แกะพอร์ต เสี่ยยักษ์  รวยทะลุ 5 พันล้าน หลังถือ STGT
นับเป็นหุ้นที่ฮอตที่สุดในนาทีนี้ สำหรับ STGT ที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงหลังเข้า IPO ทำให้ผู้ที่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นไอพีโอนั้นรวยเพียงชั่วข้ามคืน รวมถึงนักลงทุนรายใหญ่ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นด้วย หนึ่งในนั้น คือ เสี่ยยักษ์ วิชัย วชิรพงศ์ ที่เป็นหนึ่งในผู้ได้รับการจัดสรรหุ้น และทำให้พอร์ตของเสี่ยยักษ์เพิ่มขึ้น 1.5 พันล้านบาท ทำให้เสี่ยยักษ์มีพอร์ตรวมถึง 5,083 ล้านบาท

นับเป็นหุ้นที่ฮอตที่สุดในนาทีนี้ สำหรับ STGT ที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงหลังเข้า IPO ทำให้ผู้ที่ได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นไอพีโอนั้นรวยเพียงชั่วข้ามคืน รวมถึงนักลงทุนรายใหญ่ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นด้วย หนึ่งในนั้น คือ เสี่ยยักษ์ วิชัย วชิรพงศ์ ที่เป็นหนึ่งในผู้ได้รับการจัดสรรหุ้น และทำให้พอร์ตของเสี่ยยักษ์เพิ่มขึ้น 1.5 พันล้านบาท ทำให้เสี่ยยักษ์มีพอร์ตรวมถึง 5,083 ล้านบาท

 

 

อย่างไรก็ตามสำหรับเสี่ยยักษ์นั้นนอกจากจะมีการถือหุ้น STGT ที่ทำให้ความมั่งคั่งมากขึ้นแล้ว ในระยะเวลาอันใกล้นี้ เสี่ยยักษ์เตรียมเข็นอีก 1 บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ และหากสำเร็จจะสร้างความมั่งคั่งให้เสี่ยยักษ์อย่างมหาศาล

 

 

STGT ยังโตได้อีก

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย)  คาดว่า เราคาดกำไรปกติไตรมาส 2 เบื้องต้นทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 900 – 1,000 ล้านบาท และทำระดับสูงสุดใหม่ เนื่องจากมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาเต็มไตรมาสพร้อมกับราคาขายที่เพิ่มขึ้นจาไตรมาสที่ 1  ราว 15 – 20% จากไตรมาสก่อน พร้อมกับอัตราการใช้กำลังการผลิตเต็มกำลังการผลิตที่ 95% ของกำลังการผลิตที่ใช้ได้จริง (Technical capacity) ประกาศงบวันที่ 14 ส.ค.
ปริมาณขายไตรมาสที่3  เป็นต้นไปอาจทรงตัวเพราะผลิตเต็มกำลังการผลิตแล้ว แต่จะเติบโตจากราคาขายที่เพิ่มขึ้นแต่ต้นทุนคงที่ถึงลดลงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจะสูงขึ้นจาก 18.8% ใน 1Q63 โดยบริษัทยังคงนโยบายปรับราคาขายขึ้นราว 5% ต่อเดือนทุกเดือน หรือเฉลี่ย 15% ต่อไตรมาส แต่ไตรมาส3 รายได้อาจเติบโตได้มากกว่า 15% จากไตรมาสก่อนเพราะมีการเฉลี่ยราคาขายของ ไตรมาสที่ 4  และ ไตรมาสที่3 มาใช้ตั้งแต่ ไตรมาสที่3 และไตรมาสที่4 ทำให้กำไรมีโอกาสทำ New high ได้ต่อใน ไตรมาสที่3 และทรงตัวจากไตรมาสก่อนใน ไตรมาสที่ 4
ปัจจุบันมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าเต็มกำลังการผลิตแล้วถึง 2Q64 ขณะที่คำสั่งซื้อในไตรมาสที่ 3 ของปีหน้า ใกล้เต็มกำลังการผลิตแล้วเช่นกัน
ด้านต้นทุนการผลิตทั้งนำยางข้น และยางไนไตรล์มีโอกาสปรับขึ้นได้บ้างในช่วงครึ่งปีหลังตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมล้อยางรถยนต์ และราคาน้ำมันแต่ยังฟื้นตัวต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของราคาขาย
หากกำไรปกติไตรมาสที่ 2 ใกล้เคียงเราคาดจะทำให้กำไรครึ่งปีแรกอยู่ที่ราว 48 – 52% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเราที่ 2,800 ลบ. จึงมีโอกาสที่เราอาจปรับประมาณการกำไรขึ้นได้อีกไม่น้อยกว่า 20% รวมถึงราคาเป้าหมายอาจถูกปรับขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้มีแนวโน้มในการปรับระดับ PER ในการประเมินมูลค่าขึ้นจากเดิมที่ 25.90 เท่า เนื่องจากราคาหุ้นถุงมือยางในมาเลเซียรายใหญ่ทั้ง 4 บริษัทปัจจุบันซื้อขายที่ PER 63 สูงกว่า 40 เท่า

 

 

แนวโน้มกำไรปี 2564 คาดยังเติบโตต่อจากราคาขายที่คาดว่าจะยังปรับขึ้นต่อเนื่อง

ความเห็น เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรของ STGT ในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่ด้วยราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 101% จากราคา IPO และมีความเสี่ยงในการถูกซื้อขายในบัญชี Cash balance ทำให้ในช่วงสั้นอาจเผชิญแรงขายทำกำไร ในเชิงกลยุทธ์อาจทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัวมองว่าระดับราคาต่ำกว่า 67 บาท เป็นจุดทยอยสะสม ราคาปิดวานนี้ที่ 68.50 บาท คิดเป็น PER63-64 ที่ 35.0 เท่า และ 26.6 เท่า ตามลำดับ (ณ ประมาณการกำไรเดิม)

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด