โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

โกง เราเที่ยวด้วยกัน คลังจับผู้ประกอบการ ห้องพักเต็ม-จองเกินจำนวน  

Khaosod

อัพเดต 06 ส.ค. 2563 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2563 เวลา 08.11 น.
โกงเราเที่ยวด้วยกัน
โกง เราเที่ยวด้วยกัน คลังจับผู้ประกอบการ ห้องพักเต็ม-จองเกินจำนวน  

โกง เราเที่ยวด้วยกัน คลังจับผู้ประกอบการ ห้องพักเต็ม-จองเกินจำนวน  

วันที่ 6 ส.ค. นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากที่ได้เริ่มโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.2563 ในภาพรวมมีผลตอบรับในทางที่ดี มีประชาชนสนใจลงทะเบียน 4.76 ล้านราย ลงทะเบียนสำเร็จ 4.51 ล้านราย มีโรงแรมสนใจเข้าร่วมโครงการ 6,815 แห่ง กระจายตัวอยู่ครบในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

โดยเมืองหลักที่มีโรงแรมสนใจเข้าร่วมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ กระบี่ ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์ และเมืองรองที่มีโรงแรมสนใจเข้าร่วมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เชียงราย จันทบุรี น่าน นครศรีธรรมราช และตราด

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน

มีการจองโรงแรมแล้ว 391,731 ห้อง จ่ายเงินจองเรียบร้อยแล้ว 388,461 ห้อง และโรงแรมที่มีการจองห้องพักแล้วมีจำนวน 3,465 แห่ง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งของจำนวนโรงแรมที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืนอยู่ที่ 2,950 บาท

นอกจากนี้ หลังจากได้เปิดให้ร้านค้า OTOP เข้ามาลงทะเบียนร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2563 พบว่ามีร้านค้า OTOP สนใจเข้าร่วม 453 แห่ง ทั้งนี้ร้านค้า OTOP ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนจะสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ทุกวันที่เว็บไซต์www.เราเที่ยวด้วยกัน.com

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตรวจสอบพบผู้ประกอบการที่พักขนาดเล็ก 1 แห่งมีพฤติกรรมต้องสงสัยอาจเข้าข่ายทุจริตจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยที่พักดังกล่าวมียอดการจองห้องพักเต็มตลอดเวลาและเกินกว่าจำนวนห้องพักที่มีอยู่ รวมทั้งผู้เข้าพักมีประวัติการใช้ e-Voucher สำหรับการซื้ออาหารในที่พักโดยที่โรงแรมดังกล่าวไม่มีห้องอาหารไว้ให้บริการแก่ผู้เข้าพัก

โดยขณะนี้ได้ระงับการจ่ายเงินสนับสนุนค่าที่พักในสัดส่วน 40% ของราคาที่พัก และ E-Voucher แล้ว และจะพิจารณาตัดสิทธิ การเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันต่อไป

นายลวรณ กล่าวว่า โครงการเราเที่ยวด้วยกันมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแหล่งรายได้และการจ้างงานหลักของประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนั้น จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการที่พักปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ“เราเที่ยวด้วยกัน” เพื่อร่วมกันสร้างบรรยากาศที่ดีให้การท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง

 

0 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0