“ค่าเงินบาทแข็งค่า” ส่งผลกระทบอย่างไร ควรลงทุนอะไรดี ?

ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเกือบ 9% จาก 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มาแตะเกือบ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่ามากที่สุดในรอบ 6 ปี หากพูดโดยสรุป การที่เงินบาทแข็งค่าเป็นผลจากความต้องการถือครองเงินบาทที่เพิ่มขึ้น ซึ่งตามทฤษฏีแล้วเมื่อความต้องการหรือ Demand สูงขึ้นมูลค่าก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย พี่จะพูดถึงว่าเมื่อ “ค่าเงินบาทแข็งค่า” จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง แล้วเราควรจะลงทุนในอะไรดี

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ Demand ต่อเงินบาทสูงขึ้นก็มาจากหลากหลายปัจจัย อาทิ เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ความผันผวนของเงินบาทต่ำไปด้วย จึงเป็นที่ดึงดูดให้นักลงทุนนำเงินมาพักในช่วงที่เศรษฐกิจโลกผันผวนสูง ประกอบกับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยที่สูงถึง 6.74 ล้านล้านบาท สูงเป็นอันดับที่ 12 ของโลก รวมไปถึงสัดส่วนของเงินทุนที่นำออกไปลงทุนทองคำก่อนหน้านี้ ไหลกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งมีการประเมินตัวเลขกันไว้สูงถึง 1.2 แสนล้านบาท โดยรวมแล้วเมื่อบอกว่า “ค่าเงินบาทแข็งค่า” ก็น่าจะเป็นสิ่งที่น่ายินดี เพราะมูลค่าของเงินที่คนไทยถือครองอยู่นั้น ก็จะมีค่ามากขึ้นในสายตาของคนต่างชาติ

ผลกระทบจากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่า

แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าจะส่งผลกระทบทั้งทางด้านดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังอยู่ในสถานะใดอย่างเช่นว่า หากเรากำลังจะเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นย่อมทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เมื่อเทียบกับในอดีต หรือหากต้องการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เราก็จะใช้เงินน้อยลงเช่นกัน ในทางกลับกันหากเราทำงานต่างประเทศ และต้องการส่งเงินกลับมาที่ไทย รายได้ก็ย่อมลดลงเมื่อเทียบกับในอดีต และหากเงินบาทแข็งค่าไปนาน ๆ เข้า ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีนักสำหรับภาพรวมของประเทศ เพราะปัจจุบันรายได้หลักของประเทศไทยยังมาจากภาคการส่งออกและท่องเที่ยว

เมื่อเงินบาทแข็งค่า รายได้เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาทก็ย่อมลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกันต้นทุนสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวไทยก็ย่อมสูงขึ้น ทำให้ความต้องการมาท่องเที่ยวลดลง ในมุมการลงทุนก็เช่นกัน การแข็งค่าของเงินบาทย่อมส่งผลกระทบทั้งสองด้านการลงทุนที่ตรงไปตรงมาที่สุดหากพิจารณาแล้วว่าเงินบาทจะแข็งค่า คือการลงทุนในตลาดค่าเงิน (FOREX) หากมองว่าเงินบาทจะแข็งค่าต่อไปอีกเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ทำสัญญาซื้อเงินบาทและขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

เราควรลงทุนอะไรดีเมื่อค่าเงินบาทแข็งค่า

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น กลุ่มธุรกิจที่จะได้ประโยชน์โดยตรงจากการที่ “ค่าเงินบาทแข็งค่า” คือ ผู้นำเข้าสินค้าและบริการ เช่น เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์ เครื่องเพชร เหล็ก หรือวัตถุดิบอื่น ๆ ที่อาจจะต้องนำเข้ามา กลุ่มบริษัทเหล่านี้จะมีต้นทุนที่ลดลงในทันที ขณะเดียวกันหุ้นที่มีหนี้สินเป็นสกุลเงินต่างประเทศจำนวนมาก จะสามารถจ่ายคืนหนี้ได้ด้วยจำนวนเงินบาทที่น้อยลง หรือบริษัทอาจจะทำสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าไว้ หรือซื้อสิทธิ์แลกเงินในอัตราที่กำหนดไว้

นอกจากการลงทุนทางอ้อมผ่านตลาดหลักทรัพย์ ทางเลือกที่น่าสนใจ คือ การนำเงินไปลงทุนซื้อสินทรัพย์ที่อยู่ต่างประเทศ ในภาวะเช่นนี้ก็เหมือนกับว่าราคาสินทรัพย์เหล่านั้นให้ส่วนลดจากช่วงก่อนหน้าและหากในอนาคตค่าเงินอ่อนตัวลง เงินที่ลงทุนก็สามารถแลกกลับคืนเป็นเงินบาทได้ในอัตราที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นกำไรจากค่าเงินอีกต่อหนึ่ง

การลงทุนอีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ การลงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อเติมความรู้ และเปิดมุมมองให้กว้างขึ้น ด้วยการใช้เงินทุนที่น้อยลง จากสถิติในอดีตที่ผ่านมา เงินบาทเคยแข็งค่ามากที่สุด (หลังจากประกาศลอยตัวค่าเงินบาทเมื่อปี 2540) ที่ระดับประมาณ 28.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อกลางปี 2557 หลังจากนั้นเงินบาทกลับทิศ วิ่งกลับขึ้นไปถึง 36.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ในยุคที่การลงทุนเปิดกว้างมากขึ้น และไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงในประเทศ การมองหาโอกาสใหม่ ๆ ย่อมทำให้เรามีโอกาสเลือกลงทุนในทางเลือกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น วันนี้เงินบาทแข็งค่า โอกาสก็อยู่ที่หนึ่ง เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเงินบาทกลับทิศ โอกาสก็ย่อมเปลี่ยนไป สิ่งที่สำคัญคือการศึกษาหาความรู้ เพื่อเตรียมตัวเองให้พร้อมรับกับโอกาสอยู่เสมอ

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด