ทันหุ้น-สู้โควิด : บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)  หรือ SCGP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC เล็งขายหุ้น IPO ภายในปีนี้ หลังสำนักงาน ก.ล.ต.ให้ความเห็นชอบแล้ว ขณะที่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มการเติบโตมาก โดยได้รับผลบวกจากการแพร่ระบาดของไวรัส

โควิด-19 ในขณะนี้ และเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่อีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งมีโอกาสจะถูกนำเข้าคำนวณใน SET50 ได้ 

แหล่งข่าววงการโบรกเกอร์ เปิดเผยกับ"ทันหุ้น"ว่า หุ้น SCGP ขณะนี้ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเสนอขายหุ้น IPO ภายในปีนี้ โดยหุ้นส่วนหนึ่งจะเสนอขายให้แก่นักลงทุนต่างประเทศด้วย ซึ่งขนาดของหุ้น SCGP และมูลค่าระดมทุนนับเป็นหุ้นขนาดใหญ่อีกบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนใน SET ปีนี้ และคาดว่าหุ้นจะนำเข้าคำนวณดัชนีใน SET50 อีกด้วย 

แหล่งข่าว กล่าวว่า  หุ้น SCGP ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับผลบวกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกับหุ้นบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ที่เข้าซื้อขายหุ้นในวันนี้และได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก เนื่องจากธุรกิจของ SCGP ดำเนินธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีการเติบโตอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงที่มีโควิด-19 ที่มีการสั่งซื้ออาหารทางออนไลน์จำนวนมาก ส่งผลทำให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัท 

SCGP  ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สายธุรกิจหลัก คือ สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรและสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง จะเสนอขายหุ้น IPO สามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 1,194.80 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.7%  ของทุนชำระแล้วหลัง IPO (ไม่รวม Over-allotment) และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment) จำนวนไม่เกิน 179.20 ล้านหุ้นคิดเป็นไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายในครั้ง โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นทึ่ปรึกษาทางการเงิน ส่วนผู้จัดการการจัดจำหน่ายได้แก่ บล.ไทยพาณิชย์ และบล.บัวหลวง

จากข้อมูลในแบบไฟลิ่งระบุว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนบริษัทมีแผนจะนำไปใช้เป็นเงินลงทุนในการขยายธุรกิจด้วยการขยายกำลังการผลิตของบริษัท และ/หรือการควบรวมกิจการ รวมถึงทรัพย์สินอื่น, ชำระคืนเงินกู้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ 

โดยโครงสร้างการถือหุ้นใน SCGP  จะมี SCC เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในสัดส่วน 99% แต่ภายหลังการขายหุ้น IPO ภายใต้สมมติฐานว่าจะไม่มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนส่วนเกิน สัดส่วนของ SCC จะยังถือหุ้น 71.7% แต่ภายใต้สมมติฐานว่าจะมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนส่วนเกินทั้งจำนวน สัดส่วนจะลงมาอยู่ที่ 68.8% 

**Upside ให้ SCC 

เมื่อเดือน มิ.ย. บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้น SCC  โดยมองว่า การที่ SCGP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะช่วยเพิ่มมูลค่าต่อ SCC ประมาณ 11-19 บาทต่อหุ้น และมองว่าธุรกิจแพคเกจิ้งของ SCGP มีศักยภาพการเติบโตสูง ซึ่งการเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์จะช่วยให้มีการเติบโตโดดเด่นมากขึ้น จากการขยายกำลังการผลิตและเข้าซื้อกิจการ 

แหล่งข่าวจากวงการวาณิชธนกิจ มองว่า การที่หุ้น STGT ซึ่งประกอบธุกิจถุงมือยางอันดับ 3 ของโลก และได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เพราะได้รับผลดีความต้องการใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้น  มองว่าจะทำให้หุ้น IPO หลายบริษัทที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานก.ล.ต.แล้ว ตัดสินใจที่จะเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงนี้ 

"มีความเป็นไปได้ที่หุ้น STGT จะเป็นตัวจุดพลุ ทำให้หุ้น IPO ตัวอื่นๆ เข้ามาระดมทุนในช่วงนี้ได้ เพราะเป็นการเพิ่มช่องทางการลงทุนให้กับนักลงทุนอีกส่วนนอกเหนือจากหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว"แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับหุ้น STGT ปิดวันนี้อยู่ที่ 60.50 บาท เพิ่มขึ้น 26.50 บาทหรือ 77.94% จากราคา IPO ที่หุ้นละ 34 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 17,255.28 ล้านบาท 

อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/US6SAAPP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7LINE@ คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNATELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_newsTwitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด