหาก นายแพทย์วรงค์ อยากเห็นหลักฐานการโอนเงินทั้งหมด ขอให้ไปดูในชั้นศาล

นอกจากนี้ น.ส.พรรณิการ์ ยังได้เข้าสังเกตการณ์เวทีเสวนา “การเคลื่อนตัวของเกลียวคลื่นกลางกรุงกับลูกสาวแห่งทะเลจะนะ” ซึ่งเป็นเวทีสะท้อนเสียงของภาคประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ที่หอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร ว่า นิคมอุตสาหกรรมจะนะ เป็นโครงการที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ผลักดันอย่างแข็งขันให้เกิดขึ้น โดยเป็นโครงการตามแผนยุทธศาสตร์สร้างสันติภาพในขายแดนใต้ ศอ.บต. อ้างว่าจะพัฒนาพื้นที่ สร้างงาน 100,000 ตำแหน่ง แต่ขอถามว่าคนในพื้นที่ 70% เป็นแรงงานภาคเกษตรเป็นคนกรีดยาง จะมีความรู้ในการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างไร ส่วนอีก 20% เป็นชาวประมง มีรายได้จากการหาปลาวันละ 3,000-5,000 บาท จะต้องมาเป็นแรงงานรายวัน รับค่าแรง 400 บาทหรือ ที่สำคัญการที่ ศอ.บต. ทำงานโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนักให้คนในพื้นที่เห็นด้วยกับโครงการนี้ ยังกลายเป็นสาเหตุของความขัดแย้งแตกแยกในพื้นที่ แบบนี้คือการแบ่งแยกแล้วปกครอง แทนที่จะสร้างสันติภาพและความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นได้จริง

อย่างไรก็ตาม น.ส.พรรณิการ์ ทิ้งท้ายว่า หากจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อ อย่างน้อยต้องไม่ให้ ศอ.บต. เป็นเจ้าภาพ เพราะเป็นองค์กรที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จจากโครงสร้างการบริหารราชการภายใต้ สถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ควรให้หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านอุตสาหกรรมหรือเศรษฐกิจโดยตรงเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและคัดค้านโครงการได้อย่างอิสระกว่านี้ ไม่ต้องเกรงกลัวอำนาจเบ็ดเสร็จของ ศอ.บต.

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด