เมื่อวันที่ 3 กรกฏาคม 2563 ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกัน และปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ แถลงว่า การที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการฯ และกรรมาธิการรวม 8 คน ได้มีมติเสนอเรื่องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนและเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง เพราะการประชุมกมธ.ป.ป.ช.ในวันดังกล่าว ปรากฏว่ายังเป็นช่วงเวลาที่กรรมาธิการคนอื่นๆ ติดภารกิจอยู่และกรรมาธิการในสัดส่วนส.ส.พรรครัฐบาลไม่รู้เรื่อง โดยในที่ประชุมมีกรรมาธิการมีอยู่จำนวน 8 คน เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครัฐบาล อยู่ 3 คน และได้งดออกเสียงในการลงคะแนน รวมถึงที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการฯ เคยมีมติเสียงข้างมากแล้วให้ยุติการพิจารณาเรื่องการถวายสัตย์จึงเป็นที่มาของการเสนอญัตติให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พ้นจากตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ซึ่งได้บรรจุเข้าสภาตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งไม่รับคำร้องในประเด็นนี้ ด้วยเหตุนี้จะได้ประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เลื่อนระเบียบวาระดังกล่าวขี้นมาให้ได้รับการพิจารณาก่อนในที่ประชุมสัปดาห์หน้า

"เมื่อท่านไม่ยอมหยุด ผมก็ต้องหยุดท่านโดยเสียงของสภา โดยในญัตติที่ผมได้เสนอเข้าสภาระบุชัดเจนว่าการดำเนินการของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นการดำเนินการมิชอบ หากสภาฯ เห็นด้วยก็ย่อมมีผลผูกพัน และมีผลให้มติที่ยื่นประธานสภาไปนั้นมิชอบด้วยกฎหมาย การพิจารณาของสภาฯเท่ากับเป็นการวินิจฉัย และรับรองไปด้วย หมดทางเลือกแล้ว เพราะต้องเป็นหน้าที่ของสภาฯ" นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะไม่จบแค่ที่สภาฯเท่านั้น ตนเองได้เตือนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไว้หลายครั้งแล้วแต่กลับไม่ฟัง จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย  
 

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด