โตเกียวพบติดโควิด-19 วันเดียวทุบสถิติ 243 ราย จับตา ‘สถานบันเทิง’ แหล่งแพร่เชื้อ

รัฐบาลมหานครโตเกียวรายงานว่าจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) รายใหม่ในกรุงโตเกียว พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 243 ราย ซึ่งนับเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันที่จำนวนผู้ป่วยรายใหม่สูงเกิน 200 ราย

รายงานระบุว่ากรุงโตเกียวตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ สูงแตะ 224 รายในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) เพิ่มขึ้นจาก 75 รายในวันพุธ (8 ก.ค.) ซึ่งเป็นวันที่ผู้ป่วยลดลงแตะเลขสองหลักครั้งแรกในรอบ 7 วัน

กรุงโตเกียว ซึ่งมีประชากรรวม 14 ล้านคน ยังคงพยายามควบคุมจำนวนผู้ป่วยที่กลับมาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่รัฐบาลประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินโรคโควิด-19 อย่างสมบูรณ์เมื่อวันที่ 25 พ.ค. โดยตัวเลขผู้ป่วยสูงแบบไม่สม่ำเสมอเนื่องจากผู้ป่วยที่มีผลทดสอบโรคโควิด-19 เป็นบวกนั้นเป็นผู้ที่มีอายุในช่วง 20-30 ปี

รัฐบาลระบุว่าย่านบันเทิงยามค่ำคืนย่านใจกลางเมืองในชินจูกุและอิเคะบุคุโระ ได้กลายมาเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคโควิด-19 รอบล่าสุด ซึ่งเป็นการเตือนผู้ที่ชอบเดินทางเยือนย่านเหล่านี้ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานประกอบการมีมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มของไวรัส

ขณะเดียวกันในวันศุกร์ รัฐบาลเผยว่าผู้ที่รู้สึกไม่สบายหรือมีไข้ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางออกจากกรุงโตเกียว หลังก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ร้องขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัดด้วยเช่นกัน

ขณะที่ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) ว่าจะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และกล่าวว่าตอนนี้ระบบการแพทย์ยังสามารถรับมือได้ โดยเสริมว่าแม้ระบบการแพทย์จะไม่ได้อยู่ภายใต้ความตึงเครียด แต่ควรเฝ้าติดตามสถานการณ์ด้วยความตื่นตัวในระดับสูง

ด้านโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการใหญ่ของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นโฆษกของรัฐบาลกล่าวว่า รัฐบาลกลางยังไม่ได้พิจารณาประกาศภาวะฉุกเฉินรอบใหม่ในขณะนี้ พร้อมเผยว่าจำนวนผู้ป่วยที่พุ่งสูงขึ้นในกรุงโตเกียวจะไม่เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของรัฐบาลในการผ่อนปรนกฎระเบียบเกี่ยวกับการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยการผ่อนปรนดังกล่าวจะอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งรวมถึงกิจกรรมกีฬา ได้สูงสุดไม่เกิน 5,000 คน เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ (10 ก.ค.) เป็นต้นไป

ทั้งนี้ กรุงโตเกียวรายงานการตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 รวม 7,515 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดใน 47 จังหวัดของญี่ปุ่น และคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของยอดผู้ป่วยทั่วประเทศ

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด