เป็นเรื่อง! เยอรมันร่วมแบน ‘กะทิจากไทย’ ใช้ลิงเก็บมะพร้าว

เยอรมันร่วมแบนกะทิจากไทย เป็นเรื่อง เยอรมันร่วมแบนกะทิจากไทย หลังจาก PETA ออกรายงานไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าว  HelloFresh​ ประกาศตั้งแต่ต.ค.จะใช้กะทิจากศรีลังกา-เวียดนาม เยอรมันร่วมแบนกะทิจากไทย เฟซบุ๊ก พ่อบ้านเยอรมัน โพสต์ข้อความระบุว่า วันที่ 10.07.2020​ หลังจากที่​ PETA หรือองค์กร​ People for the Ethical Treatment of Animals ได้ออกเปิดเผยและนำเสนอรายงานเรื่อง ของการที่ประเทศไทย ใช้แรงงานสัตว์อย่างลิงแบบทารุณ​ โดยจากรายงานกล่าวว่า ไทยใช้แรงงานลิง เหมือนกับ เป็นเครื่องมือในการเก็บมะพร้าว​ โดยทำการฝึกฝน ให้เก็บมะพร้าวสูงถึงวันละ​ 1,000​ ลูก ดังนั้น​ PETA​ จึงได้ออกมาเรียกร้องให้ ผู้บริโภคและองค์กรต่างๆ​ ไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์​มะพร้าว ที่ผลิตและส่งออกมาจากไทย ซึ่งหนึ่งในนั้น ที่มีจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ก็คือ​"กะทิ"

เยอรมันร่วมแบนกะทิจากไทย

เยอรมันร่วมแบนกะทิจากไทย เริ่มต.ค.นี้   เยอรมันร่วมแบนกะทิจากไทย จนส่งผลให้ห้างสรรพสินค้า และหลายบริษัทจากประเทศ​ UK, USA, Netherland และ​ Norway งดจำหน่ายและนำเข้าผลิตภัณฑ์กะทิ จากประเทศไทย และล่าสุด ผู้ประกอบการของเยอรมัน อย่าง Tegut​ ซึ่งเป็นบริษัทซุปเปอร์มาร์เก็ต​ ของเยอรมัน​ และบริษัท​ HelloFresh​ ผู้ผลิต​ Cookboxes หรือ​ Kochbox รายใหญ่ของเยอรมัน ได้ออกมา "ประกาศร่วมแบน" กะทิจากไทย อีกด้วย​ โดยทาง HelloFresh​ ได้เปิดเผยว่าตั้งแต่ เดือนตุลาคมเป็นต้นไป บริษัทจะใช้กะทิจากศรีลังกา และเวียดนามเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นอีกก้าวที่สำคัญ และน่าจะจับตาว่า ทางไทยจะแก้ปัญหา และสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไร​ ปล. ถึงจะมีสองบริษัทที่เริ่มแบน​ แต่จากประสบการณ์ ที่ผ่านมามีโอกาสสูงมาก​ว่า​ ถ้าบริษัทในเยอรมันแบนสินค้าใด​ มักจะแบนต่อๆ​ กันเป็นลูกโซ่​ ดังนั้นทางไทย ต้องรีบดำเนินการโดยด่วนนะครับ ปล.​ 2 พรุ่งนี้ ต้องออกไปทยอยๆ​ ตุนกะทิซะแล้วซินะ​

เยอรมันร่วมแบนกะทิจากไทย

ทั้งนี้  PETA  ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหว เพื่อพิทักษ์สิทธิสัตว์ ออกแถลงการณ์ กล่าวหาว่า ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวของไทย ได้มาจากการจับลิงมาจากป่า และนำมาฝึกเพื่อให้ปืนเก็บลูกมะพร้าววันละ 1,000 ลูก

พีตา บอกด้วยว่า ลิงเก็บมะพร้าวในไทย ได้รับการปฏิบัติเหมือนกับเป็น "เครื่องจักรเก็บมะพร้าว"

แถลงการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าจำนวนหนึ่ง ในอังกฤษ อย่าง เวทโรส โอคาโด โค-ออป และบูทส์ ออกมาให้คำมั่น ถึงการยุติ การขายสินค้าจำนวนหนึ่ง

เยอรมันร่วมแบนกะทิจากไทย

ขณะที่ มอร์ริสันส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ ของอังกฤษ ระบุว่า ทางร้านได้ดำเนินการ เก็บสินค้า ที่ได้มาจากการใช้ลิง เก็บลูกมะพร้าว ออกจากชั้นวางจำหน่ายแล้ว

ทางด้านนางสาวแครี ไซมอนส์ นักอนุรักษ์นิยม คู่หมั้นของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ผู้นำอังกฤษ ทวีตข้อความ เรียกร้องให้ซูเปอร์มาร์เก็ตทุกแห่ง คว่ำบาตรสินค้า ที่มาจากการใช้ แรงงานลิง

โดย นางสาวไซมอนส์ ยังเรียกร้องให้ เทสโก้ เชนซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ ของอังกฤษ ให้คำมั่น ถึงการยุติ การขายสินค้า ทำนองเดียวกับ ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ด้วย

พีตา ระบุว่า มีสวน 8 แห่งในไทย ที่บังคับให้ ลิงเก็บมะพร้าว เพื่อส่งออกไปทั่วโลก โดยลิงตัวผู้ จะสามารถเก็บลูกมะพร้าวได้ถึง 1,000 ลูกต่อวัน โดยประเมินว่า คนเก็บได้วันละ 80 ลูกเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังอ้างถึงการเจอ "โรงเรียนลิง" ที่ใช้ฝึกลิงเก็บมะพร้าว รวมถึง ขี่จักรยาน และเล่นบาสเก็ตบอล เพื่อนำไปแสดงให้ความบันเทิงกับนักท่องเที่ยว

"สัตว์ที่อยู่ในสถานที่ เหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้ว ถูกจับมาอย่างผิดกฎหมาย ตั้งแต่ยังเป็น ลูกสัตว์อยู่ แสดงพฤติกรรม ที่บ่งชี้ให้เห็นว่า มีความเครียด ในระดับสูงมาก"

เยอรมันร่วมแบนกะทิจากไทย เรื่องทางวัฒนธรรม

ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ระบุถึงกรณีองค์กรประชาชน เพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม (พีตา) เรียกร้องต่อต้านผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากไทย เนื่องจากการใช้แรงงานลิงว่า ประเด็นปัญหาที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้ มีความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนเกิดขึ้นว่า ประเทศไทยมีการใช้แรงงานลิงในการเก็บมะพร้าว

สำหรับในเรื่องของการใช้ลิงเก็บมะพร้าวนั้น ส่วนใหญ่ประเด็นในเรื่องทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และการท่องเที่ยวมากกว่า แต่ในเรื่องของการใช้ลิงเก็บมะพร้าว เพื่อการผลิตภาคอุตสาหกรรมเกือบจะเรียกได้ว่าไม่มีปรากฏแล้ว

"ภาพของการใช้ลิงเก็บมะพร้าวที่ใช้ทางการท่องเที่ยว อาจจะยังปรากฏในคลิปอยู่ และทำให้เกิดความเข้าใจผิด และความเข้าใจคาดเคลื่อน ซึ่งในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ ผมได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เชิญผู้ผลิตกะทิ และผู้แปรรูปผลผลิตจากมะพร้าว มาหารือกัน หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อจะได้หาแนวทางร่วมกัน ในการที่จะชี้แจงทำความเข้าใจกับประเทศผู้นำเข้า ที่ยังสงสัยอยู่ รวมทั้งในองค์การพิทักษ์สัตว์ที่ต้องการข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้จะได้ข้อสรุปอีกครั้งหนึ่งว่าจะประชาสัมพันธ์แจ้งทำความเข้าใจในรูปแบบไหน อย่างไร"

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเชิญทูตที่ประจำอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะในประเทศที่ยังมีข้อสงสัยไปดูการผลิต และการเก็บมะพร้าวภาคอุตสาหกรรมของจริง จะได้เห็นภาพว่าเป็นอย่างไร จะได้ไม่เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อไป เพื่อต้องการที่จะคงตัวเลขการส่งออกผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวของไทย ในตลาดต่างๆ ในโลกเอาไว้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด