เพจดัง Drama-addict ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตายแล้วฟื้นในแง่ของวิทยาศาสตร์ ชี้ ในอดีตอาจเป็นไปได้ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว เนื่องจากมองว่าหากมีการฉีดฟอร์มาลินเข้าไปในร่างกาย ซึ่งสารจะทำลายเซลล์ในร่างกาย และไม่มีทางที่จะรอดชีวิตต่อไปได้

 

ทางเพจระบุว่า " โพสต์นี้เอาในแง่วิทยาศาสตร์นะ พ่อแม่พี่น้องคงเคยอ่านผ่านตาเรื่องของคนในสมัยก่อนที่ตายแล้วฟื้นกันมาบ้าง แบบตายแล้ว ไม่หายใจแล้ว ชาวบ้านเอาไปประกอบพิธีแล้วแต่จู่ๆ ฟื้นมากลางงานศพซะงั้น จริงๆ มันมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อยู่ คือ กรณีแบบนั้นยังไม่ตาย แต่คนไข้อยู่ในสภาวะที่ชีพจรเต้นช้าสุดๆ และหายใจช้ามากๆ จนคนเข้าใจผิดว่าตายไปแล้ว
 

 

แต่ถ้าเป็นในยุคปัจจุบัน ไม่มีละ เพราะเวลาเจอคนเจ็บ คนป่วยหนักมาที่ รพ. แล้วหมอยื้อชีวิตไว้ไม่ได้ พอหมอหยุดการทำ CPR ก็จะมีการคอนเฟิร์มการเสียชีวิต ด้วยการดูการขยายของม่านตา ดูกราฟการเต้นของหัวใจ ถ้าไม่มี นิ่งสนิท ก็ยืนยันการเสียชีวิต แล้วก็ให้เก็บศพนั้นไว้ที่ รพ. อย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อเอาให้ชัวร์ว่าตายแล้วจริงๆ ไม่มีตายแล้วฟื้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะฉีดฟอร์มาลีนใส่ศพ เพื่อถนอมศพไม่ให้เน่าเปื่อย แล้วญาติก็มาติดต่อรับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
 

ซึ่งเทคนิคการฉีดฟอร์มาลีน จะเป็นการฉีดสารฟอร์มาลีนเข้าไปตามเส้นเลือดแดงใหญ่ของศพ จากนั้นฟอร์มาลีนก็จะกระจายไปตามเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่ง ฟอร์มาลีนเนี่ย มันเป็นอันตรายกับสิ่งมีชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าฉีดเข้าไปในร่างกายคนที่ยังมีชีวิต จะเปลี่ยนรูปเป็นกรดฟอร์มิค ที่ทำลายเซลล์ในร่างกายจนตาย ดังนั้น เราจึงใช้ฉีดในศพเท่านั้น
 

 

ดังนั้น สมัยนี้ จะไม่มีข่าวตายแล้วฟื้นให้เห็นกันแล้วครับ เพราะขั้นตอนเป็นแบบที่อธิบายไป ยกเว้นในกรณี ป่วยตายกันที่บ้าน ไม่ได้พามาหาหมอที่ รพ. แล้วเอาไปประกอบพิธีเลยโดยไม่มีการยืนยันการเสียชีวิตจากแพทย์ แบบนั้นก็อาจจะยังพอมีข่าวบ้างอ่ะนะ แต่ก็น้อยแล้วแหละ แต่ถ้าเป็นใน รพ. ทุกวันนี้ ไม่มีแล้วครับ เรื่องการตายแล้วฟื้นน่ะ"

 

 

 

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด