/ซีน นี้ มา -ว่าด้วยการหยิบยกซีนหรือฉากหนังบางฉาก มาขยายความน่าสนใจให้ใหญ่ขึ้น 

I wish I had met you earlier. I really like talking to you___

หลังจากเอ่ยประโยคนี้ บทสนทนาของเราก็ยิ่งเริ่มลงลึกขึ้นเรื่อยๆ

.

หลายคนคงมีเหตุการณ์ ที่มีบางคนเข้ามาในชีวิต ในแบบที่เราคุยด้วยแล้วรู้สึกว่า อยากคุยต่อไปเรื่อยๆ มัน ‘ถูกคอ’ ไปซะทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องทั่วไป ความสนใจในสิ่งต่างๆ ที่คล้ายกัน หรือแม้กระทั่งเรื่องที่เห็นต่างกัน แต่เราใส่ความเห็นได้อย่างเมามันและไม่มีทีท่าว่าจะ ‘ผิดใจ’ กัน และกับหนังไตรภาคสุดอบอุ่นโรแมนติกเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน Before Sunrise – Before Sunset – Before Midnight 3 ห้วงเวลาแสนสั้น ที่ประกอบร่างกลายเป็น 'บันทึกความยาวนานของความสัมพันธ์' ที่ทำให้เรารู้สึกว่า ‘การใช้ชีวิตร่วมกัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย’

.

วันนี้เราจะไม่ขอเล่าเรื่องราวอันสุดแสนจะโรแมนติกหัวใจ แต่อยากบอกที่ไปที่มาว่า หนังชุดนี้มีอะไรซ่อนไว้ในกาลเวลาบ้าง บางคนเล่าว่า ควรดู Before Trilogy แบบ 9 เว้น 9 คือ เว้นระยะ 9 ปี เพื่อไล่ดูไปทีละภาคตามระยะเวลาจริงของการฉายหนัง เพื่อเพิ่มอรรถรสและประสบการณ์ที่โตขึ้นแบบในหนัง นั่นก็เป็นหนึ่งสิ่งที่เพิ่มความน่าสนใจในการรับชมหนังรักไตรภาคนี้

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนดู ‘Before Trilogy’

/ริชาร์ด ลิงก์เลเตอร์ (Richard Linklater) ผู้กำกับที่มักเล่นกับบทหนังที่ว่าด้วยเรื่อง ‘ระยะเวลา’ หนังชุด Before Trilogy ทั้ง 3 ภาคนี้มีระยะห่างกัน 9 ปี เริ่มต้นที่ Before Sunrise ออกฉายวันแรกเมื่อวันที่ 27 มกราคม ในปี 1995 ต่อมาในปี 2004 ภาคต่ออย่าง Before Sunset ก็ออกฉาย และสุดท้ายกับ Before Midnight ออกฉายในปี 2013 และอีกหนึ่งหนังที่สร้างความน่าจดจำอย่าง Boyhood ที่ใช้เวลาสร้างกว่า 12 ปี ทำให้เราเหมือนได้เติมโตไปพร้อมกับตัวละคร นับว่าเป็นผู้กำกับที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ๆ ให้กับวงการภายนตร์จริงคนนึงเลย

.

/แต่ละภาคเลือก 1 ประเทศเป็นสถานที่ถ่ายทำอย่างชัดเจน เหตุผลหลักๆ คือทุนน้อย ต้องใช้สอยแต่ละที่ให้คุ้มค่าที่สุด โดยภาคแรกถ่ายทำที่ ‘เวียนนา’ เพราะปัญหาด้านเงินทุนไม่พอ จึงมีการเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ถ่ายทำขึ้นใหม่ เน้นไปที่การถ่ายทอดความรักในแบบไม่ปรุงแต่ง เน้นบทที่เรียลตามชีวิตคนธรรมดา และถ่ายตามระยะเวลาจริง ในภาคต่อมาริชาร์ดเลยเลือก ‘ปารีส’ เหตุผลหลักเพราะ บ้านเกิดนางเอกอยู่ที่นั่น และภาคสุดท้าย ได้ยกทั้งกองถ่ายไปทำเวิร์คชอปกันที่ ‘กรีซ’ ผลก็ปรากฏว่าได้ภาคจบ Before Midnight เป็นที่เรียบร้อยที่นั่น

.

/ความโดดเด่นเรื่องบทสนทนาของหนังชุดนี้ ตอนแรกการเขียนบทได้ถูกวางมาแล้ว แต่ได้มีการร่วมดัดแปลงบทของนักแสดงนำทั้ง 2 ทำให้บทนั้นยิ่งเข้าปาก และเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น โดยอีธาน ฮอว์ก (Ethan Hawke) และ จูลี เดลปี (Julie Delpy) มีรายชื่ออยู่ในผู้เขียนบททั้งใน Before Sunset และ Before Midnight และทั้งคู่ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์และรางวัลสมาคมนักเขียนบทแห่งอเมริกา (WGA Awards) สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม

.

/ในภาคแรกและภาคสองนั้น ยังเป็นการคุยกันในแบบที่มีแค่เธอและเขา แทบจะทั้งหมดของเรื่อง นับว่าเป็นช่วงเวลาแรกรักและเริ่มโหยหาซึ่งกันและกัน ส่วนภาคสุดท้ายนั้น จะเป็นการก้าวข้ามผ่านอุปสรรคของการใช้ชีวิตคู่ ที่มีเพื่อนร่วมทางในช่วงชีวิตที่ผ่านมารวมอยู่ในบทสนทนาของทั้งคู่ด้วย

.

/ฉาก Long-take ที่มีความยาวกว่า 11 นาทีที่ยอดเยี่ยมและแสดงถึงความสุดยอดของนักแสดงทั้งคู่ไว้ รอทุกคนเข้าไปใจจดใจจ่อกับสีหน้า ท่าทาง และการตอบโต้ของแต่ละฝ่าย

.

/Before Sunrise ได้ถูกสร้างขึ้นผ่านเรื่องประสบการณ์รักจริงของผู้กำกับ เซลีน นางเอกของเรื่อง คือ เอมี่ในเรื่องจริงที่ริชาร์ด พบกับเธอด้วยความบังเอิญและได้ใช้เวลาค่ำคืนนึงด้วยกัน ด้วยบทสนาทนาที่เต็มไปด้วยการทำความรู้จักจนนำไปสู่การตกหลุมรัก แต่น่าเสียดายที่เธอกลับไม่มีวันได้ดูหนังที่มีแรงบันดาลใจมาจากเธอ เพราะเหตุรถชนที่บลู๊คลิน การสร้าง Before Midnight จึงถือเป็นการไว้อาลัยให้แก่เธอ

‘เราจะกอดกันทั้งด้านดีและด้านเสียของกันด้วย’

เมื่อเวลาเดินไปในแต่ละช่วงวัย เราเจอะเจอกับผู้คนหลากหลาย สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป รวมทั้งตัวเราเองที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย Before Trilogy ไม่เพียงทำให้เรามองเห็นการเติบโตขึ้นของ ‘ความรัก’ แต่ยังทำให้เรากลับไปคิดทบทวนมองตัวเราเอง มองความรักที่เคยเคยประสบพบเจอ การแก้ไขปรับเปลี่ยนและหล่อหลอมให้เราเป็นเราในแบบที่โตขึ้น

.

‘หนังสือบางเล่ม ยังไม่อยากอ่านให้จบ

บทสนทนาบางบท ฉันก็ยังไม่อยากให้มันจบลง…’

.

- Ruby The Journey

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด