เปิดเส้นทางชีวิตอดีตพระเอกดัง  “แซม ยุรนันท์” โดนดูถูกมีดี “แค่หล่อ”?
ต้องบอกเลยว่าอายุเป็นเพียงแค่ตัวเ&#3621…

ต้องบอกเลยว่าอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจริงๆ สำหรับ พระเอกรุ่นใหญ่ แซม ยุรนันท์ ที่ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนเจ้าตัวก็ยังคงเป๊ะตลอดๆ

ล่าสุดแซม ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บ show ทางช่อง one31

กว่า 200 เรื่องที่พี่เล่นทั้งหนังและละคร?

แซม : ก็มันอยู่นาน คงไม่ได้เก่งกว่าคนอื่นหรอก ตั้งแต่ 18 ปี ตอนนั้นก็เล่นหนัง เล่นละคร มันก็สะสมเป็นเวลา 30 กว่าปี

พี่มีแบบว่าถ้าวิ่งวันนึง 2-3 เรื่อง มีแบบเหนื่อยไม่เอาแล้ว ปิดประตูนอน?

แซม : ก็นั่นแหละครับ ส่วนหนึ่งที่วันหนึ่งหยุดเล่นหนังเลย เพราะว่าเล่นหนัง เชื่อไหมว่าพี่ไม่เคยใช้เสียงตัวเองเลย คือให้แต่คิวถ่าย แต่ไม่ได้มีคิวพากย์ แต่ก่อนเสียงในฟิล์มเล่นเสร็จเขาจะไปพากย์เอา ก็จะมีเสียงคนอื่น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอารอง เค้ามูลคดี หรือไม่ก็พี่ตู่ นพพล ไม่ได้เล่นเสียงตัวเอง แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองเล่นเป็นชื่ออะไร เป็นเด็กเขาให้คิวมาก็ไปตามนั้น

เล่นได้ทุกบท ยกเว้นบทบู๊เพราะอะไร?

แซม : บทบู๊ก็เล่น แต่ด้วยความที่เราเลือกได้เราก็อยากอยู่ห้องแอร์สบายๆ ให้ไปวิ่งแบบถือปืนยิงคน เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่แนวถนัดเรา

เล่นบทบู๊ต้องทำประกันชีวิตเพิ่มเลยหรอ?
แซม : ปกติพี่เล่นแต่หนังรัก แต่เขาอยากได้เรา เราก็จะโดนหลอกว่าหนังรัก แต่ต้องถ่ายฉากบู๊ก่อน พอเราไปแล้วเราก็บอกว่าทีหลังไม่เอาแล้วนะครับ หลังๆ หนังบู๊เราก็เล่น แต่บอกเราก่อนไม่ใช่บอกว่าเป็นหนังรักแต่เป็นบู๊อย่างนี้

บางคนก็มองว่าแซม ยุรนันท์ มีดีแค่หล่อ?
แซม : คือโดนมาตลอดชีวิต แล้วมักไม่ค่อยรู้ตัว อย่างตอนเล่นหนังก็เช่นกัน เล่นๆ ไปเถอะ ไม่มีการเอามาเทรนด์ให้เราเล่นได้ดีขึ้น เอามาทำอะไรเวิร์กช้อปต่างๆ เพื่อให้งานออกมาดี ไม่เคยซึ่งเราก็โหยหานะ เขาก็บอกว่าเอาเถอะ แค่นี้ก็พอแล้ว อย่างไปร้องเพลงก็เห็นว่าเราร้องเพลงได้ เราก็ดีใจจะได้เป็นนักร้องที่ดี แต่ปรากฎแต่ละค่ายไม่ได้มองแบบนั้น คือเอาเพลงอะไรก็ได้ คุณแค่ร้องประมาณนึงก็พอ แค่หน้าตาดีแค่นี้ก็พอแล้ว เราก็น้อยใจ เลยเปลี่ยนมา 4 ค่าย

นี่คือเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล เป็นปมในใจที่พี่แซมอิ่มกับวงการบันเทิง?
แซม : ไม่ถึงกับน้อยใจ พี่แค่เล่าให้ฟังว่ามันเป็นปัญหาที่คนดูเราภายนอกเป็นหลัก ซึ่งเขาก็ไม่ได้ผิดนะ หลายคน ทุกวันนี้ก็มี เขาบอกไม่ทันได้ฟัง ทุกวันนี้ดูแต่หน้า อย่างไปเล่นละครบางเรื่องเราสนิทกับผู้จัดเขาก็ไม่ได้บอกนะ สุดท้ายเขาก็มาเล่าให้ฟังว่าเชื่อไหมตอนแรกที่เธอมาเล่นเราก็ดีใจมาก แต่เราไม่ได้คิดว่ายูจะเล่นได้ดีขนาดนี้ คือที่เขาติดต่อเขามองเรื่องตรงอื่น แต่กลายเป็นการเล่นดีเป็นผลพลอยได้ ซึ่งพี่ต้องพยายามมากกว่าคนอื่น ตั้งแต่เด็กจนโตมันจะเป็นอย่างนี้ก็ต้องพิสูจน์เยอะ แม้กระทั่งมาทำธุรกิจก็เช่นกัน มาปกครองแพทย์ มาเปิดโรงพยาบาล คลินิก พี่ก็ต้องไปเรียนให้มากพอที่จบปริญญาใบนึงที่พูดภาษาหมอรู้เรื่องนะครับ ไม่งั้นเขาจะมองว่าแกแค่พระเอก จะทำอะไรได้ เหมือนตอนลงผู้ว่า กทม.เช่นกัน ก็มีเวลาแค่ 28 วัน 2 อาทิตย์แรกพี่ต้องตอบคำถามในทีวีอย่างเดียวว่าเป็นพระเอกหน้าตาแบบนี้ทำอะไรได้กว่าจะดีเบตจนเข้าใจได้พี่ต้องกระโดนข้ามสิ่งนั้นไป

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด