โฆษก ศบค. ‘นพ.ทวีศิลป์’ แถลงสถานการณ์ ‘โควิด-19’ 7 วัน ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศ ‘ป่วย’ วันนี้ 1 ราย เป็นหญิงไทย วัย 43 ปี กลับจาก ‘รัสเซีย’ อยู่ในสถานกักกัน

‘ญี่ปุ่น’ เตรียมเปิดให้คน  ‘ไทย-เวียดนาม-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์’ เดินทางเข้าประเทศไทย
วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19   วันนี้ เป็นวันแรกของการผ่อนคลายระยะที่ 3 โดยมีผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 1 ราย กลับบ้านเพิ่ม 2 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่งผลให้ผู้ป่วยสะสม รวม 3,082 ราย รักษาหายกลับบ้านรวม 2,965 ราย เสียชีวิตสะสม รวม 57 ราย  และมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล  60 ราย
 
นพ.ทวีศิลป์  เปิดเผยว่า ผู้ป่วยรายใหม่ เป็นเพศหญิง อายุ 43 ปี เดินทางกลับมาจากประเทศรัสเซีย เข้าสถานกักกันของรัฐ จังหวัดชลบุรี  ตรวจเชื้อครั้งแรกวันที่ 24  พฤษภาคม 2563  ไม่พบเชื้อ และตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 31 พฤษภาคม 2563  จึงพบเชื้อ โดยไม่มีอาการใดๆ และให้เข้ารับการรักษาที่ รพ.ในจังหวัดชลบุรี
 
“ถ้านับกันแล้วนี่คือ 7 วัน ที่พบเฉพาะคนกลับมาจากต่างประเทศ อยู่ใน State Quarantine เกือบทั้งสิ้น ยังไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ  แต่ 7 วันยังไม่น่าไว้วางใจ ต้องไม่พบในประเทศเราเลยอย่างน้อย 2 สัปดาห์ถึง 3 สัปดาห์ ก็ต้องรอการผ่อนปรนระยะที่ 3 ที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะว่ากำลังทำมาดี พูดง่ายๆ ติดเชื้อในประเทศ 0 คนมา 7 วัน แต่วันนี้ 1  มิถุนายน 2563 เรากำลังผ่อนคลายกิจการที่มีความเสี่ยงปานกลางกับสูง จำเป็นให้ประชาชนต้องได้รับการดูแลในชีวิตประจำวันกลับมาใกล้เคียงเหมือนเดิม แต่ความเสี่ยงอยู่กับทุกท่าน ดังนั้น 5 มาตรการจึงต้องคงอยู่ คือ สวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ทำความสะอาด ไม่แออัด” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
 
สำหรับปัจจัยเสี่ยง 5 อันดับแรก ของการติดเชื้อ หากพิจารณาจากนำนวนผู้ป่วยทั้งหมด คือ (1.) สัมผัสผู้ป่วยยืนยันใกล้ชิด 1,191 ราย, (2.) อาชีพเสี่ยง ทำงานสถานที่แออัด 284 ราย, (3.) สนามมวย 274 ราย, (4.) คนไทยกลับจากต่างประเทศ 269 ราย และ (5.) สถานบันเทิง 227 ราย  หากพิจารณาในช่วง 2 สัปดาห์ คือ (1.) กลับจากต่างประเทศ 45 ราย, (2.) สัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้า 3 ราย และ (3.) ไปสถานที่ชุมชนแออัด 3 ราย
 
อาชีพความเสี่ยงในการติดเชื้อ หากพิจารณาจากผู้ป่วยสะสมทั้งหมด  พบว่า 5 อันดับแรก คือ รับจ้างทั่วไป/ฟรีแลนซ์ ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว พนักงานบริษัทและโรงงาน นักเรียนนักศึกษา และพนักงานในสถานบันเทิง ถ้าพิจารณาในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุด ได้แก่ รับจ้างทั่วไป/ฟรีแลนซ์ที่กลับมาจากต่างประเทศ นักเรียนนักศึกษาที่กลับมา และพนักงานนวด ทั้งนี้ อัตราติดเชื้อไม่ได้เยอะขึ้น จึงมีการวางแผนออกไปหาเคสให้ได้มากที่สุด หาคนเข้ามาตรวจสารคัดหลั่ง เราตรวจ 420,529 ตัวอย่าง ก็พยายามปิดช่องว่าง ข้อสงสัยการตรวจน้อยเป็นเหตุหรือไม่ เราตรวจเข้าไปในกลุ่มที่สงสัย
 
นพ.ทวีศิลป์ กล่าว สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก 211 ประเทศ ประเทศไทย อยู่ในลำดับที่ 78 ทั้งนี้ ผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 สะสมทั่วโลก รวม 6,263,901 ราย  มีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 2,846,119 ราย เสียชีวิต 373,899 ราย ประเศที่พบผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1.) ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อสูงที่สุด จำนวน 1,830,170 ราย เสียชีวิต 106,195 ราย, (2.) ประเทศบราซิล มีผู้ป่วย 514,992 ราย เสียชีวิต 29,341 ราย, (3.) ประเทศรัสเซีย มีผู้ป่วย 405,843 ราย เสียชีวิต 4,693 ราย, (4.) ประเทศสเปน มีผู้ป่วย 286,509 ราย เสียชีวิต 27,127 ราย และ (5.) สหราชอาณาจักร มีผู้ป่วย 274,762 ราย เสียชีวิต 38,489 ราย
 
สำหรับประเทศที่น่าสนใจในต่างประเทศ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เกาหลีใต้ ใช้ระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อติดตามตัวกรณีโควิด-19 โดยบังคับใช้ในร้าอาหาร ไนท์คลับ บาร์ และยิมในร่มทุกแห่ง เก็บประวัติการใช้บริการของลูกค้าทุกคน ผ่านระบบคิวอาร์โค้ด เริ่มวันที่ 10 มิถุนายนนี้ เนื่องจาก ในกรณีของอิแทวอน ที่ไม่สามารถตามตัวกลุ่มเสี่ยงมารับการตรวจได้ครบถ้วน เนื่องจากการไม่ยอมเข้ามารับการตรวจ หรือให้ข้อมูลเท็จที่หน้าร้านจนทางการต้องสืบข้อมูลจากสัญญาณโทรศํพท์และประวัติการใช้เครดิตการ์ด
 
“ขณะที่ ประเทศญี่ปุ่น เตรียมให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศได้ โดยทางการญี่ปุ่น เตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และจะอนุญาตให้นักเดินทางจาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สามารถเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ คาดว่าจะเริ่มเดือนมิถุนายน 2563 นี้” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว  

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด