‘ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง’ ดันชอปออนไลน์ช่วงล็อคดาวน์

สำรวจพฤติกรรมช็อปปิงช่วงล็อคดาวน์ คนอเมริกันนิยมวิธี”ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง” ดันฐานลูกค้า Afterpay เพิ่มกว่าล้านราย

หนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตช่วงล็อคดาวน์ คือการซื้อของทางออนไลน์ ซึ่งมีสินค้าให้เลือกละลานตา นั่งดูกันได้เป็นวันๆ แถมไม่ต้องไปต่อคิวรอจ่ายเงิน ยิ่งร้านไหนมีโปรโมชั่นแบบ “ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง” ยิ่งดึงดูดใจขาช็อป

ในสหรัฐมีหลายบริษัททีเดียว ที่เสนอบริการทำนองนี้แก่ขาช็อปออนไลน์ อย่างรายของ Afterpay ที่เปิดโอกาสให้ขาช็อปแบ่งจ่ายค่าสินค้าได้เป็นงวดๆ โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย บริษัทเหล่านี้ได้เงินจากการชาร์จร้านค้าเป็นค่าคอมมิชชัน 4-6% และได้อานิสงส์ในช่วงที่ผู้คนหันไปซื้อของทางออนไลน์ระหว่างการล็อคดาวน์

มีการมองว่ากันผู้คนน่าจะห่างๆ ร้านรวงต่างๆ ไปอีกพักหนึ่ง เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อกลับเพิ่มขึ้นในหลายประเทศเมื่อเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ บรรดาบริษัทที่นำเสนอสินเชื่อแบบ “ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง” ก็น่าจะได้อานิสงส์ไปอีก

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ใช้บริการ”ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง”ที่เพิ่มขึ้น อาจหมายความถึงหนี้เสียที่มากขึ้นก็เป็นได้ โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่ใช้บริการครั้งแรก ซึ่งมีแนวโน้มจะชำระเงินไม่ตรงเวลา

นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์ในอนาคตจะเป็นเช่นไร ก็ขึ้นอยู่กับการระบาดระลอกสองว่าดำเนินไปรุนแรงแค่ไหน รวมถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐ ในอันที่จะกระตุ้นอุปสงค์ ว่าจะมีอย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนมีกำลังซื้อและจับจ่าย

แนวโน้มในสหรัฐที่ผู้คนหันไปซื้อของทางออนไลน์กันมาพักใหญ่แล้ว และยิ่งเพิ่มปริมาณขึ้นอีกช่วงล็อคดาวน์ ทำให้ Afterpay มีลูกค้ามากขึ้นในสหรัฐจำนวนกว่าล้านรายช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค. และฐานรวมลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 9 ล้านคน

ทั้งนี้ Afterpay เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงินสัญชาติออสเตรเลีย ที่เข้าไปให้บริการในสหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มูลค่าตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 12,550 ล้านดอลลาร์ จาก 100 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเพียง 4 ปี

Klarna สตาร์ทอัพฟินเทครายใหญ่ที่สุดในยุโรป เป็นอีกบริษัทที่เสนอบริการนี้ และเปิดเผยว่าตั้งแต่เดือนมี.ค. ร้านค้าทั่วโลกสอบถามเข้าไปที่บริษัทมากขึ้นกว่าเดิม 20% อันสะท้อนว่ามีร้านค้ามากมายที่พร้อมจับมือกับผู้ให้บริการ “ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง”

ในสหรัฐนั้น Klarna ซึ่งเป็นฟินเทคสัญชาติสวีเดน มีผู้ใช้บริการ 7.9 ล้านราย และได้ร่วมมือกับแบรนด์เสื้อผ้าแนว outdoor อย่าง North Face รวมถึงบริการสตรีมมิงของดิสนีย์ และร้านขายเครื่องสำอาง Sephora

การขยายตัวของการช็อปแบบ “ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง” ในสหรัฐ ส่วนใหญ่เป็นในสินค้าประเภทแฟชั่นและอุปกรณ์เกี่ยวกับการออกกำลังกาย

ขณะที่ในอังกฤษนั้น เกือบ 1 ใน 5 ของนักช็อปบอกว่ามีการเสนอบริการ “ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง” มากขึ้นตอนที่พวกเขาช็อปทางออนไลน์ในช่วงล็อคดาวน์ อันสะท้อนว่าบรรดาร้านค้าพากันนำเสนอบริการนี้ หวังให้เป็นตัวช่วยขายสินค้าในช่วงที่ภาคค้าปลีกเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากโควิด-19 โดยบริการ “ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง” เปิดโอกาสให้ขาช็อปแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ได้ แต่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมหากชำระเงินไม่ตรงเวลา

ล่าสุด แม้แต่สตาร์ทอัพฟินเทคจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ชื่อ tabby ยังลุกขึ้นมานำเสนอบริการ “ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง” ในซาอุดีอาระเบีย เพื่อให้แน่ใจว่าขาช็อปสามารถซื้อของออนไลน์อย่างสบายใจ และบริหารการใช้จ่ายได้ในช่วงที่ต้องคำนึงถึงกระแสเงินสดในมือ ระหว่างที่กำลังเผชิญวิกฤติโควิด-19

tabby ซึ่งเพิ่งเปิดตัวบริการนี้เมื่อวานนี้ เปิดโอกาสให้ขาช็อปเลือกได้ว่าจะชำระเงินเต็มจำนวน 14 วันหลังจากของส่งไปถึง หรือแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด