• ศบค.สรุปยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทย วันนี้ (11.30 น.)

  • ผู้ติดเชื้อสะสม 3,185 คน (+5)

  • เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ = 0 ราย

    • เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) = 5 ราย
  • ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกันเป็นวันที่ 40

  • รักษาหายแล้ว 3,066 คน (+0)

  • ผู้ป่วยรักษาอยู่โรงพยาบาล 61 คน (+5)

  • เสียชีวิตสะสม 58 คน (+0)

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศที่พักอยู่ใน State Quarantine ส่วนในประเทศไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อเนื่อง 40 วัน

สำหรับผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดอยู่ที่ 3,185 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย และผู้ป่วยใน State Quarantine จำนวน 248 ราย วันนี้ไม่มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม ทำให้จำนวนผู้ป่วยรักษาหายแล้วคงเดิมที่ 3,066 ราย โดยมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 61 ราย ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 58 ราย

สำหรับรายละเอียดผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยมาจากคูเวต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 24 ปี อาชีพพนักงานนวด เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน และเข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมามีไข้สูง 38 องศา ระคายเคืองคอ และได้กลิ่นลดลง จึงตรวจหาเชื้อในวันที่ 2 กรกฎาคม ผลตรวจพบเชื้อ ขณะที่ผู้ป่วยอีก 1 ราย เดินทางมาจากสหราชอาณาจักร เป็นหญิงไทย อายุ 41 ปี อาชีพครู เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน และเข้าพัก State Quarantine ที่จังหวัดชลบุรีตรวจหาเชื้อในวันที่ 1 กรกฎาคม ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ

ส่วนผู้ป่วยอีก 3 ราย เดินทางมาจากซูดาน เป็นนักศึกษาชายไทย อายุ 23 ปี 1 ราย และอายุ 25 ปี จำนวน 2 ราย เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน และเข้าพัก State Quarantine ที่จังหวัดชลบุรีตรวจหาเชื้อในวันที่ 2 กรกฎาคม ผลตรวจพบเชื้อ ทั้งหมดไม่มีอาการ

ขณะที่วันนี้ (4 ก.ค.) จะมีเที่ยวบินที่นำคนไทยตกค้างกลับบ้าน 4 เที่ยวบิน จากสหรัฐอเมริกา (ผ่านฮ่องกง) จำนวน 54 ราย , แฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) ซึ่งมีคนไทยและนักธุรกิจต่างชาติ รวม 234 ราย , ดานัง (เวียดนาม) 5 ราย ซึ่งเป็นพนักงานเครือเอสซีจี และโซล (เกาหลีใต้) 150 ราย

ด้านสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกล่าสุด พบผู้ติดเชื้อยืนยันรวมจำนวน 11,191,681 ราย เสียชีวิต 529,127 ราย โดยสหรัฐยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากสุดเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็น บราซิล รัสเซีย และอินเดีย ส่วนไทยอยู่ในอันดับที่ 97 โดยประเทศในเอเชียพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

ศบค. ระบุอีกว่าการใช้งานแพลตฟอร์ม"ไทยชนะ" ล่าสุด ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 มีผู้ใช้งาน 33,592,097 ราย กิจการ/ร้านค้า ลงทะเบียน 261,633 ร้าน สัดส่วนการเช็คอิน/เช็คเอาท์ ผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ 54.1% ผ่านแอปพลิเคชั่นไทยชนะ 84.5% โดยมีการดาวน์โหลดใช้แอปพลิเคชั่น 593,536 ราย

นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า รัฐบาลได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 5 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มธุรกิจสถานบันเทิงและสถานประกอบการเปิดให้บริการ ซึ่งถือเป็นกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงอาจเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ได้ กระทรวงสาธารณสุขยังคงขอความร่วมมือเจ้าของกิจการไม่หย่อนมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ดำเนินกิจการด้วยฐานวิถีชีวิตใหม่ (New normal) โดยเข้มการจัดพื้นที่แบบเว้นระยะห่าง จัดจุดคัดกรองอายุ/อุณหภูมิ จำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการ ทำความสะอาดพื้นผิวที่มีผู้สัมผัสร่วมบ่อย ๆ และพนักงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าตลอดเวลา

ด้านผู้ใช้บริการขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเอง สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า พกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และลงทะเบียนเข้า-ออก ผ่านแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน "ไทยชนะ" ทุกครั้งที่เข้าใช้บริการ เพื่อสะดวกต่อการสอบสวนโรคและติดตามผู้สัมผัสเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังกักกันโรคได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการให้บริการและเข้ารับบริการ ขอให้พนักงานและผู้เข้ารับบริการ หมั่นสังเกตอาการตนเอง หากพบว่ามีอาการป่วยด้วยระบบทางเดินหายใจ เช่น อาการไข้ ไอ เจ็บคอ ให้หยุดงานและรีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติความเสี่ยง เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ก.ค. 63)

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด