มาเเล้วกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ หลังCOVID-19 ผ่าน3 โครงการ รวมวงเงิน22,400 ล้านบาท ได้แก่ ท่องเที่ยวปันสุข เราเที่ยวไปด้วยกัน ท่องเที่ยวกำลังใจ ที่จะดำเนินการได้ในเดือนกรกฎาคม-ตุลาคมนี้ 

ล่าสุดรัฐบาลเปิดลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ให้โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ตั้งเเต่วันที่1 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ประชาชนทั่วไป รอลงทะเบียนในวันที่15 ก.ค.นี้ ผู้สนใจต้องดาวน์โหลดเเอปพลิเคชัน“เป๋าตัง” รอไว้ เพื่อใช้จ่ายค่าที่พัก เช็กอิน รับส่วนลดร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว แถมขอคืนค่าตั๋วเครื่องบินได้40% สูงสุด1,000 บาทต่อที่นั่ง มีแค่2 ล้านสิทธิเท่านั้น

วันนี้ Positioning รวบรวมข้อสงสัย คำถามที่พบบ่อย "เราเที่ยวด้วยกัน" ทั้งฝั่งผู้ประกอบการร้านค้า โรงเเรม สถานที่ท่องเที่ยว ประชาชนทั่วไปเเละการใช้“เป๋าตัง” เป็นข้อควรรู้ก่อนลงทะเบียน มาให้อ่านก่อน…

ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร-สถานที่ท่องเที่ยว

1. ผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ที่สนใจเข้าร่วมโครงการต้องทำอย่างไร คำตอบ: มีบัญชีธนาคารกรุงไทย

  • สมัครใช้บริการแอปพลิเคชันถุงเงิน

  • ลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการที่ เราเที่ยวด้วยกัน.com

  • กรณีประสงค์ใช้แอปพลิเคชันถุงเงินรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต สามารถยื่นความประสงค์ได้

  • กรณีผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พัก สมัครใช้บริการระบบชำระเงินออนไลน์ (Payment Service Provider) หรือผู้ให้บริการ Online Travel Agency กับผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการฯ2. ผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ที่มีหลายสาขาต้องลงทะเบียนแยกเป็นรายสาขาหรือไม่ คำตอบ: การลงทะเบียนผู้ประกอบการต้องมีหมายเลข TAX ID และบัญชีรับเงินในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและสมัครแอปพลิเคชันถุงเงิน กรณีมีสาขามากกว่า 1 สาขา ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนแยกสาขา   3.ผู้ประกอบการ ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว จะได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง เมื่อเข้าร่วมโครงการ คำตอบ:

  • ได้เพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์กิจการผ่านทางเว็บไซต์ เราเที่ยวด้วยกัน.com

  • มีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากการสนับสนุนของภาครัฐให้ประชาชนออกมาท่องเที่ยวแบบ New Normal4.ผู้ประกอบการที่มาลงทะเบียน จะทราบผลการลงทะเบียนจากช่องทางใด คำตอบ: ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ที่ผ่านเกณฑ์และไม่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับ SMS แจ้งผลจากชื่อผู้ส่ง “TTogether” 5. ผู้ลงทะเบียนต้องเป็นเจ้าของกิจการเท่านั้นหรือไม่ คำตอบ: ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซด์ ต้องเป็นเจ้าของกิจการ หรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของกิจการ ให้ทำการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ โดยยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ ผ่านรหัส OTP ที่ทำการลงทะเบียน 6.ผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ที่มีหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TAX ID) 1 หมายเลข สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้กี่ครั้ง คำตอบ: สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ครั้งเดียว และเมื่อลงทะเบียนสำเร็จจะไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำได้ 7. โรงเเรมในเครือสามารถลงทะเบียนได้เองหรือไม่ 

  • กรณีที่มีหมายเลข TAX ID และบัญชีกรุงไทย เฉพาะสาขา สามารถเลือกลงทะเบียนแยกได้

  • กรณีที่ไม่มีหมายเลข TAX ID และบัญชีกรุงไทย เฉพาะสาขา โรงแรมสามารถเลือกลงทะเบียนครั้งเดียวได้ และเพิ่มสาขาในระบบจัดการข้อมูลกิจการโดยเพิ่มหมายเลขโทรศัพท์มือถือแต่ละสาขาในการใช้ระบบแอปพลิเคชันถุงเงิน

สำหรับประชาชน 

  • มีบัตรประจำตัวประชาชนและเป็นบุคคลสัญชาติไทย

  • อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน *ประชาชนจะได้รับสิทธิเมื่อท่องเที่ยว กิน และนอน ในจังหวัดที่ไม่ใช่ทะเบียนบ้านของตนเอง1.การใช้สิทธิสามารถใช้สิทธิได้ทุกจังหวัดยกเว้นจังหวัดตามทะเบียนบ้านใช่หรือไม่ คำตอบ : ประชาชนที่ลงทะเบียนรับสิทธิ สามารถเดินทางท่องเที่ยวทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดตามทะเบียนบ้านตนเอง 2. สิทธิส่วนลดค่าที่พัก (40%) และสิทธิใช้จ่ายซื้อของจากร้านอาหาร/สถานที่ท่องเที่ยว (600 บาท/วัน) มีกําหนดระยะเวลาหรือไม่ว่าหมด อายุภายในกี่วัน คำตอบ: บัตรกำนัลส่วนลดโรงแรมและอาหาร/สถานที่ท่องเที่ยวจะมีอายุการใช้งานถึง 23.59 น. ของวันที่จอง เช็กเอาต์ ที่พัก 3. สิทธิต่อประชาชน 1 คน สามารถจองห้องพักได้ครั้งละกี่ห้อง มีจํากัดหรือไม่ คำตอบ: ประชาชนมีสิทธิ 1 คนต่อ 5 ห้อง/คืน ซึ่งสามารถจองกี่ครั้งก็ได้ แต่ใช้สิทธิส่วนลดห้องพักได้ไม่เกิน 5 ห้องคืน 4. สิทธิใช้จ่ายซื้อของจากร้านค้า (600 บาท/วัน) สามารถกดออกมาเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีได้หรือไม่ คำตอบ: บัตรกำนัลส่วนลดอาหารไม่สามารถโอนออกหรือใช้เป็นเงินสดได้ 5. กรณีประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการ จ่ายชําระค่าจองที่พัก (60%) แล้วมีการยกเลิกการจอง จะต้องแจ้งอะไรกับทางภาครัฐหรือไม่ สิทธิยังคงไปใช้จองที่ใหม่ได้อีกหรือไม่ คำตอบ: ตามเงื่อนไขของโครงการ เมื่อทำการจองที่พักและชำระเงินส่วน 60% แล้วจะไม่สามารถยกเลิกและเปลี่ยนการจองได้ 6. ประชาชนที่ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ จะสามารถจองโรงแรมผ่านช่องทางใดได้บ้าง คำตอบ:

  • Online Travel Agency (OTA) ได้แก่ Agoda , Traveloka

  • Website โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ (ถ้ามี)

  • www.เราเที่ยวด้วยกัน.com โดยไปที่ค้นหากิจการโรงแรม

  • ช่องทางติดต่ออื่นๆ ที่โรงแรมมี เช่น Line , Facebook , เบอร์โทรศัพท์7. ช่องทางการลงทะเบียนสามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางไหนบ้าง และจํากัดจํานวนผู้ลงทะเบียนหรือไม่  คำตอบ: ประชาชนและร้านค้า สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ ที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com เท่านั้น ไม่จำกัดจำนวนผู้ลงทะเบียน 8. จะตรวจสอบผลการลงทะเบียนอย่างไรและทําการแจ้งผลผ่านช่องทางไหน หากไม่มี e-mail สามารถลงทะเบียนได้ไหม  คำตอบ: สามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนได้จาก sms ระบบจะส่ง sms แจ้งผลจากชื่อผู้ส่ง “TTogether” แจ้งไปยังเบอร์ที่รับรหัส OTP [caption id="attachment_1281216" align="alignnone" width="800"]

นักท่องเที่ยวไทยพร้อมกลับมาเที่ยวในประเทศเร็วๆ นี้ (Photo by Thanakorn Phanthura from Pexels)[/caption]

คำถามเกี่ยวกับ “แอปฯ เป๋าตัง”

1. กรณีที่มี แอปฯ เป๋าตัง อยู่แล้ว จะต้องลงทะเบียนใหม่หรือไม่ คำตอบ: ประชาชนที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ ต้องลงทะเบียนรับสิทธิที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ก่อนจึงจะสามารถใช้สิทธิบนแอปฯ เป๋าตังได้ 2. กรณีที่เดิมเคยใช้ แอปฯ เป๋าตัง แต่ปัจจุบันไม่ได้ใช้เบอร์โทรศัพท์เบอร์เดิมแล้ว จะเข้าใช้งาน แอปฯ เป๋าตัง ได้อย่างไร คำตอบ:สามารถแก้ไขปัญหา ได้ 3 วิธี ได้แก่

  • สามารถเข้าใช้งานด้วยการผูกบัญชีกรุงไทย
  • สามารถเข้าใช้งาน G-wallet ด้วยการรับรหัส OTP จากเบอร์ที่ลงทะเบียนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อยืนยันตัวตน
  • ติดต่อเบอร์ 02-111-1144 หรือสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ3. เมื่อจองโรงแรมเรียบร้อยแล้ว จะทราบได้อย่างไรว่าได้รับการยืนยันจากโรงแรม คำตอบ: สามารถตรวจสอบผลยืนยันการจองโรงแรมที่แอปฯ เป๋าตัง จากการแจ้งเตือนบนแอปฯ ซึ่งประชาชนสามารถทำการตรวจสอบรายละเอียดส่วนลดจากสิทธิที่ได้รับ และชำระเงินได้ที่ Payment Link บนแอปฯ 4. จะทราบได้อย่างไร ว่า E-voucher โรงแรมที่จองสามารถใช้งานได้ในวันไหน คำตอบ: สามารถทราบได้หลังจากที่ประชาชนชำระเงินส่วน 60% ที่จองโรงแรมสำเร็จ และตรวจสอบ E-voucher บนแอปฯ เป๋าตัง ที่เมนู G-wallet 5. ประชาชนจะได้รับบัตรกำนัล ส่วนลดค่าอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวอย่างไร คำตอบ: ประชาชน ต้องทำการจองโรงแรมพร้อมชำระเงินส่วน 60% สำเร็จ และเดินทางไปเข้าพักที่โรงแรม เมื่อทำการเช็กอิน ที่พักเรียบร้อย ระบบจะแสดงคูปองส่วนลดอาหาร/ท่องเที่ยว บนแอปฯ เป๋าตังให้ใช้งานเวลา 17.00 น. ในวันเช็กอิน 6. คูปองอาหารมีวันหมดอายุหรือไม่ คำตอบ: คูปองส่วนลดค่าอาหาร/สถานที่ท่องเที่ยว จะมีอายุการใช้งานถึงวันเช็กเอาต์ก่อนเที่ยงคืน 7. E-Voucher โรงแรมที่ได้รับ สามารถเปลี่ยนแปลงวันเข้าพัก หรือ ยกเลิกได้หรือไม่ คำตอบ: ผู้ที่ได้รับสิทธิส่วนลดโรงแรมเรียบร้อยแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวันเข้าพัก หรือ ยกเลิกการจองได้ 8. หลังจากที่โรงแรมส่ง Payment Link เพื่อยืนยันการจอง ประชาชนต้องเข้าไปชำระเงินภายในกี่วัน คำตอบ: ประชาชนที่ได้รับ Payment Link บนแอปฯ เป๋าตัง สามารถชำระเงินเพื่อยืนยันการจองได้ภายในวันถัดไป (T+1) 9. E-Voucher ที่ได้รับจากการจองโรงแรม จะมีหมดอายุวันไหน คำตอบ: ส่วนลดค่าโรงแรมจะหมดอายุ ตามวันที่จองที่พัก    

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด