เปิดข้อมูลอีกด้าน ที่คนไทยไม่รู้ กฏหมายระหว่างประเทศ กรณี ‘เด็กซูดาน-ทหารอียิปต์’

กฏหมายระหว่างประเทศ ที่คนไทยยังไม่รู้ เปิดข้อมูลละเอียดอ่อน อ่านให้เข้าใจ ก่อนตัดสินกรณีคณะทูตซูดาน ทหารอียิปต์ ติดเชื้อโควิดเข้าไทย อย่าด่าผิดประเด็น

นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊ก "Fuangrabil Narisroj" ถึงกรณีครอบครัวทูตซูดาน ติดโควิด-19 และเข้ามาในประเทศไทย โดยอธิบายถึง กฏหมายระหว่างประเทศ ระบุว่า

กฏหมายระหว่างประเทศ

"กฎหมายระหว่างประเทศ มีความละเอียดอ่อนที่คนไทยยังไม่ทราบ"

กรณีที่เกิดขึ้น นักการทูต ต้องกักตัวเองตามระเบียบของรัฐผู้รับ (ในที่นี้คือไทย) ภายใต้สถานการณ์โควิด ก็ถูกต้องแล้ว นักการทูต ต้องทำตามระเบียบของรัฐผู้รับด้วย คราวนี้ว่าถึงสถานที่กักตัว ในทางการทูต สถานทูตและที่พักของคณะทูตทุกคน อยู่ภายใต้เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ที่รัฐผู้รับต้องดูแลให้การคุ้มกัน และอารักขา

กรณีการ State Quarantine พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ หรือ SQ เรามีข้อตกลงแต่แรกหรือเปล่าว่า นักการทูตต่างชาติ ต้องเข้าไป SQ ในสถานที่ๆ รัฐผู้รับจัดให้? ถ้าเราไม่ได้เขียนระบุชัดแจ้ง เขาก็เลี่ยงได้ว่า เขาขอ SQ ในที่พักของเขา

กรณีเด็กซูดาน ถ้าเขาถือว่าเขา SQ ในที่พักของเขาที่เป็นคอนโด เพราะเราไม่ได้เขียนไว้ชัดเจน เขาก็ไม่ผิด แต่ที่เราเดือดร้อนเพราะเด็กซูดานดันติดเชื้อ ซึ่งก็เปรียบเหมือนคนไทยที่กลับมาจากต่างประเทศอยู่ใน SQ แล้วติดเชื้อ แต่ต่างกันที่คนไทยติดเชื้อใน SQ ที่ไทยกำหนด ส่วนซูดานติดเชื้อใน SQ ที่เป็นที่พักของเขา ซึ่งได้เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน

ดังนั้น ล่าสุดข่าวว่า ศบค.ออกกฏเข้มว่า นักการทูตต้องกักตัว ก็ขอให้ระบุไปเลยว่าต้องเป็น SQ ที่ไทยเรากำหนด เอาให้ชัดๆไปเลย

สำหรับเรื่อง เที่ยวบินพิเศษนั้น ทุกประเทศเขาเปิดช่องไว้หมดครับ เผื่อกรณีฉุกเฉิน และต้องร้องขอ diplomatic clearance เป็นกรณีๆ ไป เครื่องบินพิเศษที่ส่วนใหญ่ เป็นเครื่องทหาร หรือเครื่องเช่าจากสายการบิน จะบินตามเส้นทางบินปกติของเครื่องบินพาณิชย์ไม่ได้ เพราะบางประเทศเขาห้ามเครื่องบินทหารบินผ่าน

ดังนั้น เครื่องบินทหารบางครั้งต้องบินอ้อม ซึ่งต้องลงจอดเป็นระยะๆ เพื่อเติมน้ำมัน เราจะไปจำกัดสิทธิ์ หรือตัดสิทธิ์ เที่ยวบินพิเศษ คนอื่น ก็เท่ากับเราตัดสิทธิ์ของเราเองด้วย ถ้าเกิดกรณีฉุกเฉิน เราก็ซวย

สมมุติ เราต้องส่งเที่ยวบินพิเศษ ไปรับคนไทยที่ซูดาน (ซึ่งตอนนี้มีคนไทยไปทำงานที่ซูดาน เช่น ทหารไทยที่ไปปฏิบัติภารกิจภายใต้ UN เป็นต้น) และ เครื่องอาจต้องแวะจอดที่อียิปต์ ถ้าเราไปตัดสิทธิ์เขา เขาก็ตัดสิทธิ์เราห้ามบินผ่านหรือห้ามจอดเช่นกัน

ดังนั้น ที่ผมออกมาเตือนคือ เราคนไทยด่ากันผิดประเด็น ไปด่า ผบ.ทบ. ด่าหมอทวีศิลป์ ด่า ศบค. กล่าวหาว่า รัฐให้สิทธิพิเศษปล่อยพวกนี้ออกมาเพ่นพ่าน เลือกปฏิบัติให้สิทธิพิเศษ Super VIP ซึ่งมันไม่ใช่ !!!

ศบค. เขามีกฏออกมาแล้วต้อง SQ แต่อาจมีช่องโหว่ที่นึกไม่ถึง ก็ปิดช่องโหว่นั้นซะ ออกระเบียบให้ชัด ระบุไปเลยว่าต้องอยู่ในที่ๆ เราจัดให้เท่านั้น ส่วนเที่ยวบินพิเศษ ถ้าขอบินผ่าน แวะเติมน้ำมัน เราก็อาจออกกฏให้เขา seal ตัวเองอยู่บนเครื่อง หรือภายใต้สถานที่จำกัดที่เรากำหนด เมื่อเข้ามาแล้วต้องรีบออกไป ห้ามเข้าเมือง อะไรแบบนี้เป็นต้น

ผมออกมาให้สติเตือนก็ถูกต่อว่า หาว่าปกป้องคนทำผิด !?ใครทำผิดครับ !? เราทำถูกต้องมาตลอด ทุกอย่างเป็นไปตามสากลกฏเกณฑ์ทุกอย่าง แต่พอเกิดเหตุแทนที่จะมีสติกลับด่ากราด บางคนแรงถึงขนาดให้ขับไล่ออกนอกประเทศ ห้ามเที่ยวบินพิเศษเข้ามา ไปกันใหญ่เลย

หวังว่าคงจะพอเข้าใจกันบ้างนะครับ

ล่าสุด นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล ออกมาโพสต์อีกครั้ง หลังจากถูกกล่าวหาว่า เห็นแก่ผลประโยชน์ทางการทูต มากกว่าประโยชน์ประชาชน โดยระบุว่า

"ขอชี้แจงกรณีที่มีคนแชร์เพจของผมไปแล้วกล่าวหาว่าผมไม่เข้าข้างประโยชน์ของประชาชน โดยเห็นแก่ประโยชน์ทางการทูตมากกว่า !!!

ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ตลกมาก เพราะคำว่า “การทูต” นั้น ความหมายก็คือการรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชน ให้มีศักดิ์ศรีในเวทีสากลโลกให้มากที่สุด

การที่ผมพยายามออกมาให้ข้อมูลแง่มุมทางกฏหมายระหว่างประเทศนั้น เพื่อให้ได้รู้ว่าอะไรตรงไหนที่เราทำได้ หรือ ทำไม่ได้ เพราะอาจติดกฏหมายที่เราให้สัตยาบันไว้ !!!

ทั้งนี้เพื่อหาทางอุดรูรั่ว เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนให้มากที่สุด !

ถ้าเราคิดจะทำอะไรโดยไม่สนใจ กฏหมายระหว่างประเทศ หรือหักด้ามพร้าด้วยเข่า แล้วเราโดนตำหนิ จากประเทศอื่นก็จะเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีก !

ถามว่าผมเคืองมั้ยต่อกรณีที่เกิดขึ้น ?

ผมเคืองมากเพราะผมเป็น สว.มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สุด !!

แต่ผมเคืองแล้ว ต้องมีสติแยกแยะพิจารณาเหตุและผล ไม่ใช่ด่ากราดกันหยาบคายไร้อารยะ มันไม่ช่วยอะไร

ถ้าเราพบตรงไหนมีรูรั่ว ต้องช่วยกัน เพราะ จนท. เขาทำงานหนักและเหนื่อยมากแล้ว มันไม่ใช่เวลามานั่งจับผิดกันแบบมั่วไปหมด !!

ไม่มีใครอยากให้เหตุมันเกิดแบบนี้ แต่เราทุกคนต้องมีสติกันมากกว่านี้

"บัวใต้น้ำ อธิบายให้ตายก็ไม่มีวันเข้าใจ ! ตราบใดที่ประเทศไทย เรายังให้สัตยาบันกฏหมายระหว่างประเทศ เราก็ต้องเคารพกฏเกณฑ์ระหว่างประเทศเช่นกัน ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร

พยายามอธิบายแง่มุม เพื่อให้อุดช่องว่างในขอบเขตที่เราทำได้ เพื่อให้เกิดการรักษาผลประโยชน์ของชาติให้มากที่สุด

ก็แสดงโวหารแบบคนไม่รู้ รวมทั้งอีเจี๊ยบด้วย"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

 

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด