แข่งเดือดยุคโควิด…อิโตชูเล็งซื้อหุ้น 100% แฟมิลี่มาร์ทในญี่ปุ่น

อิโตชูเล็งเข้าถือหุ้นทั้งหมดในแฟมิลี่มาร์ท เตรียมร่วมมือใกล้ชิดด้านการจัดหาอาหาร-สินค้า รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ท่ามกลางกระแสแข่งเดือดร้านสะดวกซื้อและการระบาดของโควิดที่ฉุดกำไรลด

บริษัทอิโตชูกล่าวว่ามีแผนเข้าถือหุ้นทั้งหมดในบริษัทแฟมิลี่มาร์ท ผ่านการทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้น จากปัจจุบันที่มีหุ้น 50.1% และจะใช้เงินประมาณ 580,000 ล้านเยน (ประมาณ 168,000 ล้านบาท) ในการซื้อหุ้นที่เหลือ

การเข้าถือหุ้น 100% จะเปิดโอกาสให้อิโตชูดำเนินการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของร้านสะดวกซื้อรายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรผ่านการนำเครือข่ายจัดซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศของอิโตชู มาใช้ประโยชน์มากขึ้น

นอกจากนั้น ทั้งสองยังจะเติมเต็มกันในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และการชำระเงินทางดิจิทัล โดยข้อมูลมากมายเกี่ยวกับลูกค้าจะเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ นอกเหนือจากค้าปลีกทั่วไปได้

ทั้งนี้ อิโตชูทำธุรกิจหลากหลาย ทั้งยังชำนาญด้านธุรกรรมอิเลกทรอนิกและการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเพิ่มจุดแข็งให้แก่แฟมิลี่มาร์ทได้

หลังจากเข้าถือหุ้น 100% เต็มแล้ว อิโตชูมีแผนจะขายหุ้น 4.9% ให้สหกรณ์การเกษตรประเทศญี่ปุ่นและธนาคารโนรินจูคิน เป็นเงินประมาณ 57,000 ล้านเยน โดยสหกรณ์การเกษตรจะนำสินค้าเกษตรไปจำหน่ายตามสาขา 16,000 แห่งของแฟมิลี่มาร์ทในญี่ปุ่น

แฟมิลี่มาร์ทมีลูกค้าวันละกว่า 10 ล้านคนในญี่ปุ่น แต่โควิด-19 ทำให้กำไรลดลง โดยแฟมิลี่มาร์ทรายงานกำไรสุทธิลดลง 71.5% เหลือ 5,790 ล้านเยนในไตรมาสแรกนับถึงเดือนพ.ค. หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นแนะนำให้ประชาชนเก็บตัวอยู่บ้านเพื่อสกัดการระบาดของโควิด-19 ขณะที่ยอดขายลดลง 15.9% เหลือ 111,760 ล้านเยนในช่วง 3 เดือนแรกของปีธุรกิจที่สิ้นสุดเดือนก.พ. 2564

อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณปัจจุบัน บริษัทคาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 37.8% เป็น 60,000 ล้านเยน จากรายได้ 460,000 ล้านเยน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวลดลง 11% จากปีก่อน

แฟมิลี่มาร์ทยังตามหลังคู่แข่งสำคัญ อย่าง Seven-Eleven กับ Lawson โดยยอดขายเฉลี่ยต่อวันของ Seven-Eleven อยู่ที่ 656,000 เยน (ประมาณ 190,000 บาท) ในปีที่สิ้นสุดเดือนมี.ค. 2563 และ 535,000 เยนสำหรับ Lawson ส่วนแฟมิลี่มาร์ทอยู่ที่ 528,000 เยน ขณะที่ในปีงบประมาณปัจจุบันคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะลดลงเหลือ 521,000 เยนสำหรับแฟมิลี่มาร์ท อันสะท้อนถึงจุดอ่อนด้านประเภทสินค้า

Seven-Eleven พัฒนาสินค้าของตัวเองจนได้รับความนิยม ด้าน Lawson ก็สร้างชื่อเรื่องขนมหวาน ขณะที่แฟมิลี่มาร์ทพยายามมาตลอดที่จะพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ และที่เป็นรูปเป็นร่างคือแอปชำระเงิน

ราคาหุ้นของแฟมิลี่มาร์ทปิดตลาดเมื่อวันพุธ (8 ก.ค.) ที่ 1,754 เยน หรือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของราคาที่พุ่งไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปีเมื่อเดือนพ.ย. 2561 ที่ 4,021 เยน

แฟมิลี่มาร์ทมีสาขา 8,032 แห่งนอกญี่ปุ่นนับถึงเดือนพ.ค. ซึ่งเมื่อเดือนพ.ค.นี่เองที่บริษัทขายหุ้น 49% ในบริษัทร่วมทุนที่ไทย ให้แก่หุ้นส่วนท้องถิ่น นั่นคือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่เข้าซื้อหุ้นแฟมิลี่มาร์ท 100% พร้อมเดินหน้าพัฒนาโมเดลใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุค NOW NORMAL

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด