แจ้ง 4 ข้อหา 2 หนุ่มระยอง ชูป้ายไล่ลุงตู่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมายืนยันเจ้าหน้าที่ปฏิบัติถูกต้องตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ จับสองหนุ่มเมืองระยองชูป้ายไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เนื่องจากมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 พร้อมกันนี้ยังได้แจ้ง 4 ข้อกล่าวหา

กรณีการควบคุม 2 บุคคล ที่เป็นตัวแทนกลุ่มเครือข่ายเยาวชน ภาคตะวันออก ยืนถือป้ายแสดงข้อความไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล บริเวณหน้าโรงแรมดิวารี จ.ระยอง ก่อนที่ นายกฯ มาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่วานนี้(15 ก.ค.2563)

ล่าสุด วันนี้(16 ก.ค.2563) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รอง โฆษก ตร.) กล่าวถึงการควบคุมตัวบุคคลทั้ง 2 ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ โดยตำรวจอาศัยอำนาจเจ้าพนักงานควบคุมโรค ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ได้มีคำสั่งให้บุคคลทั้ง 2 ออกไปจากบริเวณดังกล่าว ในการรักษาความปลอดภัยนายกฯ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญและเป็นการเสี่ยงต่อโรคติดต่อ

แต่ปรากฏว่าบุคคลทั้ง 2 ไม่ให้ความร่วมมือและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ เจ้าพนักงาน ควบคุมโรค จนกระทั่งมีการใช้กำลังในการควบคุมให้บุคคลทั้ง 2 ออกนอกบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน จนสามารถควบคุมบุคคลทั้ง 2 ขึ้นรถยนต์เดินทางไปที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษจังหวัดระยอง ปรากฏว่าบุคคลทั้ง 2 ได้วิ่งหลบหนีตำรวจ แล้วมาปรากฏตัวบริเวณตลาดสตาร์ พร้อมกับได้ทำการไลฟ์สด

หลังจากนั้นจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม โดยกล่าวหาว่า "เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ" โดยพนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำผู้เสียหายทั้งสองและส่งตัวให้แพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง ตรวจชันสูตรบาดแผลและทำการรักษา เพื่อจะได้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไปในส่วนการกระทำของบุคคลทั้ง 2 ซึ่งถือเป็นความผิดซึ่งหน้า ตั้งแต่ที่ได้มีการควบคุมตัวเพื่อมาดำเนินคดี ภายหลังจากหลบหนีการควบคุม ตำรวจได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และได้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง ให้ดำเนินคดีความผิดฐาน "ทำกิจกรรม ที่อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดฯ ซึ่งออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ 18 , ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ที่ห้ามกระทำการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะฯ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 , ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร, หลบหนีไประหว่างที่ควบคุมของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนสอบสวน" เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

"การกระทำของบุคคลทั้ง 2 ถือว่าเข้าข่ายความผิดและเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเชิญชวนบุคคลร่วมชุมนุมในลักษณะที่เสี่ยงหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่าย อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ"

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ขอฝากเตือนไปยังกลุ่มบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเยาวชนที่มีแนวคิดใช้คำหยาบคาย แสดงความก้าวร้าว ในลักษณะที่สร้างความเกลียดชัง หรือ ใส่ร้ายป้ายสีผู้หนึ่งผู้ใด เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะการอยู่รวมกันในสังคม ย่อมสามารถแสดงความคิดเห็นต่างได้ แต่ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่เป็นการกระทำที่ไปกระทบสิทธิผู้อื่น อีกทั้ง มีความเป็นห่วงเป็นใย เยาวชน ที่ถูกชักจูงให้ร่วมกระทำความผิด โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งปัจจุบันยังคงอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมาย ด้วยความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยภายในสังคมทั้งนี้ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชน โปรดตั้งสติ ใช้วิจารณญาณ ในการรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลในโซเชียลมิเดีย หรือ จาก แฮชแท็ก #ตำรวจระยองอุ้มประชาชน ทั้งในทวิตเตอร์ หรือ เฟซบุ๊ก เพราะหากทุกคนเคารพ กฎกติกา ให้ความร่วม ไม่ฝ่าฝืนคำสั่ง หรือ ประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ , พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้น

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด