ถ้าหากพูดถึงการเลือกตั้งหรือการหาเสียงแล้ว หลายคนก็อาจจะเบ้ปากด้วยความเบื่อ คิดภาพคนใส่สูทผูกไทด์ออกมาพูดเรื่องนโยบายซ้ำ ๆ โดยเฉพาะกับประเทศที่มีความจริงจังกับทุกสิ่งทุกอย่างอย่างประเทศญี่ปุ่นแล้ว การเมืองการเลือกตั้งในระดับประเทศของญี่ปุ่นก็มีความน่าเบื่อไม่แพ้ใคร เพราะมีความเป็นทางการและความจริงจังค่อนข้างมาก แต่มันก็สีสันของการเลือกตั้งที่คนญี่ปุ่นจะได้เจออยู่เป็นประจำ จนหลาย ๆ คนรอคอยที่จะดูมันว่าจะเกิดอะไรขึ้น และสีสันเหล่านั้นมันกลับอยู่ในการเลือกตั้งส่วนภูมิภาค อย่างเช่นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดครับ

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในญี่ปุ่นก็ไม่ได้ต่างกับในประเทศอื่น ๆ ที่จะมีผู้สมัครตัวเต็งกันอยู่แค่ไม่กี่คน ผู้ชนะก็จะวน ๆ กันเท่านั้นแหละ นอกนั้นก็จะเข้ามาเพื่อเป็นสีสัน เป็นไม้ประดับ หรือถ้าเรียกอย่างบ้าน ๆ ก็คือเข้ามาเอาฮา หรือมาสร้างเรตติ้งให้ตัวเองนั่นแหละครับ 

อย่างในไทยเราก็อาจจะเคยเห็นว่าในการผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานครบางครั้งก็มีหลาย ๆ คนที่มาเพื่อตั้งใจ “มาเอาฮา” อยู่ไม่น้อย อาจจะแต่งตัวตลก ๆ หรือมีนโยบายแปลก ๆ เรียกเสียงฮาอยู่เหมือนกัน ซึ่งทั้งหมดนั้นแทบจะชิดซ้ายไปเลยเมื่อเจอกับผู้สมัครผู้ว่าของญี่ปุ่นครับ 

โดยเฉพาะในการสมัครผู้ว่าราชการโตเกียวที่กำลังอยู่ในช่วงหาเสียงอยู่ในตอนนี้ (และจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 5 นี้) ก็เรียกว่าเป็นประเด็นร้อนจนกลายเป็นข่าวอยู่ทุกวัน เพราะผู้สมัครในปีนี้นั้น เพิ่มความฮา ความแปลกมากขึ้นกว่าทุกครั้งครับ…อาจเพราะเก็บกดจากการต้องกักตัว จากไวรัสหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ !

การที่จะสมัครเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ในญี่ปุ่นสามารถให้ลงได้แบบสังกัดพรรคการเมืองหรืออิสระก็ได้ ขอแค่มีเงินสมัครประมาณ 3 ล้านเยน (900,000 บาท) ก็สามารถเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ โดยเขาจะมุ่งเน้นไปที่ความเป็นอิสระและเสรีภาพของผู้สมัครทุกคน ตรงนี้อาจจะดูคล้าย ๆ กันกับบ้านเราอยู่เหมือนกัน

อย่างความฮือฮาแรกของการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ก็จะมีผู้สมัครที่ชื่อ Masayuki Hiratsuka ที่ไม่ได้มาเอาฮา แต่มาพร้อมนโยบายอย่างจริงจัง ออกหาเสียงอย่างจริงจัง แต่ที่มันเรียกเสียงฮาให้กับชาวญี่ปุ่นนั้นเป็นเพราะนโยบายของเขาล้วน ๆ เพราะเขามากับสโลแกนที่ว่า “ไวรัสโคโรน่า มันก็แค่ไข้หวัธรรมดา” อันนี้แม้จะฟังดูคุ้น ๆ เหมือนได้ยินมาจากรัฐมนตรีของไทยบางท่าน แต่ผมต้องขอยืนยันว่านโยบายหาเสียงของผู้สมัครคนนี้คือประโยคนี้จริง ๆ ! 

เขามีนโยบายในการแก้ไขการระบาดของไวรัสแบบแหวกแนวไม่เหมือนใคร และคงไม่มีใครกล้าเหมือน เพราะเขาบอกว่าการระบาดทั้งหมดของไวรัสนั้นเป็นเรื่องโกหก ความวุ่นวายนั้นมาจากการปล่อยข่าวของรัฐบาล และการใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะทางสังคมหรือมาตรการป้องกันไวรัสต่าง ๆ นั้น เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย เพราะไวรัสนี้มันก็แค่ไข้หวัดธรรมดา แต่แน่นอนว่าคนนี้มาสายจริงจังนะ ใส่สูทผูกไทด์ประกาศนโยบายบนรถขยายเสียงทั่วโตเกียวเลย เพียงแค่นโยบายเขาออกจะประหลาดไปหน่อย ก็เลยดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีใครเชื่อเขาสักเท่าไร

หลังจากนั้นก็จะมีผู้สมัครอีกหลายคนที่มาหาเสียงแบบแปลก ๆ เช่น การแต่งตัวคอสเพลย์เป็นนู้นนี่ออกมาหาเสียง หรือเป็นสาวเซ็กซี่ที่ออกมาเรียกเรตติ้งให้ตัวเองก็มี (เช่น เอาหน้ากากอนามัยของนายกอาเบะมาใส่แทนชุดชั้นในแล้วถ่ายเป็นโปสเตอร์) 

ที่ดูเหมือนจะสร้างสีสันได้มากที่สุดก็คือ ช่วงที่เขาให้ทุกคนพูดนโยบายของตัวเองออกในช่อง NHK Live ซึ่งเป็นสตรีมมิ่งสด มีเวลาคนละประมาณ 6 นาที ซึ่งใน 6 นาทีนี้จะมีความฟรีด้อมมาก อยากทำอะไรก็ทำ (เพราะมันรายการสด ไม่มีเซนเซอร์) ทำให้หลาย ๆ คนก็มาทำอะไรแปลก ๆ เช่น กรีดร้องออกมาระหว่างการแถลงนโยบาย หรือมาเพื่อพูดโปรโมตขายของแบบอิหยังนิ ? ออกอากาศล้วน ๆ

แต่คนที่เรียกเสียง (ฮือ) ฮาให้กับคนญี่ปุ่นอย่างมากในครั้งนี้ ก็คือขาประจำที่ผ่านเวทีเลือกตั้งท้องถิ่นมานับครั้งไม่ถ้วน (แน่นอนว่าไม่เคยชนะอะไรใด ๆ) เขาก็คือนาย Teruki Goto ซึ่งมีอาชีพปกติเป็นนักดนตรี แต่ทุกคนจะจดจำเขาได้ในฐานะของผู้ลงสมัครเลือกตั้งแบบแหวกแนวเป็นประจำ 

เขาผ่านการสมัครเลือกตั้งในระดับเขตมาแล้วหลายครั้งด้วยโปสเตอร์สุดแหวกแนวอย่างการ เอ่อ … แก้ผ้าถ่ายโปสเตอร์ แปะอยู่เคียงข้างผู้สมัครคนอื่น ๆ ที่ใส่สูทอย่างจริงจัง แน่นอนว่าเขาดูเด่นที่สุด ถูกจดจำมากที่สุด แต่ก็ไม่เคยได้รับการเลือกตั้งอะไรใด ๆ (แหงสิ !!) 

ในปีนี้เขาก็กลับมาพร้อมกับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ก็คือการลงสมัครผู้ว่าโตเกียวนั่นเอง และคราวนี้เขามาพร้อมกับการถ่ายภาพโปสเตอร์ด้วยการคอสเพลย์เป็นชุดตัวละคร Lelouch Lamperouge จากเรื่อง Code Geass  เดือดร้อนถึงเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ต้องออกมาแถลงการณ์ว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายเทรุกิคนนี้แม้แต่น้อยนะเฮ้ยยย

แค่การแต่งตัวมันยังดูธรรมดา ๆ เกินไป เพราะจุดเด่น (?) จริง ๆ ของเขาคือนโยบายหาเสียง ที่ดูออกแนว 18+ ไปสักหน่อย เพราะเขามีนโยบายちんこ主義 ที่แปลแบบตรงตัวว่า “ระบอบเจ้าโลก” ซึ่งมีเนื้อหาสาระว่าการช่วยตัวเองนั้น จะทำให้โลกสงบสุข เพราะจะไม่มีสงคราม ไม่มีอาชญากรรม และทุก ๆ คนก็จะมีความสุข ซึ่งเป็นนโยบายที่เขาใช้มาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งก่อนหน้า 

ปรากฏว่าครั้งก่อนนั้นโดนช่อง NHK เซนเซอร์ดูดเสียงกระจุยกระจายในตอนสัมภาษณ์ ทำให้คราวนี้เขาตั้งใจกลับมาเพื่อล้างแค้นช่อง NHK ด้วย !! และแล้วในการแถลงนโยบายแบบสตรีมมิ่งสด เขาก็ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ด้วยการลุกขึ้นแก้ผ้าเหลือแต่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ผืนเดียว (ซึ่งมีอะไรบางอย่างติดอยู่ที่ก้นด้วย) ทั้งเต้นทั้งเกลือกกลิ้งบนโต๊ะพร้อมกับแถลงนโยบายที่มีแต่คำ 18+ เต็มไปหมด สร้างความตกตะลึงและเรียกเสียงฮาให้กับคนญี่ปุ่นที่รอดูอยู่อย่างมาก ในช่วงไลฟ์สดก็จะมีคอมเมนต์ของคนญี่ปุ่นที่ดูมากมาย ทั้งหัวเราะ ทั้งด่าว่าบ้าก็มี

แต่เขาก็มีโหมดจริงจังอยู่เหมือนกันเพราะเขาก็เคยแถลงนโยบายแบบจริงจังเหมือนคนอื่น ๆ และโจมตีผู้ว่าโตเกียวคนปัจจุบัน (คุณ Koike Yuriko) ถึงนโยบายที่ล้มเหลวและไม่สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนได้ นอกจากนั้นก็เคยบอกว่า เขาก็รู้ตัวนะว่าหลาย ๆ คนก็คงจะมองเขาเป็นแค่ตัวตลก แต่สำหรับเขาแล้ว เขาแค่เป็นคนมีความฝัน เพราะถ้าเขาไม่มีความฝันแล้ว เขาก็คงไม่สามารถเปลี่ยนโลกใบนี้ได้…

ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้สมัครแปลก ๆ ที่เป็นตำนานจากการชนะการเลือกตั้งจริง ๆ อยู่เหมือนกัน นั่นคือการเลือกตั้งในเขตโอตะเมื่อปี 2015 โดยผู้ที่ชนะการเลือกตั้งก็คือคุณ Minoru Ogino ที่ประกาศตัวว่าเป็น “โอตาคุเต็มขั้น” (คนที่ชื่นชอบการ์ตูน) โดยเขาเอาชนะการเลือกตั้งได้ด้วยการชูนโยบายแบบโอตาคุล้วน ๆ 

เช่น การส่งเสริมการวาดการ์ตูนในโรงเรียนตั้งแต่เด็ก ทำให้เอาชนะใจประชาชนได้อย่างพลิกความคาดหมาย และเขาก็ยังคงเข้าร่วมงานการ์ตูนประจำปีและวาดการ์ตูนออกขายในงานนั้น แม้เขาจะชนะการเลือกตั้งแล้วก็ตาม รวมถึงมาอัปเดตนโยบายที่เกี่ยวกับการ์ตูนในทวิตเตอร์ของเขาตลอดเวลา ซึ่งก็ถือเป็นนักการเมืองที่คนท้องถิ่นโดยเฉพาะเหล่าโอตาคุด้วยกันชื่นชอบเป็นอย่างมาก

ในประเทศที่มีความเครียดสูงอย่างประเทศญี่ปุ่น ในบางมุมก็มีเรื่องราวที่เราคิดไม่ถึงอยู่เหมือนกัน แม้ผลการเลือกตั้งที่ออกมาอาจจะไม่มีอะไรพลิกความคาดหมาย เนื่องจากก็มีตัวเต็งที่แข่งขันขับเคี่ยวกันอยู่แล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในบางมุมผู้สมัครที่เป็นสีสันเหล่านี้ก็ทำให้คนที่ไม่เคยสนใจการเมืองหันมาสนใจการเมืองมากขึ้นเช่นกัน แต่ไม่อยากจะคิดภาพว่าถ้าเกิดได้รับการเลือกตั้งเข้าไปเป็นผู้ว่าจริง ๆ แล้ว…โตเกียวจะเป็นยังไงนะ ?

ติดตามบทความใหม่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้และเรื่องแปลก ๆ ของประเทศญี่ปุ่นทาง LINE TODAY: TOP PICK TODAY จากผมได้ทุกวันเสาร์นะครับ

อ้างอิงข่าวจาก gototeruki, NHK

ช่องทางการติดตามเพิ่มเติม

Facebook :Eak SummerSnow

Youtube : Eak SummerSnow

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด