เผยหน้าใหม่ “กอล์ฟ เบญจพล” หลังขึ้นเขียงศัลยกรรม ในวัย 50
“กอล์ฟ – เบญจพล เชยอรุณ” อวดใบหน้าใหม่ หลังขึ้นเขียงศัลยกรรมทำจมูก – ตัดติ่งปาก - เสริมคาง ในวัย 50 ปี

“เจเน็ต เขียว” ขึ้นเขียงอัพหน้า เสริมโหงวเฮ้ง

“ลำไย ไหทองคำ” ถอยดั้งใหม่ อัพรูปอวดลงไอจีรัวๆ

ทำฮือฮาไม่น้อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นักแสดงอารมณ์ดีกอล์ฟ - เบญจพล เชยอรุณ ตัดสินใจขึ้นเขียงให้หมอศัลยกรรมเนรมิตรหน้าใหม่ ด้วยการทำจมูก รวมไปถึงทำปากกระจับและเสริมคางเพิ่มอีกด้วย ล่าสุดวันนี้เจ้าตัวได้ออกมาเผยโฉมหน้าใหม่ พร้อมเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงสาเหตุที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมในวัย 50 ปีว่า 

 “หน้าตอนนี้คุณหมอบอกว่ายังไม่เข้าที่ ทำได้เพียง 1 ดือน จริงๆต้องใช้เวลาประมาณ 3 – 5 เดือน แต่ที่ออกมาเปิดโฉมใหม่ก่อนนั้น เพราะมีคนถามเข้ามาเยอะหลังรู้ว่าไปทำศัลยกรรมมา สำหรับเหตุที่ตัดสินใจทำจมูกนั้น เพราะที่บ้านทุกคนจมูกสวยหมด แต่ไม่รู้ว่าทำไมของตัวเองใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 7 -8 ปี มีคนเริ่มทักเยอะขึ้น ส่วนตัวก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก จนคุณแม่ตัวเองมาบอกว่าทำจมูกก็ดีนะ เลยรู้สึกว่าถ้าแม่ทักและรู้สึกขนาดนี้ บวกกับตัวเองก็รู้สึกว่าจมูกใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เนื่องตากเวลาแสดงละครบางเฟรมเหมือนจมูกจะกวนการแสดง และไปกวนการแสดงคนอื่นด้วย แทนที่คนจะโฟกัสการแสดงของคนอื่น แต่ก็จะโฟกัสจมูกเราแทน ก็เลยตัดสินใจไปทำ รวมทั้งช่วงที่ผ่านมาหยุดหลายวัน ไม่กระทบงาน  ซึ่งหลังจากไปทำมาและมีข่าวออกไป ก็มีบางคนทักว่าอยากเด็กลงเหรอ คือจริงๆผมอายุ 50 ปีแล้ว และที่ทำก็เพื่อให้เหมาะสมกับใบหน้า และเพื่อความสบายใจของครอบครัว และมันก็ไม่เป็นอุปสรรคกับการทำงานนั่นคือการแสดง ก็ส่งรูปให้แม่ดูแล้ว แม่เห็นคนแรก แม่โอเค แม่อยากให้เล็กลง แต่บอกแล้วว่ารออีก 3 เดือนมันจะเล็กลงอีก

ทำตรงไหนอีกไหม

“ก็ทำตรงติ่งปาก เพราะว่าตอนเด็กๆผมซน ปากไปกระแทกหัวเตียง แต่ไม่ได้ไปเย็บเพราะแม่กลัวเจ็บ ก็เลยเป็นรอย ผมเลยถามหมอเจ็บมากไหม หมอบอกพอๆกัน ผมก็เลยตัดสินใจทำ ที่ผ่านมาคนจะชอบถามว่าทำไมเวลาถ่ายรูปชอบทำท่าแบบนี้ (อ้าปาก) มันเป็นเพราะเพราะมีติ่งปาก ก็เลยต้องทำท่านี้ ตอนนี้ก็ไปฝึกยิ้มเพราะยังไม่ชิน (หัวเราะ) ตอนนี้ผมโอเค รออีก 2-3 เดือนว่ามันจะเล็กได้อีกแค่ไหน และก็ทำคางด้วย ทำจมูก ตัดติ่งปาก และเติมคาง ตัดปีกจมูกด้วย หมอเอาเนื้อที่ตัดออกมาให้ดูด้วย กลัวจะแย่อยู่แล้ว

ถามว่าตอนทำกลัวไหม ก็กลัวตั้งแต่ก่อนเข้าอยู่แล้ว คือไม่มีการวางยาสลบ แต่เป็นยาชา มีหมอมีพยาบาลอยู่รอบตัว ตอนที่หมอลงมีดกรีด มีคำถามว่า ตายแล้วไปไหน (หัวเราะ) แต่มันไม่เจ็บ หมอเขาฉีดยาชาแล้ว แต่เราคิดของเราไปไหนต่อไหนแล้วไง เพราะเราไม่เคยผ่าอะไรอย่างนี้ เลยกลัวไปหมด และเราไม่ได้ทำอย่างเดียว ก็ลุ้นการผ่าตัดจมูก ตัดปีกจมูก และยัดแท่งซิลิโคน แต่ดันปวดฉี่ แล้วไปเข้าห้องน้ำ พร้อมกับบอกตัวเองว่า อย่ามองกระจกนะ ก็ต้องรีบๆและกลับไปทำปากและคาง ผมเข้าใจคนที่ทำศัลยกรรมนะ บางทีเขาจะมีปม ที่ถูกคนรอบข้างมาล้อ หรือมีความพร้อมทางด้านการเงิน แต่แลกมาด้วยความเจ็บปวด ของผมตอนนี้จมูกลงไปแล้ว ปากติ่งไม่มีแล้ว และได้เสริมโหงวเฮง

สำหรับเรื่องค่าใช้จ่าย ก็ให้เป็นความลับของโลกใบนี้ เดี๋ยวจะมีดราม่า เลยไม่อยากให้รู้เท่าไหร่ ตอนนี้หน้าเปลี่ยนไป การแสดงยังเหมือนเดิม เดี๋ยวคงชิน และทุกคนจะได้เห็นหน้าใหม่ตอนเล่นละครเรื่องใหม่ ถ้าถามว่าจะทำอะไรเพิ่มไหม ก็ไม่เอาแล้ว จะบอกให้นะ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ต้องมารีเช็คกับหมอ แล้วได้ยินเสียงภรรยาคุยกับหมอเรื่องหนังตา ถามรึยังว่าอยากทำไหม (ยิ้ม)  ภรรยารู้สึกเหมือนได้สามีใหม่ (หัวเราะ) ภรรยาเขาก็แฮปปี้หลังจากที่เราทำศัลยกรรม ส่วนใครที่อยากทำศัลยกรรมต้องเตรียมให้พร้อม ต้องศึกษาทุกอย่างให้ดีว่าก่อนและหลังศัลยกรรมต้องทำอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เมื่อพร้อมทั้งกายและใจก็ค่อยทำ ถ้ายังลังเลก็ให้มาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน”

 

 

 

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด