เมื่อ Social Media ถูกแบรนด์ใหญ่ระดับโลก
Boycott

ตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา บรรดานักการตลาดต่างทราบดีและรู้ซึ้งถึงพลังอำนาจของสื่อ Social Media ส่วนหนึ่งนั้นเป็นเพราะ Social Media ถือครองข้อมูล (Data) ในระดับ Big Data ช่วยให้การทำตลาดในรูปแบบส่วนบุคคล (Personal) สามารถทำได้แม่นยำและส่งตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการปรับเปลี่ยนอัลกอริทึ่ม (Algorithm) อย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้บรรดานักการตลาดต้องปรับตัวเพื่อสอดรับกับการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา จนเรียกว่าโลกโฆษณาแทบจะเดินตามการปรับเปลี่ยนอัลกอริทึ่ม (Algorithm) เพราะหากไม่ปรับเปลี่ยนตามอัลกอริทึ่ม (Algorithm) ที่เปลี่ยนไป โอกาสที่โฆษณาจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายก็ลดน้อยลงและส่งผลเสียต่อแบรนด์ ทำให้ที่ผ่านมา Social Media ถูกสปอยล์อย่างต่อเนื่อง

facebook boycott 2

แต่มาตรการคว่ำบาตร Facebook ของแบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Unilever, Starbucks, Levis, FORD Motors, Coca-Cola และ Diageo เป็นต้น รวมถึงแบรนด์อื่นๆ เกือบ 200 แห่งพร้อมใจกันหยุดการโฆษณาบน Facebook และส่งผลกระทบต่อมูลค่าตลาดกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรณรงค์ให้ลดหรือยุติเนื้อหาที่แสดงความเกลียดชัง การเหยีดเชื้อชาติ และการคุกคามทางเพศบน Social Media

การคว่ำบาตรขยายไปสู่การสร้างแคมเปญ #StopHateForProfit ที่จัดขึ้นโดยนักเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมทางสังคม โดยมีเป้าหมายให้ยุติการใช้ความเกลียดชังในการแสวงหาผลประโยชน์ สอดคล้องกับหลายบริษัทที่ต้องการหลีกเลี่ยงบรรยากาศความเกลียดชังของ Facebook ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ เมื่อโฆษณาแสดงขึ้นหลังข้อความเกลียดชัง การเหยียดเชื้อชาติ และข้อความคุกคามทางเพศ

facebook-boycott 3

ด้านผู้เชี่ยวชาญในสาขาการสื่อสารและการตลาดดิจทัลต่างออกมาชี้ว่า โลกได้เข้าสู่ยุคใหม่ของดิจิทัลที่จะมีการตรวจสอบโดยทุกๆ ฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องของความเกลียดชัง การเหยียดเชื้อชาติ และการคุกคามทางเพศ ซึ่ง Social Media ถือเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะประตูสู่โลกดิจิทัลและผู้ตรวจสอบความถูกต้อง ล่าสุด Facebook เริ่มตอบสนองข้อเรียกร้องด้วยการประกาศห้าม “เนื้อหาที่น่ารังเกียจ” ในโฆษณา

แม้จะมีการคว่ำบาตรจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก แต่ Facebook ยังมีผู้ลงโฆษณาอีกมากกว่าเจ็ดล้านราย โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME) ขณะที่นักเคลื่อนไหวกลุ่มดังกล่าวพยายามเข้าถึงผู้บริหารระดับสูงที่ใส่ใจด้านสิทธิพลเมือง เพื่อเชิญชวนให้ตรวจสอบนโยบายของ Facebook เกี่ยวกับเนื้อหาความเกลียดชัง การเหยียดเชื้อชาติและการคุกคามทางเพศ

 

Source: Japan Today

Related posts:

ใส่ถุงของจริง! Shopping Bag challenge ฮอตตามรอย Pillow challenge ดันแบรนด์ Gucci, Chanel, YSL เด่นเป็นสง่า

Social Listening

Social Listening สำคัญต่อองค์กรมากขนาดไหน และองค์กรจำเป็นต้องมีระบบนี้หรือไม่

7trends-digital2020

จับสัญญาณ 7 เทรนด์ “Digital Marketing 2020” Data คือสิ่งจำเป็น-ค่าโฆษณาดิจิทัลสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ROI-performance

COVID-19 จุดเปลี่ยนเร่งนักการตลาด-นักโฆษณา ปรับโฟกัสจากใช้งบเพื่อสร้าง “Awareness” สู่ “ROI”

กอดเสาทั่วเมือง! กองทัพโคอาล่าโชว์ตัวทั่วนิวยอร์กระดมทุนช่วยไฟป่าออสซี่

Media Industry next-normal

8 บทสรุป “ธุรกิจสื่อโฆษณา” เมื่อ COVID-19 ตัวเร่งเปลี่ยน Media Landscape ครั้งใหญ่สู่ยุค “Next Normal”

อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด