เล่าเรื่องหุ้น AOT จะไปต่อหรือพอแค่นี้ ?
เล่าเรื่องหุ้น AOT จะไปต่อหรือพอแค่นี้ ?

1. จัดเป็นกิจการที่มีรัฐเป็นเจ้าของในระดับสูงมาก คือ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 70% (สูงกว่าปตท. ที่กระทรวงการคลัง ถือ 51.11%)

2. บริหารสนามบิน 6 แห่งคือ สุวรรณภูมิ | ดอนเมือง |เชียงใหม่ | แม่ฟ้าหลวง เชียงราย | ภูเก็ต | และหาดใหญ่
ของดีๆทั้งนั้น

3. แม้ประเทศไทยจะยังมีสนามบินของกรมท่าอากาศยานอีกหลายแห่ง (ขอนแก่น อุดร พิษณุโลก ฯลฯ), และของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (สมุย สุโขทัย ตราด)
แต่ความจริงที่มีหนึ่งเดียวของประเทศไทย คือ สนามบิน "สุวรรณภูมิ" กับ "ดอนเมือง" นี่แหละที่เป็นประตูบ้านประตูเมือง เชื่อมการเดินทางทั้งใน และต่างประเทศ เป็น "หัวใจหลัก" สร้างรายได้มหาศาลให้แก่ AOT

4. AOT มีรายได้มาจาก
4.1 รายได้จากกิจการการบิน (Aeronautical Revenue) ซึ่งประกอบด้วย
-> ค่าธรรมเนียมในการขึ้น ลงของอากาศยาน (Landing Charge)
-> ค่าธรรมเนียมที่เก็บอากาศยาน(Parking Charge)
-> ค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (Passenger Service Charge)
-> ค่าเครื่องอำนวยความสะดวก(Aircraft Service Charge)

4.2 รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน(Non Aeronautical Revenue) ซึ่งประกอบด้วย
-> รายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ (Concession Revenue)
-> ค่าเช่าสำนักงานและค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ (Office and Real Property Rents) และ
-> รายได้จากการให้บริการ (Service Revenue)

ทุกสิ่งที่ผ่านสนามบิน เครื่องบิน รถโดยสาร ที่จอดรถ คน (มีค่าภาษีสนามบิน) ร้านดิวตี้ฟรี อาคารสำนักงาน โรงแรมในนั้น คาร์โก้ โลจิสติกส์ทางอากาศ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่สร้างรายได้

5. AOT ทำธุรกิจที่จัดว่าผูกขาด มีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างสูงสุด เพราะปัจจุบันไม่มีคู่แข่ง สนามบินไม่มีทับซ้อนกับกรมท่าอากาศยาน แถมยังอิงเซกเตอร์ที่เคยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างมากมายมหาศาล อย่าง sector ท่องเที่ยว ที่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่คนไทย ทำได้ดีที่สุดอย่างนึง เมื่อเทียบกับคู่แข่งทั่วโลก

6. ก่อนโควิด…อุปสรรคของ AOT ก็คือ ตัว AOT เองนั่นแหละ เพราะสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ขึ้นชื่อเลื่องลือด้านความแออัด ไม่สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพียงพอตามอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวนักเดินทางทั้งชาวไทยและต่างชาติ กระทั่งเป็นที่มาของโครงการขยายพื้นที่อาคารผู้โดยสารของทั้งสองสนามบิน

7. หลังโควิด…อันนี้กลายเป็นหนังคนละแผ่น ด้วยการแพร่ระบาดของโรค การปิดการเดินทางทางอากาศ การปิดกั้นการเดินทางระหว่างประเทศ

ไตรมาส 1 โดนกระทบในเดือนมีนาคม
ไตรมาส 2 โดนกระทบเกือบเต็มไตรมาส

สนามบินแทบร้างไปทุกแห่ง

8. แมลงสาปไม่เคยมาตัวเดียว ยังมีเรื่องลูกหนี้และผู้เช่าที่ธุรกิจกำลังเข้าเนื้ออีก

ประเมินไตรมาส 3 อาจจะจะเป็นช่วงที่แย่ที่สุดของ AOT (แม้จะดีขึ้นหลังจากนั้น) ความกังวลสองเรื่อง

-> AOT อาจมีความเสี่ยงต้องตั้งสำรองหลายพันล้านบาท กรณีการบินไทย ขอเจรจายกเลิกหนี้หรือลดหนี้ อย่าลืมว่า การบินไทยเป็นลูกหนี้การค้าของ AOT ด้วย กิจการของการบินไทย Cargo และ Ground Service ทำในพื้นที่บริหารของ AOT นะจ๊ะ

-> AOT อาจจะต้องเยียวยาผู้รับสัมปทานในพื้นที่สนามบินเพิ่มเติม ทั้ง Duty Free, แบงค์ ร้านอาหาร Shop และอีกสารพัดธุรกิจในสนามบิน

ข่าวการยกหนี้ /ลดหนี้/ เยียวยาผู้เช่า …. อาจจะดูถูกต้องดูดี มีมนุษยธรรมกับคู่ค้า … แต่ไม่ถูกใจผู้ถือหุ้นแน่นวล

นี่จะเป็น Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นในครึ่งปีหลัง

9. ข่าวร้าย คือ

ในมุมมองวันนี้ AOT อาจจะฟื้นตัวช้ากว่า “กลุ่มโรงแรม” ซะอีก เพราะรายได้ส่วนใหญ่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก จะอัดฉีดก็ทำได้ลำบากกว่าโรงแรมในประเทศ และไหนจะต้องดีลกับสารพัดสายการบิน ที่สภาพดูมีรสชาติ (ไม่จืด)

คู่ค้ามีปัญหา … AOT ก็พลอยโดนไปด้วย คงต้องรอให้ผ่านวิกฤติโควิด-19 อย่างเดียว จึงจะกลับมาทำกำไรดูดีได้อีกครั้ง

ปัญหาคือมันจะยังอีกนานไหม???
นักลงทุนจะทนพิษบาดแผลไหวไหม ???

10. ข่าวดี คือ

นี่คือตัว ชัวร์ เบ๊ท (sure bet)

แน่นอนว่า วันนึงในอนาคต…โควิดก็จะหายไป
เราไม่รู้หรอก ว่าโรงแรมไหนจะมา สปาไหนจะดี โชว์ไหนจะปัง ท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปไหน …

แต่ประตูบ้านประตูเมืองมีเพียงหนึ่งเดียว…สนามบิน AOT นั้นผูกขาดแน่นอน ที่สุดแล้วจะฟื้นแน่นอน

แต่จะใช้เวลาเท่าไหร่อีกเรื่องนึง

ราคาหุ้นสนามบินทั่วโลก YTD หลังจากผ่านความShipหายจากโควิด

-> ที่ฟื้นขึ้นมามากแล้ว ลบแค่ 5% ก็มี อย่าง สนามบินเซี่ยงไฮ้ และ สนามบินกว่างโจว

-> ที่ลงแบบเจ็บๆ ลบมา 30% ก็มี อย่าง AOT , สนามบินปักกิ่ง และ สนามบินมาเลเซีย

-> ที่ลงแบบเจ็บปวดพิเศษ ลบมา 50% ก็มี อย่าง สนามบินแฟรงเฟิร์ต เยอรมัน

 

สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร

เราไม่รู้หรอกว่า AOT จะลงต่อหรือพอแค่นี้

แต่หุ้นชื่อชั้นดี 1 ประเภท 1 แบบนี้เหมาะแก่การติดตามดู และอยู่ใน watch list แน่นอนจร้า

อธิป กีรติพิชญ์

เจ้าของหนังสือ Best Seller “ติวหุ้น รวยด้วยวีไอ” และยังเป็นวิทยากรคอร์ส “ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐานแบบ Value/Growth Investor” ด้วยประสบการณ์ในตลาดทุนกว่า 17 ปี และประสบการณ์ในการเป็นติวเตอร์ บวกกับความเป็นคนอารมณ์ขัน  ทำให้คุณนิ้วโป้งสามารถถ่ายทอดเรื่องยาก อย่างการลงทุน ให้เข้าใจได้ง่าย และยังใช้ภาษา ลีลาที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจอย่างยิ่ง จึงทำให้ได้รับเชิญไปบรรยายในงานต่างๆ มากมาย

 

คอร์สสัมมนา :  ติวหุ้น รวยด้วย VI

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด