วันที่ 11 ก.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษาที่ผ่านมา จนกระทั้งถึงวันนี้ 11 ก.ค. 2563 ซึ่งเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ต่อเนื่องอีก 2 วัน ได้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากแห่เดินทางมายังวัดเจดีย์ ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อกราบไหว้ขอพรไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์สุดยอดกุมารเทพในยุคนี้ แม้เส้นทางคมนาคมจะค้นอข้างยากลำบาก โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักจากบ้านต้นเหรียง ต.เสาเภา -ไปยังถึงวัดเจดีย์ ระยะทางประมาณ 8 กม. ที่ถนนคับแคบชำรุดทรุดโทรมอย่างหนักทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยทางวัดต้องจัดเจ้าหน้าที่อาสาจราจรมาคอยระบายการจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่เดินทางมายังวัดเจดีย์ ในขณะที่สองข้างทางมีการก่อสร้างอาคารร้านค้า ร้านจำหน่ายสินค้าที่ใช้สำหรับการบนบานหรือแก้บนไอ้ไข่ รวมทั้งร้านอาหาร ร้านน้ำชา-กาแฟ เรียงรายตลอดสองข้างทาง ทำให้บรรยากาศตลอดทั้ง 4 เส้นทางที่มุ่งหน้าสู่วัดเจดีย์ เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากประชาชนและนักท่องเที่ยวถือโอกาสแวะลงจับใช้จ่ายสอย เลือกซื้อสิ่งของเซ่นไหว้ เตรียมไปบนบานและแก้บน เช่น ลูกประทัด ตุ๊กตาไก่ ชุดทหาร และอื่น ๆ สร้างรายได้ให้กับทุกร้านวันละหลายหมื่นบาท

โดยเฉพาะหลายร้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงวัดเจดีย์จะขายดีเป็นพิเศษ แต่ร้านที่ขายดีที่สุดคือร้าน “บ่าวเอประทัด” ซึ่งเป็นร้านขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาร้านที่จำหน่ายสินค้าเซ่นไหว้แก้บนได้ไข่วัดเจดีย์ ตั้งอยู่ริมถนนตรงข้ามกับทางเข้าวัดเจดีย์พอดีบริเวณร้านยาวกว่า 100 เมตร ซึ่งเป็นร้านที่จำหน่ายสินค้าทุกชนิดครบวงจรและราคาถูกกว่าร้านอื่น ๆ  ทำให้มีลูกค้าแห่เข้าไปซื้อมากที่สุด โดยมีนายวุฒิชัย ใจห้าว นางวรทยา ใจห้าว สองสามีภรรยาเจ้าของ “ร้านบ่าวเอประทัด” คอยให้บริการลูกค้าด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส

นายวุฒิชัย ใจห้าว กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษาวันที่ 4-8 ก.ค. 2563 มีประชาชนเดินทางมากราบไหว้ไอ้ไข่วัดเจดีย์รวมแล้วไม่น้อยกว่า 150,000 คน และในช่วงวันวันที่ 9 -10 ก.ค. แม้จะเป็นวันทำงานหลังหยุดยาว 4-5 วันแต่ยังมีประชาชนเดินทางมากราบไหว้ไอ้ไข่วัดเจดีย์วันละไม่น้อยกว่า 10,000 คน และในวันนี้ (11 ก.ค.) ตั้งแต่เช้าตรู่มีผู้คนหลั่งไหลมายังวัดเจดีย์ เพื่อกราบไหว้ขอพรไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ สุดยอดกุมารเทพ คาดว่าในช่วงวันที่ 11-12 ก.ค.ซึ่งเป็นวันหยุดกเสาร์-อาทิตย์จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาวัดเจดีย์ไม่ต่ำกว่าวันละ 30,000 คน

นอกจากผู้คนจะแห่เดินทางมากราบไหว้ขอพระไอ้ไข่วัดเจดีย์ ภายในวัดเจดีย์ยังมีต้นตะเคียนยักษ์ยืนต้นตาย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ตะเคียนตายพรายW ซึ่งเชื่อกันว่ามีวิญญาณเจ้าแม่ตะเคียนสิงสถิตอยู่ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านกราบไหว้บูชาคู่กันกับรูปปั้นไอ้ไข่ โดยเฉพาะยิ่งใกล้วันหวยออกทั้งชาวบ้านและคอหวยจากทั่วทุกสารทิศแห่กันมากราบไหว้ไอ้ไข่และใช้แป้งทาลูบหาเลขเด็ดจากท่อนตะเคียนตายพราย เพื่อขอเลขเด็ดไม่ขาดสายตลอดทั้งวันซึ่งต่างก็ได้เลขเด็ดกันไปต่าง ๆ นา ๆ ตามความเชื่อและโชคลาภของแต่ละคน

“อย่างไรก็ตามมีชาวต่างประเทศจำนวนหลายรายที่เคยเดินทางมาบนบานไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ได้ถือโอกาสพระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรืออาจารย์แว่น  เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่)โดยเจ้าอาวาสจะออกมานั่ง ในศาลาโรงธรรมข้างโบสถ์เพื่อต้อนรับและสั่งเกตุการณ์ อำนวยการการให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดยผู้คนต่างแปลกใจที่ภายในศาลาโรงธรรมดังกล่าวมีไก่แจ้ตัวหนึ่ง เพศผู้ อายุประมาณ 5-6 ปี สีแดงสลับดำ มีหงอนสีแดง ขนาดใหญ่ เดือย 2 ข้างแหลมและยาวกว่า 1 นิ้ว จะเดินเล่นวนเวียนอยู่ในศาลโรงธรรมและมักจะเดินตามพระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรือ”พระอาจารย์แว่น”ไม่ยอมห่างและไม่มีท่าทีตื่นกลัวผู้คนแม้แต้น้อย”

ในขณะที่พระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรืออาจารย์แว่น  เจ้าอาวาสวัดเจดีย์(ไอ้ไข่) กล่าวว่า คาดว่าเจ้าไก่แจ้ตัวดังกล่าวเป็นไก่แจ้ที่มีคนนำมาแก้บนแล้วปล่อยไว้ในวัด มันจึงเข้ามาอาศัยอยู่ในศาลาโรงธรรมข้างโบสถ์แห่งนี้ เท่าที่ตรวจสอบพบว่ามันค่อยข้างจะคุ้ยเคยกับผู้คน ไม่แตกตื่นตกใจแม้ในแต่ละจะมีผู้คนเดินทางเข้ามาในวัดจำนวนมาก เชื่อว่าเดิมทีเจ้าไก่แจ้ตัวนี้เจ้าของเดิมคงเลี้ยงไว้สำหรับการขึ้นราวแข่งขันและน่าจะเคยลงสนามแข่งขันมาแล้วหลายครั้ง เพราะที่ขาขวายังมีเชือกถักบ่วงผูกติดอยู่  อาตมาจึงอนุญาตให้มันอาศัยอยู่ตามประสาของมันมานาน 4-5 ปีแล้ว แม้มันจะเดินพ่านพ่านไปทั่วแต่ก็ไม่สร้างความเดือดร้อนหรือส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวเลย มันน่ารักอีกต่างหาก รูปร่างรูปทรงและสีสันต์สวยสง่าดูน่าเกรงขาม

“ผลกระทบจากเจ้าไก่แจ้ตัวนี้มีอยู่อย่างเดียวคือมันจะถ่ายขี้อออกมาตามจุดต่าง ๆ อาจจะดูสกปรกเรี่ยราด จนเจ้าหน้ที่ของวัดพยายามจะนำเจ้าไก่แจ้ไปล่อยในจุดอื่นๆ แต่มันจะเดินกลับมาอาศัยอยู่ในศาลาโรงธรรมเหมือนเดิม อาตมาจึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ปล่อยให้มันอยู่อาศัยในศาลาโรงธรรมแห่งนี้ตามสบายและตามธรรมชาติของมัน พร้อมสั่งห้ามไม่ต้องไปหยิกไล่มันอีก ทุกวันนี้ไก่แจ้ตัวนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของวัดเจดีย์ไอ้ไข่ หรือ “ไก่แจ้คู่บารมีได้ไข่” ไปโดยปริยาย ส่วนปัญหาเรื่องขี้ไก่ก็ไม่มีปัญหาใด ๆ อาตมาและเจ้าหน้าที่ก็คอยเอากระดาษทิชชู่คอยเช็ดออก ก็ไม่ได้สร้างความลำบากยากเย็นอะไรมากนัก” พระอาจารย์แว่นกล่าวอย่างเมตตาสงสาร

 

คอหวยในพื้นที่คนหนึ่ง กล่าวว่า ไก่แจ้ตัวนี้มีความพิเศษหลาย ๆ อย่างที่ไม่เหมือนกับไก่แจ้ทั่ว ๆ ไป มันจะเดินวนเวียนอยู่ภายในศาลาโรงธรรมอย่างไม่ตื่นกลัวผู้คน ไม่สะทกสะท้าน และดูทระนงองอาจ เหมือนกับว่ามันเป็นเจ้าของโรงธรรมโดยมันดูจะให้เคารพย่ำเกรงพระครูพุทธเจติยาภิมณฑ์ หรืออาจารย์แว่น เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) มากกว่าพระภิกษุ สามเณรหรือเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ และจะชอบไปยืนหน้าภาพถ่ายพระครูเจติยาภิรักษ์ หรือ พระอาจารย์เทิ่ม อดีตเจ้าอาวาสผู้จัดสร้างเหรียญไอ้ไข่เด็กดวัดเจดีย์ รุ่นแรก และภาพไอ้ไข่ที่วางอยู่หลังพระพุทธรูป และไก่แจ้ตัวนี้มันจะไม่ขันพร่ำเพรื่อเหมือนไก่แจ้ทั่วๆไป แต่หากเป็นวันพระ 8 ค่ำ 15 ค่ำ หรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนามันจะโก่งคอขันเสียงไพเราะเพราะพริ้งอย่างมาก  จนหลายคนเชื่อว่าไก่แจ้งตัวนี้เป็นไก่แจ้คู่บารมีไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์อย่างแท้จริง และสอดคล้องกับความเชื่อและความนิยมที่มีการนำตุ๊กตาไก่มาถวายแก้บนไอ้ไข่ จนตุ๊กตาไก่ขนาดต่าง ๆ หลายแสนตัววางเรียงรายเต็มพื้นที่วัดนับ 100 ไร่ ในขณะที่บรรดาคอหวยเคยนับจำนวนเสียงที่ไก่แจ้ตัวนี้ขันไปเสี่ยงโชคซื้อลอตเตอรี่และหวยใต้ดินถูกกันมาหลายครั้งแล้ว สำหรับในงวดนี้มีคนที่เดินทางมาที่วัดเจดีย์ ในช่วงเทศกาลอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา ที่ผ่านมาตีเลขเด็ดไก่แจ้ตัวนี้ เช่น เลข 195,295 197,297 เป็นต้นนำไปเสี่ยงโชคอย่างคึกคักเช่นกัน”.

ภาพ/คลิป ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด