เปิดรายฉบับล่าสุด ตำรวจเคลียร์ปม

วันนี้ (10 ก.ค. 2563) ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบที่หายออกจากบ้านพักที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร บริเวณภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านพักประมาณ 5 กิโลเมตร และครบ 2 เดือนแล้วแต่ยังจับผู้ก่อเหตุไม่ได้ ทั้งนี้ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ รวมทั้งเครือญาติ และชาวบ้านยังคงให้สัมภาษณ์ กับสื่อมวลชนจากหลายสำนักที่มาเกาะติดข่าว

นางสาวิตรี เชื่อมั่นว่า ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ และอยากให้คดีคลี่คลายโดยเร็ว เพราะการแสดงความเห็นว่า พ่อแม่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดได้ แต่เธอขอความเห็นใจในฐานะแม่ที่สูญเสียลูก

ด้านนายไชยพล วิภา หรือลุงพล ยอมรับว่า การนำเสนอข่าว และการสัมภาษณ์ของแม่น้องชมพู่ ทำให้เกิดความขัดแย้งในกลุ่มเครือญาติ ทำให้ต่างฝ่ายต่างคิดว่า ฝ่ายตรงข้ามอาจเป็นผู้ต้องสงสัย แต่เขายังยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนเอง

ยังไม่มีพยานหลักฐาน-ออกหมายจับ

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า จนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่พยานหลักฐาน ที่จะชี้ชัดและเสนอศาลขอออกหมายจับ หรือระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้

แม้คดีจะมีความคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 80 แต่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มีน้อยมาก ขณะที่แพทย์นิติเวช ก็ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้อย่างแน่ชัด

อ่านข่าวเพิ่ม รอลุ้น 1-2 วันไขปมคดี "น้องชมพู่" เสียชีวิต 2 เดือน

ตำรวจสรุปความคืบหน้าทางคดี 7 ประเด็นหลัก

ล่าสุดทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานผลความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนขอรายงานผลการดำเนินการในการ สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในทางคดี เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจในรายละเอียดตามสมควรและ ข้อมูลทางคดีที่ชี้แจงนี้ สามารถชี้แจงได้เพียงแต่ข้อมูลที่จะไม่ส่งผลกระทบและก่อให้เกิดความเสียหายทางคดี ดังนี้

ประเด็นแรกความคืบหน้าเกี่ยวกับรายงานผลการชันสูตรศพพลิกศพของน้องชมพู่ พนักงานสอบสวน ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารรายงาน จากแพทย์ผู้ตรวจชันสูตรจากโรงพยาบาลดงหลวง จากโรงพยาบาล สรรพสิทธิ์ประสงค์ จ.อุบลราชธานี และแพทย์ผู้ตรวจชันสูตรจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำมาประกอบในคดีอาญาต่อไป โดยระหว่างนี้การทำงานของเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนเป็นการประสานข้อมูลกับ แพทย์ ตามรายงานการตรวจศพเบื้องต้น จากแพทย์ผู้ตรวจเท่านั้น ซึ่งทางแพทย์ผู้ร่วมตรวจชันสูตรพลิกศพ น้องชมพู่ จะได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อสรุปผลการชันสูตรอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

ส่วนประเด็นที่ 2 ขณะนี้ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ จากวัตถุพยานทั้งหมดจำนวน 101 รายการ ยังอยู่ระหว่างการตรวจหาสารพันธุกรรม (DNA) ทำการตรวจไปแล้ว 62 รายการ และโดยทำการเก็บตัวอย่างบุคคล เปรียบเทียบสารพันธุกรรม (DNA) จำนวน 115 ตัวอย่าง ทำการตรวจไปแล้ว 82 ตัวอย่าง

อ่านข่าวเพิ่ม คาดทราบผลชันสูตร "น้องชมพู่" จากสถาบันนิติเวชฯ วันนี้

สอบพยาน 937 คน-ติงสื่อระวังการนำเสนอข่าว

ประเด็นที่ 3 การสอบสวนปากคำบุคคลทั้งหมด เป็นการสอบสวนปากคำในฐานะพยานในคดีทั้งสิ้น โดยแบ่งเป็นการซักถามปากคำ โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวน 937 คน (บุคคลภายในหมู่บ้านกกกอก จำนวน 278 ราย บุคคลพ้นโทษใน จ.มุกดาหาร สกลนคร และกาฬสินธุ์ จำนวน 478 คน บุคคลที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่ เกิดเหตุ หมู่บ้านกกกอก จำนวน 181 คน) และสอบสวนปากคำโดยพนักงานสอบสวนเพื่อประกอบสำนวนจำนวน 63 ปาก ซึ่งยังไม่ได้มีการสอบสวนปากคำบุคคลใดในฐานะผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัย แต่อย่างใด

ประเด็นที่ 4 ขอความอนุเคราะห์ความร่วมมือจากสื่อมวลชน ระมัดระวังในเรื่องการนำเสนอข่าวว่าจะมี การออกหมายจับบุคคลใดๆ ในฐานะผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งยังไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เกรงว่าอาจจะกระทบต่อ สิทธิส่วนบุคคล หรือชื่อเสียงของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้

สำหรับประเด็นที่ 5 ตามข้อ 2 นั้นทางเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งสื่อมวล ชน เจ้าหน้าที่รัฐ และ เอกชน อาสาสมัครต่างๆ ที่ได้ขึ้นภูเหล็กไฟ ไปยังจุดพบร่างน้องชมพู่ ในวันที่ 14 พ.ค.63 ในการออกมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนเป็นการส่วนตัว โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนิน ในทางปกปิดอย่างแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นจะต้องทำการจัดเก็บตัวอย่าง DNA ของผู้ที่ได้ขึ้นไปที่ภูเหล็กไฟ เพื่อนำมาเปรียบเทียบคัดแยกออกจาก DNA ของบุคคลต้องสงสัย แต่มิใช่เป็นการ ตรวจเปรียบเทียบว่าเป็นผู้ต้องสงสัยหรือไม่แต่อย่างใด

เปิด 4 สมมติฐานปมชมพู่เสียชีวิต

ประเด็นที่ 6 สมมุติฐานในการตั้งประเด็นการสืบสวนในทางคดีในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่อง 6.1 เด็กเดินขึ้นไปแล้วเสียชีวิตเองบนภูเหล็กไฟได้หรือไม่ หรือ 6.2 เกิดจากการกระทำของบุคคลอื่น 6.2.1 เด็กถูกพาขึ้นไปขณะยังมีชีวิต แล้วถูกปล่อยทิ้งไว้จนเสียชีวิตเอง 6.2.2 เด็กถูกพาขึ้นไปแล้วถูกทำให้ตายแต่ไม่ปรากฎร่องรอยบาดแผล เช่น ทำให้ขาด อากาศหายใจ แล้วทิ้งศพไว้บนภูเหล็กไฟ 6.2.3 เด็กเสียชีวิตเองหรือถูกทำให้เสียชีวิตก่อน (ไม่ได้ตั้งใจทำให้เด็กเสียชีวิต) แล้วนำ ศพขึ้นไปอำพรางคดีไว้บนภูเหล็กไฟ 6.2.4 อื่นๆ ล้วนเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ในการคลี่คลายคดี ทำความจริงให้ ปรากฏต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและสังคม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนยังไม่ได้ตัดประเด็นใดๆทิ้งไป ทั้งนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลการรวบรวมพยานหลักฐานตลอดจนผลจากการชันสูตรพลิกศพและผลการตรวจจากกองพิสูจน์ หลักฐาน

ให้ชาวบ้านใช้ชีวิตปกติ-ไม่ต้องหวาดระแวง

ประเด็นที่ 7 ส่วนที่มีการสัมภาษณ์บุคคลทั้งที่เกี่ยวข้องกับคดี และไม่เกี่ยวข้องกับคดี รวมถึงการนำเสนอเรื่อง ความเชื่อและไสยศาสตร์ ก็เป็นแนวทางการนำเสนอข่าวสารสู่ประชาชน ซึ่งประชาชนควรได้โปรดใช้วิจารณญาณ ในการรับชมแต่ไม่ได้ส่งผลต่อการชี้นำแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด เพราะทางคดี จะต้องใช้หลักในการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ประกอบ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระบวนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านหมู่บ้าน กกกอก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร และอำเภอใกล้เคียง เป็นอย่างดี จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ หมู่บ้านกกกอก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร อำเภอเต่างอย จ.สกลนคร อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ได้โปรดดำเนินชีวิตตามปกติต่อไป ไม่ต้องหวาดระแวงหรือตื่นตกใจกลัวในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าจะถูกเชิญตัวไปสอบสวนหรือถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นคนร้ายหรือผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการไปตามกรอบแห่งกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนโดยเคร่งครัด จะไม่กระทำการใดให้กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พบร่างเด็กหญิงวัย 3 ขวบหายตัวในป่าภูเหล็กไฟ

ตำรวจเชิญตัวผู้ต้องสงสัยสอบปากคำคดี "น้องชมพู่" เสียชีวิต

รอง ผบ.ตร.ลุยคลี่คลายคดีเด็ก 3 ขวบเสียชีวิตในป่า จ.มุกดาหาร

ผลนิติเวชรอบ 2 "น้องชมพู่" มีบาดแผลร่องรอยถูกทำร้าย

 

 

 

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด